วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สนามหญ้า



สนามหญ้า เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งในการจัดสวนค่ะ :)

สวน ที่สมบูรณ์จะต้องมีส่วนของ สนามหญ้า ไม่น้อยกว่า 30 % ของพื้นที่ทั้งหมด สนามหญ้า นอกจากจะมีส่วนที่สวยงามให้แก่สวนแล้ว ยังมีประโยชน์ในการใช้สอยอีกมากมายหลายประการ เช่น เป็นที่รับรองแขก เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจยามว่างจากภารกิจประจำวัน เป็นที่วิ่งเล่นออกกำลังกายของเด็ก ๆ นอกจากนี้สนามหญ้า ยังช่วยแก้ปัญหา เรื่องแสง-เสียงสะท้อน และช่วยบรรเทาการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองอีกด้วย

หญ้า นั้นอยู่ในตระกูล แกรมมิเนื้อ (Gramineae) ค่ะ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ซึ่งมีลักษณะทางพฤษศาสตร์ ดังต่อไปนี้

ราก หญ้ามีระบบรากเป็นรากฝอย ประกอบด้วยรากเล็ก ๆ ขนาดเท่ากันเป็นจำนวนมาก และรากนี้เกิดจากต้นโดยตรง หรือเกิดจากข้อที่อยู่ผิวดินหรือข้อที่อยู่ใต้ดิน การเจริญเติบโตของราก ขึ้นอยู่กับความชื้น อุณหภูมิ โครงสร้างของดิน ความลึกของดิน และความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยเฉพาะความชื้นที่สำคัญที่สุด

ลำต้น มีลักษณะเป็นข้อและปล้อง แต่ละปล้องมีขนาดไม่เท่ากัน แตกต่างกีนไปตามพันธุ์ จำนวนปล้องจะเท่ากับจำนวนของใบหญ้า ส่วนตาจะอยู่ที่ข้อตรงซอกใบข้อละ 1 ตา สลับกันไปจากข้อหนึ่งไปอีกข้อหนึ่ง การเจริญเติบโตมีทั้งการเจริญเติบโตทางยอด และด้านข้างเป็นการแตกหน่อ หรือแตกแขนงออกจากตาที่ตรงซอกใบระหว่างกาบใบและลำต้นเป็นข้อใหม่ ที่เรียกว่า การแตกกอ โดยจะแตกกิ่งทางด้านซ้าย และขวาสลับกันไป

ลำต้นของหญ้า มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้ค่ะ

1. ลำต้นจากต้นอ่อน หรือลำต้นที่เกิดจากหัวใต้ดิน สำหรับลำต้นที่เกิดจากต้นอ่อนนั้น เป็นลำต้นที่งอกออกจากเมล็ด ส่วนลำต้นที่เกิดจากส่วนหัวใต้ดิน ที่เก็บสะสมอาหารไว้ใช้ในยามขาดแคลนอาหารในฤดูแล้ง เมื่อมีสะภาพเหมาะสมก็จะเจริญดันทะลุดินขึ้นมาเป็นต้นใหม่ เช่น หญ้าแห้วหมู

2. ลำต้นที่อยู่ใต้ดินเป็นเหง้า (Rhizome) ลำต้นนี้จะมีข้อและปล้องเลื้อยขนานกับผิวดินอ่ะนะคะ บนเหง้าจะมีตาอยู่ เมื่อลำต้นบนดินถูกทำลายไป เหง้านี้จะเจริญเติบโตเป็นลำต้นใหม่ได้ เช่น หญ้าคา หญ้าแพรก สำหรับลักษณะของเหง้านี้ จะแตกกันไปตามชนิดของหญ้า บางชนิดเหง้ายาวบางชนิดเหง้าสั้น

3. ลำต้นที่เลื้อยบนดินเป็นไหล (Stolon) จะมีข้อและปล้องสั้นเช่นกัน โดยไหลนี้จะทาบราบในแนวระดับผิวดิน เมื่อไหลทอดไปตรงไหน ก็จะแตกรากที่ข้อ แล้วเกิดเป็นต้นใหม่ เช่นนี้เรื่อย ๆ ไป เช่น หญ้าแพรก หญ้ามาเลเชีย หญ้ากำมะหยี่ หญ้าญี่ปุ่น

ใบ ใบของหญ้าจะประกอบด้วย

1. กาบใบ จะหุ้มอยู่กับลำต้นแน่น กาบใบส่วนมากด้านข้าง ๆ ของกาบใบทั้ง 2 ข้างจะทับกัน

