วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ต่อเติม ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านอย่างไรให้ถูกกฎหมาย


สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ สมาชิกบ้านแสนรักทุกท่าน เมื่อตอนที่แล้วบ้านแสนรักได้นำเรื่องราวการวางขั้นตอนการรีโนเวทมาคุยให้ฟังคร่าวๆ ไปแล้วนะคะ ซึ่งขั้นตอนก่อนที่จะลงมือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าน ก็ต้องมีการวางแผนงานไว้ก่อน ว่าส่วนไหนที่เราต้องการปรับปรุง และการปรับปรุงนั้นจะไปในรูปแบบไหน


เมื่อสรุปความต้องการของตัวเองได้แน่ชัดแล้ว สิ่งที่จะมาเกี่ยวข้องก่อนการทำการปรับปรุงบ้านที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ การไปทำการยื่นขออนุญาตเพื่อทำการปรับปรุงอาคาร หรือบ้านเรือนของเราเสียก่อนค่ะ ซึ่งในภาษาของกฎหมายแล้ว เราจะเรียกว่า เป็นการยืนเพื่อ ขออนุญาตดัดแปลงอาคาร นั่นเอง

สาระใหญ่ใจความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ก็เนื่องจากบ้านเรือนของเรานั้นอาจมิได้ตั้งอยู่เดี่ยวๆ เพียงลำพัง แต่อาจมีอาณาบริเวณที่ติดกับเพื่อนบ้าน ดังนั้นจึงมีข้อกฎหมาย เพื่อความปลอดภัย ทั้งตัวอาคารบ้านของผู้ที่ต้องการปรับปรุงเอง และผู้คนรอบข้าง

แล้วดัดแปลงแก้ไขหรือต่อเติมบ้านแค่ไหนล่ะ ที่ต้องทำการยื่นขออนุญาต

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารนั้นกำหนดว่า

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคาร โดยใช้วัสดุที่มีขนาด,จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิม เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก,คอนกรีตอัตแรง หรือโครงสร้างรูปพรรณ เช่น เปลี่ยน ตง,คานที่เป็นไม้เพราะปลวกขึ้น ไม้ผุ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปจากเดิม ให้ถือว่าไม่ใช่การดัดแปลงต่อเติมอาคารค่ะ แต่หากโครงสร้างที่ชำรุดนั้นเป็นปูน,เหล็กที่เป็นสนิม อันนี้ถือว่า เป็นการต่อเติม เข้าข่ายต้องขออนุญาต แม้ว่าจะใช้รูปแบบเดิมๆ ไม่ได้ต่อเติมดัดแปลงใหม่แต่อย่างใด

นอกจากนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ของตัวบ้านที่ไม่ใช่โครงสร้างของตัวอาคาร โดยใช้วัสดุชนิดเดิมหรือวัสดุชนิดอื่น ซึ่งเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเกินร้อยละ 10 ให้ถือว่าเป็นการต่อเติมที่ต้องขออนุญาตเช่นกัน เช่น เราอยากเปลี่ยนพื้นไม้ปาร์เก้เป็นพื้นปูกระเบื้อง ก็ต้องคำนวนกันก่อนว่าน้ำหนักเกินร้อยละ 10 มั้ย (ข้อนี้ถ้าคำนวนไม่เป็นแนะนำให้ปรึกษาวิศวกรค่ะ) เนื่องจากน้ำหนักที่เกินมาอาจทำให้โครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเกินกว่าที่จะรับได้ อันอาจเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้นะคะ

มาถึงเรื่องการ ลด,เพิ่ม ขยายพื้นที่ ของบ้านกันบ้างค่ะ หากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างเกินร้อยละ 10 เช่น เปลี่ยนประตู หน้าต่าง เปลี่ยนฝ้าเพดาน ลายกระเบื้อง เคสแบบนี้ไม่้ต้องไปยื่นขออนุญาตแต่อย่างใดนะคะ

แล้วการลดหรือขยายพื้นที่ของบ้านชั้นใดชั้นหนึ่ง โดยมีเนื้อที่น้อยลงหรือมากขึ้นไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่เพิ่มเสาและคานล่ะ ข้อนี้ก็ไม่จำเป็นต้องยืนขออนุญาตค่ะ แม้กระทั่งการดัดแปลงหลังคาที่มีเนื้อที่ไม่ถึง 5 ตารางเมตร โดยไม่เพิ่มเสาหรือคานและไม่รับน้ำหนักจากเดิมเกินร้อยละ 10 ก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตแต่อย่างใด

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีข้อปลีกย่อยอีกหลายข้อด้วยกันที่ต้องคำนึงก่อนการแก้ไขปรับปรุงบ้าน ดังนั้นเมื่อจะทำการซ่อมแซมดัดแปลงบ้าน ก่อนอื่นเลยก็ต้องวางแผนงานและรูปแบบให้แน่ชัดเสียก่อน ว่าจะทำอะไรและจะทำอย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้ทราบว่าบ้านที่เรากำลังจะทำการปรับปรุงนั้น เข้าข้อกำหนดในการแก้ไขดัดแปลงบ้านหรือเปล่า และจำเป็นที่จะต้องยืนขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่นไหม เพราะหากฝืนดัดแปลงอาคารบ้านเรือนไปโดยมิได้รับอนุญาต ก็จะมีโทษตามกฎหมาย คือจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับทีเดียวนะคะ




ภาพประกอบจาก moneycrashers.com/five-tips-for-effectively-flipping-a-house/

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รีโนเททบ้าน ตอน ขั้นตอนของการรีโนเวทบ้าน


ในตอนที่แล้วของบล็อกบ้านแสนรัก ได้นำเสนอถึงเหตุผลและความหมายของการ รีโนเวทบ้าน กันไปแล้วน่ะนะคะ สำหรับบล็อกในตอนนี้ เราจะมาดูแนวทางของการปรับปรุงบ้านกัน ว่าก่อนที่จะทำการรีโนเวทหรือปรับปรุงบ้านนั้น เราควรวางแผนสิ่งใดก่อนเป็นลำดับแรก


ขั้นตอนแรกของการรีโนเวทบ้านนั้น ก่อนอื่น เราต้องมาหา "เหตุผล" สำคัญในการปรับปรุงบ้านของเรากันก่อนค่ะ หลายๆ คนย่อมมีเหตุผลในการปรับปรุงบ้านที่แตกต่างกันไป บ้างก็ปรับปรุงบ้าน เพื่ออยู่อาศัยเอง,ปรับปรุงบ้านเพื่อขยายครอบครัว หรือปรับปรุงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมโทรมสึกหรอของตัวบ้าน เมื่อหาเหตุผลได้แล้ว เราก็หากระดาษมาสักแผ่นหนึ่ง จากนั้นก็เขียนปัญหาของส่วนที่ต้องการปรับปรุงลงไป อาทิเช่น

1. ห้องครัว
2. ห้องนอน
3. ห้องซักรีด
4. โรงจอดรถ
5. สีภายใน-ภายนอก
6. ห้องน้ำ
7. ระบบไฟฟ้า,ระบบน้ำ

เป็นต้น

เมื่อได้หัวข้อส่วนที่จะทำการปรับปรุงแล้วจากนั้นจึงจะมาลงรายละเอียดกัน ว่าแต่ละห้องหรือแต่ละส่วนที่เราต้องการจะปรับปรุง จะทำการปรับปรุงอย่างไรบ้าง จากนั้นจึงทำการกำหนดงบประมาณในแต่ละห้องหรือแต่ละส่วนที่จะทำการปรับปรุง เพื่อเป็นราคาที่ช่วยในการตัดสินใจจัดจ้างผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการปรับปรุง

ขั้นตอนที่สอง ก็คือการหารูปแบบที่ชอบ เพื่อใช้ในการปรับปรุงค่ะ การหารูปแบบของการปรับปรุงบ้าน จะประกอบไปด้วยสองส่วนด้วยกันก็คือ ส่วนของรสนิยมความชื่นชอบของเจ้าของบ้านเอง และส่วนของความเหมาะสมของแปลนบ้านเดิม ซึ่งทั้งสองส่วนนี้หากเจ้าของบ้านไม่มีความชำนาญในการออกแบบ แนะนำให้ปรึกษาวิศวกรและสถาปนิกเพื่อดูความแข็งแรงของโครงสร้างบ้านด้วยนะคะ อย่าเข้าตำราเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย เนื่องจากโครงสร้างของบ้านแต่ละหลัง มีความแข็งแรงแตกต่างกันไป อีกทั้งบางส่วนของตัวบ้านที่เราต้องการปรับปรุงต่อเติมแก้ไข อาจจะไม่สามารถรับน้ำหนักของส่วนที่ต่อเติมใหม่ได้ ส่งผลต่อความปลอดภัยของตัวบ้านของเราโดยตรง

ในตอนหน้าของบล็อกบ้านแสนรัก เรามาดูว่า จะวางแผนการรีโนเวทบ้านของเราอย่างไร ไม่ให้งบบานปลายและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงบ้านกันนะคะ


ภาพประกอบจาก cnbc.com


วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทำไมต้อง renovate (รีโนเวท) บ้าน


สวัสดีค่ะ บล็อก บ้านแสนรัก ได้นำเสนอเรื่องราวสำหรับคนรักบ้านกันไปหลายหัวข้อแล้วนะคะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับบ้านใหม่ซะเป็นส่วนใหญ่ ในวันนี้ขอเปิดหัวข้อบล็อกใหม่ เพื่อคนรักบ้านที่กำลังวางแผนจะปรับปรุงบ้านแสนรักกันบ้าง เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการรีโนเวท หรือปรับปรุงบ้านของเราให้น่าอยู่อาศัย หรือซ่อมแซมจุดที่เสียหายหรือเสื่อมโทรมเนื่องจากการเวลาให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนอื่น เรามาดูเหตุผลของการซ่อมแซม หรือ รีโนเวทบ้าน ที่คนส่วนใหญ่พบเจอกันก่อนนะคะ

ภาพประกอบจาก handimania.com

การ renovate บ้าน คืออะไร คำว่า renovate (รีโนเวท) ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ทำใหม่,ซ่อมแซม,ปรับปรุงใหม่,ทำให้มีชีวิตฃีวาใหม่ หรือทำให้กลับสู่สภาพเดิม ค่ะ ดังนั้นการ รีโนเวทบ้าน ก็จะหมายความตรงตัว นั่นก็คือการซ่อมแซมบ้านให้กลับมามีชีวิตชีวาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเฉพาะในส่วนของภายในตัวบ้านเอง หรือแม้แต่การตกแต่งแก้ไขปรับปรุงภายนอกก็ตาม

เหตุผลที่คนทั่วไป ต้องการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเสียใหม่ มีหลายประการแตกต่างกันไปค่ะ อาทิเช่น

- บ้านเดิมอยู่มานานแล้ว มีสภาพเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
- ต้องการขยายเนื้อที่การใช้สอยของตัวบ้าน ให้เหมาะสมกับผู้ที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
- ต้องการซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอของตัวบ้าน เพื่อให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติ
- ไม่ต้องการซื้อบ้านใหม่ เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด
- รักในทำเลของบ้านเดิม ต้องการปรับปรุงบ้านให้สวยงาม,ทันสมัยขึ้น มีความน่าอยู่อาศัยมากขึ้น

เป็นต้น

แล้วการวางแผนการรีโนเวทหรือปรับปรุงบ้านนั้น ควรเริ่มต้นจากตรงไหนก่อน ในตอนหน้าของบล็อกบ้านแสนรัก เรามาดูขั้นตอนของการรีโนเวทบ้านแต่ละขั้นตอนกันนะคะ


วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

ไม้พุ่มเตี้ย เข็มอินเดีย

ต้น เข็มอินเดีย นั้นเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ใหม่ของต้นเข็ม ที่เริ่มเป็นที่นิยมปลูกไว้ประดับสวน,ปลูกริมรั้ว หรือนำมาประกอบพิธีไหว้ครู พิธีต่างๆ เนื่องจากเป็นไม้ดอกสวยความหมายดี และมีสีสันที่สวยงามหลากหลายสายพันธุ์น่ะนะคะ

เข็มอินเดีย
เข็มอินเดีย มีลักษณะทั่วไปแตกต่างกับต้นเข็มสายพันธุ์อื่นค่ะ ใบของเข็มอินเดีย จะมีลักษณะคล้ายๆ กับใบโหระพา ต้นมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย ลำต้นสูงราว 0.30-0.50 เมตร ออกดอกเป็นช่อตามยอดของลำต้นเหมือนเข็มทั่วไป ดอกมีทั้งสีแดง ขาว ชมพู

ต้นเข็มอินเดีย นั้นชอบแดดจัดเหมือนเข็มชนิดอื่นน่ะนะคะ ดังนั้นหากอยากปลูกไว้ประดับสวยก็ต้องเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน หลังการปลูก นอกจากปลูกในสวนแล้วยังสามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้อีก แต่ก็ควรเปลี่ยนขนาดของกระถางให้ใหญ่ขึ้นเมื่อเข็มอายุได้ราว 1 ปี

การขยายพันธุ์ของต้นเข็มอินเดีย สามารถทำได้ทั้ง การตอนกิ่ง,ปักชำ และเพาะเมล็ดค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักนิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง เนื่องจากได้ผลดีกว่าการเพาะเมล็ด ปัจจุบันนี้เราเริ่มเห็นต้นพันธุ์ของเข็มอินเดียขายอยู่ทั่วไปมากขึ้นในราคาที่ไม่แพงนักน่ะนะคะ สำหรับผู้สนใจก็ลองซื้อหามาปลูกกันดูนะคะ