วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย การเวก


การเวก นั้นจัดเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ให้ดอกหอมอ่อนที่นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยขึ้นรั้วหรือขึ้นซุ้มอีกชนิดหนึ่งนะคะ ลักษณะโดยทั่วไปของการเวกจะมีเถาอ่อนเป็นสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อเถาแก่ขึ้น มีพุ่มใบที่หนาแน่น ใบสีเขียวเข้มเป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ออกใบสลับกันตามข้อต้น ส่วนดอกนั้นจะออกบริเวณโคนใบ ลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีเขียวและค่อยๆ กลายเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมจัดช่วงเวลาเย็นๆ ถึงพลบค่ำ


หลายๆ คนชอบปลูก การเวก เพราะเป็นไม้เลื้อยดอกหอมที่ออกดอกทั้งปีค่ะ วิธีการปลูกการเวก สามารถปลูกด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด หรือตอนกิ่งในช่วงฤดูฝนแล้วจึงนำมาปลูกวิธีนี้ได้รับความนิยมกว่าวธีแรกเพราะต้นการเวกจะโตเร็วและไม่กลายพันธุ์ ในขณะเดียวกันหากปลูกด้วยเมล็ดก็จะแข็งแรงทนทานกว่า

การเวกชอบแดดจัดพอสมควรค่ะ จึงเหมาะที่จะปลูกกลางแจ้ง สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี การเวกต้องการน้ำปานกลาง โดยระยะแรกที่นำมาปลูก ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น เมื่อต้นโตแข็งแรงแล้วจึงลดลงเหลือเพียงวันละครั้งในช่วงเช้าก็พอ แต่ควรรดน้ำให้ชุ่ม เพียงเท่านี้ต้นการเวกก็จะเติบโตสวยงามเป็นร่มเงาให้บริเวณบ้านของเราได้แล้วน่ะนะคะ








วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย ชำมะนาด


ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย หรือไม้รอเลื้อย อีกชนิดหนึ่งที่จะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือ ชำมะนาด ค่ะ 



ชำมะนาด เป็นไม้รอเลื้อยขนาดกลางที่สามารถสูงได้ถึง 8 เมตร มีดอกขนาดเล็กออกเป็นพวงที่ปลายกิ่ง หรือออกตามซอกใบ ช่อละประมาณ 10-15 ดอก กลีบดอกเป็นสีขาวครีม หรือสีเหลืองอ่อน,เขียวอ่อน จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื่้อยที่ให้ดอกหอมแรง กลิ่นหอมคล้ายใบเตย หรือคล้ายกลิ่นข้าวที่เพิ่งหุงสุกใหม่ๆ ใบของชำมะนาดเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงกันเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปใบรี ปลายใบแหลม โคนใบมน เนื้อใบบาง กิ่งเปราะและหักง่าย จึงไม่เหมาะกับการปลูกในที่ที่มีลมพัดแรงเป็นประจำน่ะนะคะ

ชำมะนาดเป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัดค่ะ ดังนั้นเมื่อจะปลูกจึงต้องหาพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน อีกทั้งเป็นไม้ที่ไม่ชอบชื้นแฉะ จึงต้องปลูกในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ค่อนข้างดี วิธีการปลูกและขยายพันธุ์ต้นชำมะนาดนั้น มักใช้วิธีตอนกิ่งหรือปักชำค่ะ แต่ก็ค่อนข้างขยายพันธุ์ได้ยาก ต้องใช้เวลาถึง 2-3 เดือนจึงจะมีรากให้เห็นน่ะนะคะ




ภาพประกอบจาก community.akanek.com


วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย สร้อยอินทนิล


สร้อยอินทนิล นั้นเป็นไม้เลื้อยที่มีใบดกแน่น เจริญเติบโตเร็ว ชอบอยู่กลางแจ้ง สามารถปลูกเลื้อยขึ้นซุ้มไว้บังแดด บังฝน ให้ดอกสวยและใบไม่ค่อยร่วง จึงเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยอีกชนิดที่มีผู้นิยมปลูกกันทั่วไปน่ะนะคะ


ลักษณะโดยทั่วไปของ สร้อยอินทนิล จะเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ เติบโตเร็ว สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 40-50 ฟุต ใบเป็นใบรูปไข่แกมหัวใจ (คล้ายใบพลู) ส่วนดอกก็จะมีสีม่วงอมฟ้า ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ และออกดอกใ้หเชยชมตลอดทั้งปี สามารถปลูกให้เลื้อยขึ้นซุ้มเพื่อให้ร่มเงาได้ดีมาก เนื่องจากใบดกแน่นทึบ เมื่อเวลาออกดอก ดอกก็จะห้อยเป็นระย้าลงมาด้านล่าง แลดูสวยงามน่าชมมาก

วิธีการปลูกสร้อยอินทนิลนั้น จะนิยมนำกิ่งที่ได้จากการปักชำมาปลูกค่ะ ซึ่งวิธีนี้จะได้ผลเร็วกว่าการเพาะเมล็ด ควรปลูกสร้อยอินทนิลไว้กลางแจ้งที่มีแสงแดดตลอดวัน ให้น้ำปานกลาง เมื่อต้นโตแข็งแรงดีแล้วรดน้ำเพียงวันละครั้ง แต่รดให้ชุ่มจึงจะเพียงพอ ดินที่ปลูกสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่จะดีที่สุดหากเป็นดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี สามารถใช้ปุ๋ยหมักใส่เพื่อบำรุงสร้อยอินทนิลได้ปีละ 2-3 ครั้ง ก็จะทำให้สร้อยอินทนิลเติบโตสวยงามได้อย่างรวดเร็วน่ะนะคะ


ภาพประกอบจาก pantip.com/topic/33185214


วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย ใบละบาด


มาถึงพันธุ์ไม้เลื้อยที่มีชื่อแปลกๆ อีกชนิดกันบ้างค่ะ นั่นก็คือ ต้นใบละบาดนั่นเอง

ใบละบาด จัดเป็นไม้ยืนต้นชนิดเถาเลื้อยที่ต้องการแสงแดดจัด หรืออีกนัยหนึ่งคือควรปลูกกลางแจ้งนั่นเอง ลักษณะโดยทั่วไปนั้น จะเป็นเถาเบื้อยที่มีลำต้นเลื้อยได้ยาวไกลถึงกว่า 10 เมตร แตกกิ่งก้านและใบคลุมแน่นทึบ ลำต้นของใบละบาดมีลักษณะอวบน้ำใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกมีสีชมพูอมม่วงอ่อนคล้ายดอกผักบุ้ง ความเชื่อในสมัยโบราณคือ หากบ้านไหนปลูกต้นใบละบาด จะมีเงินทองไหลมาเทมา เนื่องจากใบละบาดมีใบที่สวยงามและหนาดก ดังนั้นจำนวนใบที่มากขึ้นก็เหมือนกับเงินทองที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

ภาพประกอบจาก frynn.com
การปลูกต้นใบละบาดนั้นก็ไม่ยากเลยค่ะ เนื่องจากต้นใบละบาดนั้นชอบแสงแดด จึงควรเลือกตำแหน่งที่สามารถรับแสงได้เต็มวันและควรทำซุ้มหรือร้านให้ใบละบาดได้เกาะเลื้อย สามารถปลูกเพื่อบังแสงแดดภายในบริเวณบ้านได้เป็นอย่างดี ดินที่ใช้ปลูก ควรเป็นดินร่วนซุย มีความชื้นปานกลาง และควรรดน้ำให้ 5-7 วันครั้ง ส่วนวิธีการขยายพันธุ์นั้นก็ใช้วิธีการตอนซึ่งได้ผลค่อนข้างดี และการปักชำน่ะนะคะ