2. แผ่นใบหรือตัวใบ จะมีลักษณะแบน เล็ก ยาวเรียวคล้ายใบหอกส่วนที่ใกล้จะถึงโคนใบจะกว้างกว่าส่วนอื่น ๆ เส้นใบจะขนานกับความยาวของใบ ผิวใบจะมีทั้งเรียบและหยาบเพราะผิวใบมีขนบางชนิด ผิวใบจะมีขี้ผึ้งแฉาบกันน้ำระเหย หรือป้องกันศัตรูมารบกวนหรือทำลาย

3. เยื่อกันน้ำ จะอยู่บริเวณข้อต่อระหว่างใบและกาบใบด้านในเป็นแผ่นเหยื้อบาง ๆ สีขาวหรือสีน้ำตาลแล้วแต่พันธุ์ ขอบรอบนอกของเยื่ออาจมีขนหรือไม่มีขนก็ได้

4. ใบหู อยู่บริเวณข้อต่อระหว่างแผ่นใบและกาบใบทางด้านข้างของข้อต่อ มีลักษระเป็นพู่คล้ายหางกระกรอก อาจจะมี 1 - 2 อัน ถ้ามี 2 อัน จะอยู่ข้างละ 1 อัน ใบแก่อาจไม่พบเพราะมันร่วงไปก็ได้

ส่วนของใบทั้งหมดนี้ จะตั้งอยู่ในบริเวณข้อและปล้อง ใบหญ้าแต่ละพันธุ์จะมีความยาว กว้างยาว กว้าง สี และรูปทรง ตลอดจน การกระทำมุมของใบกับต้นแตกต่างกันไป สำหรับใบหญ้ากับใบข้าว แม้ว่าจะอยู่ในพืชตระกูลเดียวกัน แต่มีลักษณะแตกต่างกัน กล่าวคือ

1. ใบหญ้า จะมีเยื้อกันน้ำ หรือใบหูอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจมีทั้ง 2 อย่างเลยก็ได้
2. ใบข้าวจะมีทั้งเยื่อกันน้ำ และหูใบ

ช่อดอก หญ้านั้นมีดอกด้วยนะคะ ดอกหญ้านั้นเป็นกลุ่มของดอก ที่มีดอกย่อย หรือก้านดอกเดียวกัน โดยในแต่ละกลุ่มของดอก จะมีดอกย่อย และดอกย่อยนี้ จะเกิดบนแกนกลางของช่อดอก ซึ่งดอกย่อยจะมีทั้งดอกย่อยที่เป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือดอกย่อยที่มีหลายดอกก็ได้ และดอกย่อยจะเกิดสลับกันไปบนแกนก้านดอก ในแต่ละดอกย่อย จะมีกลีบดอก 2 อัน ประกบกันอยู่ข้างบนและข้างล่าง มีเกสรอยู่ 3 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน โดยทั่วไปดอกของพืชตระกูลหญ้าจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ แต่ก็จะมีดอกบางชนิดเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ โดยแยกกันอยู่คนละช่อ หรือคนละต้น

การจัดระเบียบของกลุ่มดอก แบ่งเป็น 3 แบบดังนี้

1. ดอกที่เกิดบนแกนกลางของช่อดอก และแต่ละก้านดอกยาวเท่า ๆ กัน
2. ดอกที่เกิดจากแกนกลางของช่อดอก แต่ไม่มีก้านของดอก
3. ดอกที่มีก้านช่อดอก ที่แตกเป็นกิ่งก้านมาก

เมล็ดหญ้า เนื่องจากที่หญ้ามีดอกมากดังกล่าวมาแล้ว หญ้าจึงมีเมล็ดมาก ทำให้เป็นปัญหาว่าหญ้ากระจายไปได้รวดเร็ว หญ้าจึงได้ชื่อว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง ภายในเมล็ดหญ้านั้น จะมีแป้งและน้ำตาลอยู่บ้างเล็กน้อย มีเปลือกที่เป็นแผ่นแข็ง 2 แผ่นประกบกันอยู่ นอกจากนี้ยังมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบด้วย แต่จำนวนแป้ง น้ำตาล และโปรตีน จะน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของหญ้า

สำหรับเปอร์เซ็นต์การงอกของหญ้าจากเมล็ดแตกต่างกันไปค่ะ ตั้งแต่พวกที่งอกได้ดีในแต่ละสภาพอากาศ และพวกที่งอกได้บางสภาพ หญ้าบางชนิดมีปริมาณเมล็ดมากเกินไป ทำให้มันเป็นวัชพืชที่มีปัญหาเมื่อแพร่กระจายเมล็ดของมันออกไปน่ะนะคะ

รู้จักกับลักษณะทางพันธุศาสตร์ของหญ้ากันแล้ว ในตอนหน้า บ้านแสนรักจะนำสาระความรู้เกี่ยวกับหญ้าประเภทต่าง ๆ มาฝากกันบ้าง

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักเสมอมานะคะ :)



ขอบคุณที่มา novabizz.com/CDC/Garden/Garden_Grass-101.htm