วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ห้องเก็บของ storeroom


ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าห้องที่มักจะถูกมองข้ามไปมากที่สุดในบ้านก็คือ ห้องเก็บของ  (storeroom) นั่นเองน่ะนะคะ แม้ว่า ห้องเก็บของ จะจัดว่าเป็นห้องที่สำคัญที่สุดห้องหนึ่งของบ้านเนื่องจากต้องเป็นห้องที่รองรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอยที่ทั้งจำเป็นต้องใช้งานและไม่จำเป็นต้องใช้งานในขณะนั้น แต่ก็มักจะเป็นห้องที่เราให้ความสำคัญน้อยกว่าห้องอื่น ๆ อยู่เสมอ


ในวันนี้บล็อกบ้านแสนรัก มีลักษณะของห้องเก็บของที่ดี ที่เราควรจะมีไว้ภายในบ้านมาฝากกันค่ะ เรามาดูกันนะคะ ว่า ห้องเก็บของที่ดี นั้น ควรเป็นห้องที่มีลักษณะอย่างไรบ้าง

1.ห้องเก็บของที่ดี ต้องมีขนาดเหมาะสมกับบ้าน นั่นคือประมาณ 3-5% ของพื้นที่บ้าน เช่น บ้านที่มีขนาด 100 ตารางเมตร ก็ควรมีห้องเก็บของขนาดประมาณ 3-5 ตารางเมต ซึ่งหากไม่มีพื้นที่ขนาดดังกล่าว ก็สามารถแยกออกเป็น 2 หรือ 3 ห้องก็ได้ค่ะ

2.ห้องเก็บของที่ดี ควรอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ควรจะลึกลับซับซ้อนมาก รวมทั้งทางเข้าออก หน้าห้องเก็บของควรจะโล่ง ไม่มีของวางเกะกะ เพื่อให้การนำของเข้าไปเก็บและนำออกมา ทำได้โดยสะดวก

3. ห้องเก็บของที่ดี ควรมีแสงสว่างที่พอเหมาะ  ห้องเก็บของ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าต่าง เพื่อชมทิวทัศน์รอบข้าง หรือบรรยากาศที่ดีก็ได้ แต่จำเป็นต้องมีแสงสว่างที่ส่องทั่วถึง เพื่อให้การจัดเก็บและหยิบของ สามารถทำได้โดยง่าย ห้องเก็บของที่มีแสงสว่างน้อยเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อตัวผู้ที่เข้าไปใช้ห้องเก็บของได้ เนื่องจากห้องเก็บของ มักมีการเก็บของมีคม เช่น กรรไกรตัดหญ้า หรือเครื่องมือที่ใช้ซ่อมแซมบ้าน เช่น เลื่อย ค้อน เป็นต้น ซึ่งหากเรามองไม่เห็น ว่ามีอะไรอยู่ในห้องนั้นบ้าง เพราะแสงสว่างน้อยเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้

4.ควรมีระบบการจัดเก็บที่ดี ห้องเก็บของที่ดี ควรมีการทำเป็นชั้น ๆ เพื่อจัดวางของค่ะ และมีการแบ่งพื้นที่เก็บของเป็นสัดส่วน เช่น ของหรือเครื่องมือที่ใช้ในสวน ควรอยู่ด้านซ้าย และของที่ใช้ในบ้านควรอยู่ด้านขวา ส่วนตรงกลางใช้เก็บของประดับทั่วไปที่ยังไม่ได้ใช้ เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ของที่มีน้ำหนักมากหรือชิ้นใหญ่ ก็ควรจะจัดให้อยู่ด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามอ่ะนะคะ เพื่อป้องกันมืให้ของเหล่านั้น ตกหล่นลงมาทับผู้ที่เข้าไปใช้ห้องเก็บของ รวมทั้งของที่มีขนาดเล็ก ก็ควรมีการรวบรวมให้อยู่ในกล่องเดียวกัน และมีการระบุที่หน้ากล่องว่าเป็นของประเภทใดบ้าง จะทำให้การค้นหาและการหยิบมาใช้เป็นไปได้อยางสะดวกและปลอดภัยขึ้น

ประเภทของห้องเก็บของ

ห้องเก็บของที่พบเห็นบ่อยที่สุดก็คือ ห้องเก็บของใต้บันได ค่ะ ซึ่งมักจะจัดเตรียมไว้ให้ ในบ้านจัดสรรทุกหลัง แต่ทั้งนี้ โดยแท้จริงแล้ว ห้องเก็บของมีอยู่มากมายหลายประเภท แตกต่างกันไปตามหน้าที่และประโยชน์ใช้สอย ตลอดจนวัฒนธรรมของแต่ละเชื้อชาติ ซึ่งห้องเก็บของที่ควรกล่าวถึง มีดังต่อไปนี้ค่ะ

1.ห้องเก็บของโดยเฉพาะ เรามักเห็นห้องเก็บของแบบนี้ในบ้านที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย หรือบ้านที่มีบริเวณอ่ะนะคะ โดยเจ้าของบ้านและสถาปนิก มักจะเตรียม หรือแบ่งพื้นที่ของห้องเก็บของนี้ไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบกันเลยทีเดียว ห้องเก็บของแบบนี้ จะถูกออกแบบให้ใช้งานได้เต็มที่ และมีประโยชน์ใช้สอยครบถ้วน อย่างไรก็ดี ห้องเก็บของแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่มาก หากไม่มีการเก็บของชิ้นใหญ่จริง ๆ เนื่องจากประโยชน์ของห้องเก็บของ มักจะอยู่ที่ชั้นเก็บของที่ผนังมากกว่า ดังนั้น ห้องเก็บของที่มีขนาดประมาณ 3 คูณ 3 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้อง มักจะมีประโยชน์กว่า ห้องเก็บของขนาด 3 คูณ 6 ตารางเมตรเพียงห้องเดียว

2.ห้องเก็บของ ที่แฝงอยู่ตามโครงสร้างของอาคาร เช่นห้องเก็บของที่อยู่ใต้บันได หรือห้องเก็บของที่ซ่อนอยู่ในพื้นยกระดับของบ้านแบบญี่ปุ่น เป็นต้น ห้องเก็บของชนิดนี้ มักจะมีพื้นที่น้อยกว่าห้องเก็บของแบบแรก แต่หากได้รับการออกแบบอย่างดีแล้ว จะมีพื้นที่สอยไม่แพ้กันเลยทีเดียวค่ะ

3.ห้องเก็บของ ที่ซ่อนอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ เฟอร์นิเจอร์ที่มีการออกแบบที่ดี มักจะมีการเตรียมพื้นที่สำหรับเก็บของไว้เป็นจำนวนมากพอสมควร และเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น อาจจะถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ห้องนอนธรรมดา กลายเป็นห้องนอนที่มีที่เก็บของที่สมบูรณ์เลยทีเดียว


ขอบคุณที่มา http://www.bareo-isyss.com/did_u_storeroom.htm