วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิธีเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ



สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ สมาชิกบ้านแสนรักทุกท่าน หลังจากเราทำความรู้จักกับชนิดของแอร์คอนดิชั่น หรือเครื่องปรับอากาศแต่ละประเภทกันไปแล้ว ก่อนที่จะเลือกใช้แอร์ประเภทไหนก็ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องปรับอากาศชนิดนั้น ๆ ได้อย่างคุ้มค่าด้วยน่ะนะคะ วันนี้บล็อกบ้านแสนรักมีวิธีเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่เหมาะกับอาคารบ้านเรือนของเรามาฝากกันค่ะ เรามาดูคำแนะนำในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศกันนะคะ

1. การจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดใดนั้น ควรคำนวนขนาดให้เหมาะสมกับห้องที่ต้องการติดตั้งด้วยค่ะ

โดยปกติแล้วขนาดพื้นที่ห้องเทียบความสูงของห้องปกติ ( ไม่เกิน 3เมตร ) ขนาดเครื่องปรับอากาศที่ควรใช้มีดังนี้

13-14 ตร.ม.  ใช้เครื่องขนาด 7000-90000 บีทียูต่อชั่วโมง
16-17 ตร.ม.  ใช้เครื่องขนาด 9000-11000 บีทียูต่อชั่วโมง
20 ตร.ม.        ใช้เครื่องขนาด 11000-13000 บีทียูต่อชั่วโมง
23-24 ตร.ม.  ใช้เครื่องขนาด 13000-16000 บีทียูต่อชั่วโมง
30 ตร.ม.        ใช้เครื่องขนาด 18000-20000 บีทียูต่อชั่วโมง
40 ตร.ม.        ใช้เครื่องขนาด 24000 บีทียูต่อชั่วโมง

B.T.U. ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT


2. คำนึงถึงการใช้งานหรือวัตถุประสงค์ของห้องต่างๆ เช่น

- ห้องที่มีพื้นที่จำกัด เช่นห้องชุด คอนโดมิเนียม ควรใช้แบบแขวนใต้ฝ้าเพดาน
- ห้องนอน ควรเน้นประเภทที่เงียบเป็นพิเศษ และให้ความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิเพื่อการพักผ่อนยาวนานตลอดคืน
- อาคารขนาดใหญ่ นิยมใช้เป็นระบบปรับอากาศส่วนกลาง หรือ CENTRAL AIR
นอกจากนี้ต้องคำนึง เรื่องการวางระบบโครงสร้าง ภายนอก ภายใน รวมถึงระบบไฟฟ้า และพื้นที่ในการเดินท่อต่างๆ

3. คำนึงถึงพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ ( ดูจากฉลากที่ติดมากับตัวเครื่อง )

ควรเลือกประเภทที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยดูจาก ค่า EER ( ENERGY EFFICIENCY RATIO )
ค่าที่ได้ควรเท่ากับ10 หรือมากกว่า ค่า EER ยิ่งมากเท่าไรก็จะประหยัดไฟฟ้ามากขึ้น

ค่า EER ตั้งแต่ 7.6 ลงไป ถือว่าอยู่ในระดับ 1 มีเกณฑ์ต่ำ
ค่า EER ตั้งแต่ 7.6-8.6 ถือว่าอยู่ในระดับ 2 มีเกณฑ์พอใช้
ค่า EER ตั้งแต่ 8.6-9.6 ถือว่าอยู่ในระดับ 3 มีเกณฑ์ปานกลาง
ค่า EER ตั้งแต่ 9.6-10.6 ถือว่าอยู่ในระดับ 4 มีเกณฑ์ดี
ค่า EER ตั้งแต่ 10.6ขึ้นไป ถือว่าอยู่ในระดับ 5 มีเกณฑ์ดีมาก

4.คำนึงถึง ราคาและการบริการหลังการขาย


ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่มีมาตราฐานใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นการพิจารณาอาจเปรียบเทียบจากจำนวนปีที่ใช้งานกับราคาของเครื่อง และใช้กระแสไฟน้อยที่สุดแต่ให้ความเย็นมากที่สุด รวมถึงการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขาย

การเลือกตำแหน่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม


1.บริเวณที่สามารถระบายความร้อนได้สะดวก
2.ไม่โดนฝนสาดได้ง่าย
3.บริเวณที่ไม่ถูกแสงแดดส่องโดยตรงตลอดเวลา
4.บริเวณที่สามารถปล่อยให้เสียงและลมร้อนเป่าออกมาได้โดยไม่รบกวนบริเวณข้างเคียง
5.ตำแหน่งติดตั้งควรมีโครงสร้างแข็งแรง หรือใกล้คานหรือเสา เพื่อรับน้ำหนักตัวเครื่องได้ดี
6.ตัวเครื่องควรยกระดับให้พ้นจากพื้นดินอย่างน้อย 10 เซนติเมตร หรือพ้นจากระดับที่น้ำท่วมถึง และในบริเวณที่สามารถซ่อมบำรุงได้ง่าย
7.หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีโอกาสติดไฟเนื่องจากแก๊สรั่ว
8.หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีกรดซัลไฟด์ เช่น บริเวณท่อระบายน้ำทิ้ง
9.ตำแหน่งที่ไม่กีดขวางทางเดิน





ขอบคุณที่มา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต