วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การเลือกซื้อ ที่นอนสปริง


การนอนหลับ ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด...

คำกล่าวนี้ยังคงจริงแท้แน่นอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอ่ะนะคะ แต่คนเราให้ความสำคัญกับการนอนมากแค่ไหนล่ะ ?

การนอนของเราจะหลับสบายหรือไม่นั้น มีองค์ประกอบหลายด้านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยการนอนของเราเอง อาหารที่รับประทาน การออกกำลังกาย และ ส่วนสำคัญอีกอย่างก็คืออุปกรณ์ในการนอน สำหรับสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่นอนใหม่ หรือต้องการจะเปลี่ยนรูปแบบการนอนจากเดิม เช่น ที่นอนนุ่น ฟองน้ำ หรือ ไม้กระดาน (สำหรับผู้ที่ชอบปวดหลัง)  มาใช้ ที่นอนแบบสปริง ซึ่งจัดว่าเป็นที่นอนที่มีราคาค่อนข้างสูง ถึงสูงมากพอสมควร วันนี้บ้านแสนรักได้นำสาระ ความรู้และข้อแนะนำมาฝาก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ กันอ่ะนะคะ


1. ประเภทของสปริงชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบ ที่นอนสปริง

 1.1 สปริงแบบบอนแนลล์ (Bonnell) เป็นสปริงแบบแรกที่คิดค้นขึ้น รูปทรงคล้ายนาฬิกาทราย จุดอ่อนคือการยึดสปริงแต่ละลูกเข้าเป็นสปริงที่นอนทั้งหลังได้ไม่แน่นเท่าที่ควร ขดลวดสปริงจึงล้มง่าย ทำให้เกิดเสียงเสียดสี

 1.2 สปริงแบบออฟเซ็ท (Offset)เป็นการพัฒนามาจากแบบบอนแนลล์ มีความแข็งแรงกว่าและไม่มีเสียงเสียดสีของสปริง แต่จุดอ่อนคือ มีความแข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่นต่อการรองรับน้ำหนักร่างกายของ ผู้นอน

 1.3 สปริงแบบออฟเซ็ทปลายเปิด (Open offset) เป็นการพัฒนาต่อจากออฟเซ็ทแต่สามารถลดความกระด้างและมีความยืดหยุ่นต่อการรองรับน้ำหนักได้ดี

 1.4 สปริงแบบสวมในถุงผ้าหรือพ๊อกเก็ตสปริง (Pocket Spring) สปริงจะผูกในถุงผ้าเป็นลูก ๆ ติด ๆ กัน ทำให้สปริงแต่ละลูกสามารถยืดหรือหดได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน ไม่มีปัญหาเวลาคนนอนข้าง ๆ พลิกตัว มีความยืดหยุ่นในการรองรับน้ำหนัก รวมทั้งโค้งเว้าสอดรับกับสรีระร่างกายได้ดี สปริงชนิดนี้จึงมีราคาแพง เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงจากถุงผ้าที่หุ้ม

 1.5 สปริงแบบต่อเนื่อง เป็นการดัดแปลงแนวคิดที่ว่า สปริงชนิดข้างต้นต้องใช้แรงงานคนประกอบ อาจเกิดความผิดพลาดในการประกอบได้ จึงมีแนวคิดในการใช้เครื่องจักรอัตโนมัติที่มีมาตรฐานสูงในการประกอบสปริงทั้งหลัง และมักใช้ขดลวดที่มีขนาดเล็ก และมีความเหนียว เพราะสามารถขึ้นรูปเป็นสปริงและถักทอได้ง่าย

การเสริมขอบ ที่นอนสปริง ให้แข็งแรง ปัจจุบันมี 2 ระบบ

 2.1 ระบบแหนบหรือเอชการ์ด (Edge Guard) ตัวแหนบเป็นรูปตัวอักษร Z ตัวใหญ่ หรือตัวอักษร E ตัวใหญ่

 2.2 การเสริมด้วยแถวของสปริงซ้อนกันเป็น 2 แถว วิธีนี้จะดีกว่าระบบเอชการ์ด เพราะจะได้ทั้งความแข็งแรงทนทานและไม่กระด้างเหมือนระบบแหนบ

ปัจจัยที่จะตัดสินว่าสปริงที่นอนแบบใดดีกว่ากันนั้น มีหลายปัจจัยค่ะ นั่นก็คือ

1. ประเภทหรือลักษณะของสปริงที่ใช้เป็นแบบบอนแนลล์ แบบออฟเซ็ท แบบปลายเปิด แบบ Pocket Spring หรือแบบต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป

2. ความสูงของขดลวดสปริงที่นอน หากขดลวดสปริงยิ่งสูงก็จะยิ่งมีช่วงการยืดหยุ่นต่อการรองรับน้ำหนักได้ดี โดยมาตรฐานขดลวดสปริงควรมีความสูงไม่ต่ำกว่า 6 นิ้ว

3. จำนวนรอบเกลียวของขดลวดสปริงที่นอน หากขดลวดสปริงที่มีรอบเกลียวมาก ความยืดหยุ่นและความทนทานจะดีกว่าขดลวดสปริงที่มีระบบเกลียวน้อยกว่า

4. คุณภาพของเส้นลวดสปริง เส้นลวดสปริงที่ดีจะต้องมีลักษณะเหนียวคืนตัวได้ดี ไม่แข็งกระด้างหรืออ่อนเกิน

5. จำนวนและขนาดของเส้นลวดสปริง จะต้องสัมพันธ์กันเสมอ หากต้องการเพิ่มจำนวนขดลวดสปริงต่อสปริงที่นอน 1 หลังให้มากขึ้น ก็ต้องลดขนาดของเส้นลวดสปริงให้เล็กลงเพื่อให้ได้สปริงที่นอนที่มีความแข็งแรงแต่ไม่กระด้าง

 ข้อคิดประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อที่นอนสปริง

 เนื่องจากสปริงที่ใช้มีหลายประเภทดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งแต่ละประเภทจะมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันไป ผู้บริโภคสามารถเลือกให้เหมาะสมกับตนตามคุณสมบัติที่ต้องการ

 >> วัสดุที่รองรับน้ำหนักผู้นอน ถ้าเป็นแผ่นยางพาราจะมีคุณภาพดีกว่าในเรื่องการรับน้ำหนัก แต่จะมีราคาสูงกว่าผ้าฝ้ายอัด หรือฟองน้ำ

 >> ผ้าหุ้มที่นอนชั้นนอกสุดของที่นอน ควรเลือกใช้ผ้าที่มีส่วนผสมของฝ้ายหรือวิสโคสหรือเรยอน ในปริมาณสูง ๆ เพื่อผิวสัมผัสที่นุ่มลื่น ระบายอากาศได้ดี ซึ่งจะมีราคาสูง แต่ถ้ามีส่วนผสมของไนลอนหรือโพลีโพรทีลีนในปริมาณ สูงผ้าจะมีลักษณะหยาบ ระบายอากาศไม่ดี มีราคาถูก สังเกตุจากเนื้อผ้าที่มีแววสะท้อนแสงจะมีส่วนผสมของโพลีโพรทีลีนในปริมาณสูง

 >> ความคิดที่ว่าที่นอนนุ่มไม่ดี จะทำให้ปวดหลังได้นั้น ไม่ถูกต้องเสมอไปค่ะ สาเหตุจากที่นอนนิ่มถ้าเป็นเพราะสปริง เมื่อใช้ไประยะหนึ่งสปริงย่อมเกิดความอ่อนล้ายุบตัว ก็อาจทำให้ปวดหลังได้ แต่หากที่นอนนุ่มเพราะซื้อวัสดุรองรับนุ่ม โดยมีสปริงที่เป็นแกนกลางของที่นอนแข็งแรง จะไม่ทำให้ปวดหลัง โดยทั่วไปร่างกายของเราขณะนอนจะมีแรงกดทับบริเวณไหล่ และสะโพก ร่างกายของเราจึงต้องการที่นอนที่มีลักษณะนุ่มเพราะชั้นวัสดุรองรับทำหน้าที่เป็นเบาะให้ร่างกาย

 >> หากจะให้ที่นอนมีความนุ่มสบาย และอายุการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ จะต้องวางบนบ๊อกสปริงเท่านั้น เพราะบ๊อกสปริงทำหน้าที่เป็นโช๊คอัพให้กับที่นอนสปริง ดูดซับแรงกดที่ถ่ายทอดผ่านที่นอนสปริงสู่บ๊อกสปริงไม่ให้สะท้อนกลับสู่ร่างกายผู้นอน จึงทำให้ที่นอนสปริงยืดหยุ่น นุ่มสบายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการดูดซับแรงกดเป็นการคลายความเครียดของสปริงทำให้สปริงมีอายุการใช้งานยืดยาว

เพราะฉะนั้น การที่จะพิจารณาว่าที่นอนสปริงยี่ห้อนี้ดีกว่ายี่ห้อนั้น ต้องศึกษาและพิจารณารายละเอียดประกอบไปพร้อม ๆ กัน มิใช่แค่ประการใดประการหนี่ง ควรขอดูตัวอย่างสปริงที่ผู้ขายมีไว้แสดงเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ผู้ซื้อต้องทดลองนอน แล้วจะรู้ว่าร่างกายเราเหมาะสมกับที่นอนประเภทใด นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ งบประมาณ จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเราจะมีกำลังในการบริโภคขนาดไหน ซึ่งราคาของที่นอนสปริงจะมีคุณภาพแตกต่างกันตามวัสดุที่ใช้ ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์  สุดท้ายสิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอคือควรเปรียบเทียบราคาระหว่างยี่ห้อ สอบถามรายละเอียดจากตัวแทนโดยไม่ต้องเกรงใจ ในเมื่อเราจ่ายเงินในราคาสูงแล้วเราควรจะได้รับในสิ่งที่เราพอใจสูงสุดอ่ะนะคะ แต่ถ้าจ่ายเงินไปแล้วยังเลือกชนิดที่นอนไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับได้ค่ะ



ขอบคุณที่มา dit.go.th/contentdetail.asp?ID=85&catid=102&typeid=11
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต