วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แบบบ้านลอยน้ำ ตอนที่ 1 เรือนแพ (Floating House)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ในขณะที่บ้านเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่กินวงกว้างไปในหลายพื้นที่ และยังความเสียหายให้กับทรัพย์สินและบ้านเรือนหลายล้านหลังคาเรือน บล้อกบ้านแสนรักก็มิได้นิ่งนอนใจน่ะนะคะ

หลังจากที่ได้นำเอาสาระความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และการปฏิบัติตัวเมื่อต้องประสบภัยน้ำท่วมมาฝากกันไปหลายตอนแล้ว ในตอนนี้บล้อกบ้านแสนรักจะได้นำเอาสาระดี ๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมากหากเกิดอุทกภัยใหญ่อย่างเช่นในปีนี้มาฝากกัน นั่นก็คือ.."แบบบ้านลอยน้ำ" นั่นเองค่ะ

ก่อนจะไปดูแบบบ้านลอยน้ำที่่บล้อกบ้านแสนรักกล่าวถึง เพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านคงจะพอคุ้นหูคุ้นตากับ ลักษณะของบ้านลอยน้ำแบบเก่า หรือที่เราเรียกกันว่า "เรือนแพ" กันมาบ้างแล้วน่ะนะคะ บ้านในลักษณะเรือนแพนั้น ส่วนใหญ่ จะเป็นบ้านไม้ที่สร้างขึ้นมาโดยมีฐานเป็นแพที่สร้างจากไม้เช่นกัน





ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้คำจำกัดความที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในลักษณะต่าง ๆ โดยรวมถึง แพ หรือ เรือ ซึ่งจอดอยู่เป็นประจำและใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำว่า เรือน ดังนั้นเรือนแพจึงหมายถึงเรือนที่อยู่อาศัยซึ่งปลูกสร้างอยู่บนแพนั่นเองค่ะ

ในสมัยโบราณนั้นได้พบภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่า มีเรือนแพสร้างเรียงรายเกาะกลุ่มกัน ลอยอยู่ตามริมแม่น้ำรวมทั้งคลองต่าง ๆ ในเขตพระนครและปริมณฑลเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรือนแพนั้น นอกจากใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังใช้เป็นเรือนร้านค้าสำหรับค้าขายไปในตัว น่าเสียดายที่เรือนแพ รวมทั้งเรือนเรือไม่มีปรากฏในเขตพระนครแล้วในปัจจุบัน  ยกเว้นในท้องที่บางจังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี พิษณุโลก และฉะเชิงเทรา กับเรือนแพที่ประยุกต์เพื่อใช้สอยเป็นอย่างอื่น เช่น เรือนแพที่สร้างขึ้นเพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร หรือเพื่อประกอบกิจการทางด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น สาเหตุที่มีการอยู่อาศัยในเรือนแพน้อยลง ก็เกิดจากได้มีการออกกฎระเบียบ มิให้มีการอาศัยอยู่ในเรือนแพและเรือนเรืออีกต่อไป ดังนั้น ตามลำคลองในเขตพระนครปัจจุบันจึงไม่ปรากฏให้เห็นเรือนแพอีกเลย

ลักษณะของเรือนแพ 

เรือนแพ นั้นเป็นเรือนที่อยู่อาศัยทั่วไปที่สร้างอย่างถาวรบนแพค่ะ เรือนชนิดนี้มักมีขนาดเล็กกะทัดรัด ลักษณะเป็นโครงสร้างไม้  ฝาผนังเป็นไม้หรือสังกะสี หลังคามีทั้งแบบจั่วและปั้นหยา มุงสังกะสี ปลูกสร้างบนแพลูกบวบล่องลอยอยู่ทั่วไปตามริมฝั่งแม่น้ำ  ลักษณะของหลังคาดังในภาพมีทั้งหลังคาจั่ว หลังคาจั่วต่อชายคาคลุมพื้นที่โล่งด้านหน้าเรือน หลังคาจั่วทำเป็นหลังคาแฝด หลังคาจั่ว ต่อชายคาด้านข้าง หลังคาทรงไทยเดิมและหลังคาปั้นหยา

การวางตัวเรือนบนแพลูกบวบ พบว่ามีทั้งวางตามแนวยาวและแนวขวาง  โดยวางบนพื้นที่ส่วนหนึ่งของแพ  เว้นขอบแพเป็นทางเดินโดยรอบ เหลือพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่โล่ง ด้านหลังเหลือพื้นที่แคบ ๆ เรือนแพเกือบทุกหลังจะมียานพาหนะสำหรับเดินทาง คือเรือพาย ลอยลำอยู่ข้างแพ โดยมีหลักไม้ปักยึดตำแหน่งเรือและแพ

วิถีชีวิตของคนไทยนั้น มักจะผูกพันกับสายน้ำเป็นอย่ืางมากน่ะนะคะ ทั้ง แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง ในสมัยก่อนนั้นนอกจากคนไทยจะเคยอยู่อาศัยอยู่บนเรือนที่ตั้งอยู่บนแพแล้ว แม่น้ำลำคลองก็ยังเป็นเสมือนแหล่งทำมาหากิน และเป็นวิถีชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งของคนไทยอีกด้วย




แต่ในปัจจุบันนี้ ด้วยสภาพภูมิอากาศของโลก และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกมนุษย์รุกล้ำมากขึ้น ทางน้ำผ่านหลาย ๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ลำคลองถูกรุกล้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางน้ำไหล ทางระบายน้ำตามธรรมชาติด้วยการถมดินไม่ว่าจะเป็นการถมเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย หรือเพื่อทำถนนหนทางต่าง ๆ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภัยธรรมชา่ติ หรืออุทกภัยกับมนุษย์ได้ทั้งสิ้น

นอกจากเราจะต้องช่วยกันดูแลไม่ให้ธรรมชาติถูกทำลายเพื่อไม่ให้เราต้องเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติแล้ว  เราก็คงจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับธรรมชาติมากขึ้น ด้วยการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก จะได้ขอนำเอาแบบบ้านลอยน้ำตามพระราชดำริขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้ทรงพระราชทานพระราชดำริไว้แก่กรมโยธาธิการและผังเมืองมาฝากกันนะคะ

ขอบคุณเพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน ที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ





ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณที่มา http://www.thammadee.com/People_T_encyclopedia2.html
ปฏิกิริยา: