วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม : เมื่อจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วม

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน ในสภาวการณ์ที่คับขันและวิกฤติของสถานการณ์น้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้นทุกวันของบ้านเราในขณะนี้ ทางบล้อกบ้านแสนรักก็ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและหน่วยงาน รวมไปถึงคนไทยทุกคนที่กำลังช่วยกันเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยนะคะ ทางบล้อกบ้านแสนรักจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนเรื่องข้อมูล และคำแนะนำต่าง ๆ ที่จะช่้วยให้ผู้ประสบภัยได้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อผ่านพ้นวิกฤติการในครั้งนี้ไปด้วยกันค่ะ


ในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง เมื่อเราจำเป็นต้อง อาศัยอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วม โดยมิอาจโยกย้ายไปไหนได้

จริง ๆ แล้วคำว่า โยกย้ายไปไหนไม่ได้ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องซะทีเดียวนะคะ หลาย ๆ ท่านสามารถย้ายออกจากบ้านที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ก็มีความกังวลกับทรัพย์สินและบ้านเรือนที่ต้องจมน้ำอยู่ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่นั้น มักจะไม่ค่อยยอมย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นแม้ในขณะที่น้ำกำลังท่วมบ้านก็ตาม เรามาดูกันนะคะ ว่าหากจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วมจริง ๆ เราควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเราเองและสมาชิกในครอบครัวบ้าง


1. อันดับแรก ขอให้ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อบ้านโดนน้ำท่วมค่ะ อุปกรณ์บางอย่างสามารถทำให้เกิดไฟช้อตได้ แม้ในขณะที่ไม่เสียบปลั๊ก และห้ามใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ จนกว่าแน่ใจว่าทุกชิ้นส่วนของอุปกรณ์นั้น สะอาดและแห้งสนิท

2. ระวังสัตว์อันตราย เช่น งู ตะขาบ ที่อาจหนีน้ำเข้ามาในบ้าน

3. เดินอย่างระมัดระวัง โดยให้ระวังอันตรายจาก โคลนที่ทำให้ลื่น เศษแก้ว เข็ม ซากสิ่งของที่พังลอยมากับน้ำตอนที่น้ำลดแล้ว ควรหารองเท้าบู้ทยางมาสวมใส่ เพื่อป้องกันเศษซากสิ่งของดังกล่าว

4. ระวังแก๊สรั่ว หากได้กลิ่นแก๊สให้อยู่ห่างๆ ไว้ ลองใช้ไฟฉายส่องดูเพื่อเช็คความเสียหาย และห้ามสูบบุหรี่หรือจุดไฟจนกว่าจะปิดแก๊สหรือระบายอากาศในพื้นที่แล้ว

5. อันตรายจากคาร์บอนมอนออกไซด์ ควรใช้ เตาย่าง และโคมไฟ นอกบ้านเพราะควันที่ออกมาจากสิ่งเหล่านี้อาจมีพิษ และไม่ ควรนำไปใช้ในบ้าน

6. ทำความสะอาดทุกอย่างที่เปียกน้ำ น้ำท่วมเป็นน้ำมีสิ่งปฏิกูลและสารอันตราย เจือปนห้ามบริโภคทุกอย่างที่สัมผัสน้ำ อาหาร ส่วนเครื่องใช้ให้ล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด

7. ดูแลตัวเองและครอบครัว หลังจากน้ำท่วมควรดูแลตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจความเจ็บป่วยทางจิตใจอาจใช้เวลารักษานานกว่าความเจ็บป่วยทางกาย ดังนั้นควรพยายาม เรียนรู้วิชาการที่จะสามารถเอาชนะความเครียดและความวิตกกังวลน่ะนะคะ


ข้อสำคัญก็คือ หากน้ำที่ท่วมมีปริมาณที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าพยายามอาศัยอยู่ในบ้านต่อไปนะคะ ขอให้ย้ายออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน ขอให้จำไว้ว่า เงินทองและข้าวของต่าง ๆ นั้นเป็นของนอกกายค่ะ ตราบเท่าที่เรามีลมหายใจอยู่ก็สามารถหาใหม่ได้ ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีึวิตของตนเองและครอบครัวเป็นหลักนะคะ ขอให้คุณพระคุ้มครองผู้ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้ทุกท่านค่ะ



ขอบคุณที่มา http://202.28.24.131/web/12-2.htm
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต