วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การเลี้ยงปลาคาร์ฟ carp fish

สวัสดีค่ะ..วันนี้บ้านแสนรักได้นำข้อมูลและปัจจัยที่สำคัญและน่าสนใจเกี่ยวกับ การเลี้ยง ปลาคาร์ฟ มาฝากกันนะคะ เชื่อว่าข้อมูลของบ้านแสนรักในวันนี้ คงถูกใจ ผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาชนิดอยู่แน่นอนค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าปัจจัยที่จำเป็นต่อ การเลี้ยงปลาคาร์ฟ หรือปลาแฟนซีคาร์ฟ มีอะไรกันบ้าง


การเลี้ยงปลาคาร์ฟ

ปัจจัยการเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์ฟ มีหลายอย่างค่ะ เช่น น้ำ อากาศ แสงแดด อาหาร อุณหภูมิ และนอกจากนั้น ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเอาใจใส่ ซึ่งเมื่อคุณมีความเอาใจใส่ดูแลแล้วละก็ ปัจจัยอื่น ๆ เราก็ต้องสนใจเป็นธรรมดาอ่ะนะคะ

น้ำ    

เป็นสิ่งที่สำคัญมากกับปลาทุกชนิด เราต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของน้ำที่จะมาใช้เลี้ยงปลาแต่ละชนิดค่ะ เพราะน้ำเปรียบเสมือนบ้านของปลานั่นเอง น้ำที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาคาร์ฟนั้น มาจากแหล่งน้ำได้หลายแห่งเช่น น้ำประปา น้ำบาดาล น้ำคลอง น้ำบ่อ น้ำตก เป็นต้น แต่ที่สะดวกที่สุดคือ น้ำประปาที่ผ่านการฆ่าคลอรีนแล้ว และมีค่า pH เป็นกลางที่ pH 7 วิธีง่ายๆในการฆ่าคลอรีนก็คือ ให้น้ำประปาผ่านเครื่องกรองน้ำที่มีถ่านคาร์บอนเป็นตัวกรอง โดยปล่อยให้น้ำไหลผ่านกรองช้า ๆ และควรทดสอบคลอรีนทุกครั้งก่อนนำน้ำมาเลี้ยงปลา หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อปลา ในกรณีที่ไม่ต้องการใช้น้ำประปา ก็ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ แต่แหล่งน้ำจากธรรมชาติจะมีความเป็นกรดเป็นด่างซึ่งจะมีผลต่อสีปลา โดยทำให้ปลาสีซีด และน้ำจากธรรมชาติบางแหล่ง อาจมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นอันตรายต่อปลาคาร์ฟมาก อีกทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติอาจเป็นพาหะของโรคมาอีกด้วย ฉะนั้นน้ำประปาจึงเป็นน้ำที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงปลาคาร์ฟอ่ะนะคะ ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำแต่ละครั้ง ไม่ควรเปลี่ยนทีเดียวจนหมดทั้งบ่อ ควรจะเปลี่ยนน้ำโดยให้เหลือน้ำเก่าไว้ประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณน้ำเดิม และเติมน้ำใหม่ลงไป 1 ใน 3 เพราะจะทำให้ปลาปรับตัวได้ และไม่เกิดอาการช็อกน้ำ ค่ะ

อากาศ หรือออกซิเจน

สองสิ่งนี้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของปลาคาร์ฟมากค่ะ สังเกตได้จากการที่ปลาคาร์ฟว่ายน้ำ ถ้าว่ายน้ำอยู่ในน้ำแล้วจะลอยหัวขึ้นมาเฉพาะตอนกินอาหาร ก็ถือว่าออกซิเจนไม่ขาด แต่ถ้าปลาคาร์ฟลอยหัวอยู่ตลอดแสดงว่าอากาศหรือออกซิเจนเริ่มขาด ต้องรีบทำการเติมอากาศทันที ทางที่ดีควรจะทำการเติมอากาศไว้อยู่ตลอดเวลา โดยการที่ให้น้ำดีจากบ่อกรองที่จะมาในบ่อเลี้ยง ได้สัมผัสอากาศเสียก่อนที่จะ ปล่อยลงบ่อ โดยยิงน้ำลงบ่อเลี้ยงเพื่อให้เกิดฟองอากาศ หรือใช้ปั๊มอากาศปั๊มลงโดยตรงเลยก็ได้แต่ถ้าบ่อใหญ่มากๆ ควรใช้หัวเจ็ทพ่นน้ำเพราะหัวเจ็ทจะดูดออกซิเจนในอากาศลงไปผสมกับน้ำได้เป็นอย่างดี บ่อที่สร้างแบบมีน้ำตกด้วยจะช่วยให้มีออกซิเจนมาเพิ่มในน้ำดีขึ้น เนื่องจากน้ำที่ไหลลงมาตามแนวน้ำตกจะได้สัมผัสอากาศก่อนลงบ่อนั่นเองอ่ะนะคะ

