วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

กว่าจะมีบ้านแสนรัก สักหนึ่งหลัง ตอนที่ 2 ~


ในตอนที่แล้ว เราได้พูดกันถึงขั้นตอนเริ่มต้นของผู้ที่กำลังต้องการที่จะมี บ้าน เป็นของตัวเองสักหลังหนึ่งอ่ะนะคะ

แต่เนื่องจากในปัจจุบันนี้ บ้าน และ ที่ดิน  มีอยู่หลายประเภทน่ะค่ะ แต่ละประเภทก็มีลักษณะเฉพาะตัวเหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงผู้ที่ต้องการลงทุนปลูกสร้างบ้านเพื่อเป็นสินทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์แตกต่างกันไป  ดังนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจที่จะปลูกสร้างบ้าน เราจึงมีควรที่จะต้องตัดสินใจเลือกประเภทบ้านให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการอยู่อาศัยและงยประมาณด้วย ทั้งนี้บ้านที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจแยกออกได้เป็น 8 ประเภทด้วยกันอ่ะนะคะ นั่นก็คือ

บ้านเดี่ยว  (Single-Family  Homes) 


เป็นแบบบ้านที่อยู่อาศัยที่มีคนนิยมมากที่สุดค่ะ  ลักษณะเป็นบ้านตั้งอยู่เดี่ยว  ๆ  มีเนื้อที่กว้างขวางรั้วรอบขอบชิด  ทำให้ผู้อาศัยได้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัว  และห่างไกลจากการรบกวนของเพื่อนบ้าน

บ้านชนิดนี้ปกติแล้จะมีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกันสามารถตกแต่งได้ในรูปแบบต่าง  ๆ  ตามฐานะและรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ


อาคารพาณิชย์หรือตึกแถว  (Shop  Houses) 

เป็นแบบบ้านอีกลักษณะหนื่ง ที่ได้รับความนิยมมากในแถบชุมชนเมือง  เพราะนอกจากจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้แล้ว  ยังสามารถดัดแปลงให้เป็นสถานที่ทำการค้าหรือธุรกิจได้ด้วย  อาคารแบบนี้มักมีเนื้อที่แคบ  จึงนิยมก่อสร้างหลาย  ๆ  ชั้น

ทาวน์เฮาส์  (Town  house)

เป็นบ้านที่มีลักษณะเหมือนตึกแถว บ้านประเภทนี้มักตั้งอยู่ในเมืองเช่นกัน  แต่จะต่างกับตึกแถวตรงที่มีบริเวณหน้าบ้านจัดเป็นสวนขนาดย่อมและจอดรถได้  ทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่มักเป็นแบบ  2-3  ชั้น  ใช้เนื้อที่ค่อนข้างน้อย  เนื่องจากเป็นที่ในเมืองและมีราคาแพง

แฟลตหรืออาพาร์ตเม้นต์  (Flat  or  Apartment) 

เป็นที่อยู่อาศัยที่มีลักษณะคล้ายอาคารพาณิชย์  คือมีหลาย  ๆ  ชั้น  แบ่งเป็นหลายยูนิต  วัตถุประสงค์เพื่อให้เช่า  ปกติแล้วที่อยู่อาศัยแบบนี้  ค่าเช่ามักสูง  เพราะตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและมีสิ่งอำนวยความสะดวก  ความปลอดภัยครบ

คอนโดมิเนียม  (Condominium)  หรือ อาคารชุด 

เป็นอาคารที่มีหลายชั้น  แต่ละชั้นแบ่งเป็นห้องชุดจำนวนมาก  ซึ่งภายในห้องประกอบด้วยห้องนอน  ห้องรับแขก  ห้องน้ำ  ฯลฯ  อาคารชุดแต่ละแห่งมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน  โดยทั่วไปแล้วอาคารชุดจะตั้งอยู่ในกลางเมือง  หรือในที่ชุมชนที่มีการคมนาคมสะดวก 

อาคารชุดมีหลายประเภท  ทั้งประเภทที่อยู่อาศัย  (Residential  Condominium)  และประเภทสำนักงาน  (Office  Condominium) 


ผู้ซื้ออาคารชุดจะมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของอาคารชุดของตน  และมีกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินส่วนกลาง  อันได้แก่  ห้องโถง  ที่จอดรถ  ลิฟต์  สนาม  และทางเดิน  เป็นต้น  ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง  ผู้เป็นเจ้าของอาคารชุดจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบ

สหกรณ์เคหสถาน (Cooperative  Housing) 

เป็นที่อยู่อาศัยแบบสหกรณ์  ลักษณะเป็นอาพาร์ตเมนต์เพล็กซ์  คล้ายคอนโดมิเนียม  หลาย ๆ ท่านคงจะไม่ค่อยคุ้นกับที่อยู่ที่อยู่อาศัยประเภทนี้  เกิดขึ้นโดยผู้ต้องการที่อยู่อาศัย  จะลงทุนซื้อหุ้นของสหกรณ์และสหกรณ์จะนำเงินนั้นไปซื้อที่ดินและสร้างอาคารให้สมาขิกได้เช่าอยู่  สมาชิกต้องช่วยกันออกค่าบำรุงรักษา  ซ่อมแซม  ค่าภาษี  สมาชิกแต่ละหน่วย  มีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียงในการเลือกตั้งกรรมการบริหาร

บ้านเคลื่อนที่  (Mobile  Home) 

บ้านชนิดนี้  ในเมืองไทยมักไม่ค่อยคุ้นเคยกันค่ะ  แต่ในต่างประเทศมีมานานแล้วนะคะ  ลักษณะเป็นบ้านที่สร้างสำเร็จรูปจากโรงงาน  และย้ายมาติดตั้งในทำเลที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ของบ้านเคลื่อนที่  ผู้ที่เริ่มตั้งครอบครัวใหม่นิยมอยู่บ้านเคลื่อนที่  เพราะราคาไม่แพงนัก  บางคนก็ใช้บ้านเครื่องที่เป็นสำนักงานเคลื่อนที่  เช่น  ผู้รับเหมาเวลาไปรับเหมาก่อสร้างตามแหล่งรับเหมาต่าง ๆ 

บ้านแบบนี้ สามารถขับเคลื่อนหรือพ่วงกับรถคันอื่นได้  ลักษณะภายใน มีเครื่องอำนวยความสะดวกเหมือนบ้านทั่วไป  บ้านแบบนี้บางทีนิยมใช้เป็นบ้านของดาราภาพยนตร์ หรือนักแสดงซึ่งต้องเดินทางเสมอ   ก็จะซื้อรถขนาดใหญ่ปรับปรุงภายในให้เหมือนบ้าน  คือ  มีห้องนอน  ห้องเตรียมอาหาร ห้องน้ำ  เพียงแต่ละห้องมีขนาดเล็กเท่านั้น   สำหรับผู้ที่ชอบท่องเทียวทัศนาจร  บริษัทท่องเที่ยวบางแห่งก็จะมีรถยนต์ให้เช่า  ซึ่งจะตกตกแต่งภายในเหมือนบ้านอยู่อาศัย  ขับไปท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ ได้  บ้านลักษณะนี้เรียกว่า Motor  Home  นิยมใช้กันมากตามเมืองท่องเทียว  และใช้มากในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว   ซึ่งผู้ใช้จะสามารถประหยัดค่าโรงแรกที่พักได้มาก  เพราะไปกันได้หลายคน  และใช้ได้ในช่วงเวลายาวนานอีกด้ว

บ้านที่แบ่งเวลาการพักอาศัย  (Time-Share  Homes) 

บ้านแบบนี้ตามชื่อก็บอกลักษณะให้ทราบว่ามีการแบ่งเวลาหรือหมุนเวียนกันใช้ประโยชน์ในบ้านพักอาศัยดังกล่าว  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพักผ่อน เช่น  บ้านพัก  หรือเรือนรับรอง  ที่อยู่ตามชายหาด หรือแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ  โดยมีบุคคล  บริษัท หรือโครงการจัดสรรเป็นเจ้าของ  ใครต้องการไปพักผ่อนในช่วงไหน  ก็ขอเช่าใช้บ้านพักในช่วงนั้น  ซึ่งจะมีการแบ่งเวลากันในระหว่างผู้ต้องการใช้  มีตั้งแต่ 1 สัปดาห์  จนถึง 6 เดือน  ราคาค่าเช่าก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง  เป็นต้นว่า  ระยะเวลาในการเช่า  ขนาดของบ้าน  ทำเลที่ตั้ง  สิ่งอำนวยความสะดวก  ตลอดตนฤดูกาลของการเช่าพัก

(ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมบางแห่ง  ซึ่งได้ขายไปแล้ว  ก็ยังให้บริการในลักษณะของ Time  Sharing  ด้วย  คือขณะหนึ่งขณะใดที่เจ้าของไม่ได้อยู่เอง  ก็มอบหมายให้ผู้จัดการคอนโดมิเนียมนั้นดูแลให้  โดยหาผู้ที่ต้องการพักผ่อนในช่วงดังกล่าวมาเช่าอยู่แทนซึ่งทำให้เจ้าของมีรายได้ในขณะที่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัยเองเพียงแต่จ่ายค่าบริการจัดการดังกล่าวบ้างเท่านั้น  นอกจากนั้นรูปแบบที่เคยมีการดำเนินการกัน  ยังมีการขายสถานที่พักตากอากาศในลักษณะของคอนโด  เช่น (Condo chain)กล่าวคือเจ้าของกิจการคอนโดเซน  จะมีการจำหน่ายห้องกัดตากอากาศ ซึ่งตั้งอยู่ตามสถานที่ตากอากาศหลาย ๆ  แหล่ง  ผู้ที่ซื้อห้องชุด  ณ  สถานที่ตากอากาศแห่งหนึ่ง  จะได้ใช้สิทธิในการใช้ห้องพักของโครงการเดียวกันซึ่งตั้งอยู่  ณ  สถานที่ตากอากาศอื่นได้ฟรีปีละกี่วัน  ตามที่เจ้าของโครงการกำหนด  อย่างไรก็ดีแนวคิดในเรื่อง  Time-Share  Home  เป็นเรื่องที่มีแง่มุมทางกฎหมายอยู่หลายเรื่อง  ดังนั้นผู้ที่ลงทุนในที่อยู่อาศัยลักษณะนี้ควรจะได้มีการปรึกษาผู้รู้ในด้านกฎหมายอย่างละเอียดเสียก่อน)

รู้จักประเภทของบ้านในแบบต่าง ๆ กันไปแล้ว คราวหน้าเราจะลองมาโฟกัสกันดูนะคะ ว่าบ้านในสไตล์ต่าง ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ มีแบบไหนกันบ้าง

แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ :)


บทความน่าอ่านในตอนที่แล้วของบล้อกบ้านแสนรัก กว่าจะมีบ้านแสนรักสักหนึ่งหลัง ตอนที่ 1



ภาพประกอบจาก giahomedesign.com.au