วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ระบบกรองน้ำ และการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ


อรุณสวัสดิ์เช้าวันศุกร์อันแจ่มใสนะคะ เมื่อวาน บ้านแสนรัก ได้แนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักรูปแบบของสระว่ายน้ำในแบบต่าง ๆ กันไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ก็คือเรื่องของระบบกรองน้ำภายในสระว่ายน้ำนั่นเองค่ะ เพราะมีส่วนสำคัญมากในการหมุนเวียนน้ำ ซึ่งควรกำหนดระยะเวลาไว้ที่ 5-7 ชั่วโมง ส่วนการถ่ายน้ำเพื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่นั้นควรจะเป็น 5-10 ครั้งต่อปี

ระบบกรองน้ำที่ใช้ทั่วไปมี 2 แบบค่ะ นั่นก็คือ

1.ระบบกรองทราย (Sand Filter) เป็นระบบที่ง่าย ประหยัด เหมาะกับสระโดยทั่วไปเพราะมีหัวมัลติพอร์ทวาล์วคุมการทำงานให้เป็นไปตามที่ต้องการ

2.ระบบกรองผ้าด้วยผงกรอง (De Filter) ระบบนี้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเติมผงกรองและผ้ากรองค่ะ

นอกจากระบบกรองแล้ว การบำบัดน้ำอาจจะมีวิธีอื่น เช่น การเติมน้ำยาปรับสภาพน้ำต่าง ๆ ด้วย

เมื่อคุณมีสระว่ายน้ำในบ้านแล้ว สิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงต่อไปก็คือ การทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ค่ะ เริ่มต้นจากการตรวจสอบเครื่องกรองให้อยู่ในสภาพดี อย่าให้อุดตันเพราะมันส่งผลต่อความใสของน้ำโดยตรง ใน 1 วันควรเดินเครื่องกรองอย่างน้อย 12 ชั่วโมงสำหรับชนิดผงกรอง

สำหรับชนิดที่ใช้ทรายกรองควรจะเพิ่มเป็น 20 ชั่วโมง แต่ไม่ว่าจะชนิดใดถ้ามีคนเล่นน้ำมาก ๆ ควรเพิ่มระยะเวลามากขึ้นอีกและควรทำความสะอาดเมื่อความดันเพิ่มขึ้นเป็น 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
ส่วนการทำความสะอาดตัวสระนั้น เริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพของน้ำด้วยชุดทดสอบน้ำเพื่อตรวจระดับของสารเคมีที่ใส่ลงไปเพื่อควบคุมสภาพน้ำซึ่งก็ได้แก่การตรวจระดับคลอรีนและการตรวจสอบสภาพความเป็นกรดด่างของน้ำ

คลอรีน จะมีหน้าที่ดูแลให้น้ำใส ไม่มีเชื้อโรคและป้องกันไม่ให้มีตะไคร่น้ำ ที่ใช้โดยทั่วไปในสระสำเร็จรูปจะเป็นคลอรีน 60% เพราะจะไม่ไปทำลายผ้าไวนิล ส่วนสระโดยทั่วไปจะใช้คลอรีน 90% ค่าความเข้มข้นจะเป็น 0.80-1.00 PPM แต่ในวันที่มีคนเล่นมาก ช่วงที่ฝนตกบ่อย วันที่แดดจัดอาจจะเพิ่มปริมาณคลอรีนได้ การเติมคลอรีนควรจะเป็นตอนเย็นที่ไม่มีใครใช้สระแล้วอ่ะนะคะ

ความเป็นกรดเป็นด่างในน้ำนอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แล้ว ยังส่งผลต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ อีกด้วยค่ะ หากน้ำเป็นกรด อุปกรณ์โลหะก็จะมีปัญหา แต่หากเป็นด่างน้ำก็จะขุ่นเนื่องจากแร่ธาตุต่าง ๆ ในน้ำจะตกตะกอนและพลอยทำให้กระเบื้องบุสระสกปรกไปด้วย ดังนั้นค่า Ph ที่ดีก็ควรอยู่ที่ 7.20-7.60

เมื่อปรับสภาพน้ำได้เหมาะสมแล้ว ขั้นต่อมาควรมีการดูดตะกอนและเก็บสิ่งสกปรกต่าง ๆ อย่างเศษใบไม้ ขัดตะไคร่น้ำด้วยแปรงด้ามยาวซึ่งมีหัวเป็นไนลอน (สำหรับคราบที่ติดบนกระเบื้อง) และหัวเป็นลวด (สำหรับแนวร่องกระเบื้อง)

การจะมีสระว่ายน้ำสักสระหนึ่งภายในบ้านของเราเอง นอกจากจะมีงบประมาณที่จะก่อสร้างแล้ว ยังต้องมีงบประมาณและเวลาในการใส่ใจดูแลด้วย แต่หากเราได้ใช้สระว่ายน้ำนั้นอย่างคุ้มค่า ได้เห็นรอยยิ้มและสุขภาพที่ดีของคนในบ้าน เพียงเท่านี้ ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าแก่การทำสระและดูแลสระว่ายน้ำแล้วล่ะนะคะ :)



ขอบคุณที่มา hometophit.com/