อาหาร

ปลาคาร์ฟมีนิสัยที่น่ารักอยู่อย่างหนึ่งค่ะ คือ เมื่อเชื่องแล้วปลาคาร์ฟจะว่ายมามองหน้าแล้วทำปากอ้าเหมือนจะรู้ว่าเราต้องใจอ่อนให้อาหารอย่างแน่นอน แต่อย่าใจอ่อนทุกครั้งไปนะคะ เพราะจะทำให้รูปทรงปลาเสียได้ และถ้าเราให้มากจนเหลือก็จะทำให้น้ำเสียเร็ว ฉะนั้นการให้อาหารจึงควรให้พอดีดังนี้

ให้อาหารตามน้ำหนักของปลา คือ 2-4 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวปลาต่อวัน โดยให้วันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและบ่าย ควรจะให้ปลาคาร์พกินอาหารหมดภายใน 20 นาที ถ้าเหลือควรตักทิ้งเพราะจะทำให้น้ำไม่เสียเร็ว ไม่ควรให้อาหารปลาในเวลาเย็นมากเกินไป เพราะในตอนเย็นออกซิเจนในน้ำมีปริมาณลดลงมากอาจเป็นอันตรายกับปลาได้ อุณหภูมิของน้ำก็มีส่วนในการลดหรือเพิ่มปริมาณอาหาร ในฤดูร้อนปลาคาร์พมักจะกินอาหารได้มาก แต่ถ้าวันใดที่อากาศร้อนมากๆก็ควรงดอาหาร ส่วนในฤดูหนาวปลาคาร์พก็จะกินอาหารน้อยและวันใดที่อากาศเย็นมากๆ ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส ให้งดอาหาร

ปลาคาร์ฟ เป็นปลาที่กินอาหารได้หลายชนิดทั้งอาหารสดและพืช เช่น ข้าวโพดบด ข้าวสาลี กะหล่ำปลี สาหร่าย แหน ข้าวเหนียวนึ่ง ขนมปัง ลูกน้ำ ลูกไร กุ้งสด หอย ปลาหมึก เป็นต้น แต่ที่นิยมใช้เลี้ยงมากที่สุดคืออาหารเม็ดลอยน้ำ เพราะสะดวกและหาง่ายอาหารเม็ดลอยน้ำบางชนิดก็มีส่วนผสมของพืชและเนื้อสัตว์เช่น กุ้งแห้ง เป็นต้น อาหารบางชนิดยังอาจผสมสปิรูลิน่าหรือสาหร่ายเกลียวทองที่เรียกว่าอาหาร 10 เปอร์เซ็นต์ (อาหารที่มีส่วนผสมของสาหร่ายสปิรูลิน่าอยู่ในอาหารในปริมาณ 10 เปอร์เซ็นต์) มีผลต่อสีของปลาด้วยเพราะสปิรูลิน่าจะเป็นตัวช่วยให้สีของปลาคาร์พเข้มดูสวยงาม
แสงแดด-อุณหภูมิ

 ที่ที่ดีสำหรับ บ่อปลาคาร์ฟ คือ ที่ที่มีแสงแดดส่องถึง ไม่ควรต่ำกว่า วันละ 3 - 4 ชม. แต่ก็ไม่ควรให้แดดลงบ่อเต็มๆ ทั้งวัน ควรหาร่มเงาให้ปลาได้หลบพักบ้าง อากาศก็ควรจะถ่ายเทได้ดี ไม่ควรอยู่ใกล้ครัวเพราะควันจากการทำอาหารอาจลงไปในบ่อทำให้น้ำมีคราบมัน บ่อที่ดีควรขุดลงไปในดินจะดีกว่าทำบ่อลอย เพราะอุณหภูมิของน้ำในบ่อฝังดินจะเปลี่ยนแปลงช้าและต่ำกว่าบ่อลอย ปลาคาร์พมักชอบน้ำอุณหภูมิต่ำ (20-25 องศาเซลเซียส)

จะเห็นได้ว่า การเลี้ยงปลาคาร์ฟ ซึ่งเป็นปลาสวยงามนั้น ต้องมีการดูแลเอาใจใส่ในหลายขั้นตอนเลยนะคะ แต่การมีสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใดก็ตาม หากเราให้ความรัก เอาใจใส่ เค้าก็จะเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราค่ะ นอกจากจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขแล้ว ยังทำให้จิตใจของผู้เลี้ยงมีความอ่อนโยนอีกด้วย

ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเลี้ยงปลาคาร์ฟแสนรักกันทุกคนนะคะ :)

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามอ่านบล้อกอยู่เสมอค่ะ