วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตำแหน่งของไม้ผลในรั้วบ้าน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกที่น่ารักทุกท่าน

เมื่อเราตัดสินใจที่จะปลูก ผลไม้ ไว้รับประทานในรั้ว บ้าน ของเราแล้วน่ะนะคะ อันดับแรกที่เราต้องถามตัวเองเลยก็คือ จะเอาต้นอะไรมาปลูก และจะปลูกไว้ตรงไหนดี

โดยทั่วไปแล้วบริเวณบ้านของเรา โดยเฉพาะผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ มีบ้านอยู่ในเขตชุมชนที่มีพื้นที่เหลือสำหรับทำสวน หรือปลูกผลหมากรากไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากที่ดินมีราคาแพงน่ะนะคะ การปลูกบ้านแต่ละหลังนั้น ปกติแล้วจะใช้เนื้อที่ประมาณ 40-100 ตารางวา ซึ่งพื้นที่ในจำนวนนี้ ครึ่งหนึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เพื่อทำการปลูกบ้าน ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็จะอยู่ราว ๆ 20-40 ตารางวา ก็จะเป็นส่วนที่ใช้ปลูกโรงรถ,ลานจอดรถ หรือหากมีพื้นที่เหลืออีกหน่อยก็อาจจะได้ใช้ทำ สวน หรือปลูกต้นไม้อย่างที่ใจเราคิด ดังนั้นเมื่อเรามีพื้นที่น้อย ก่อนทำการปลูกต้นไม้ หรือก่อนทำการเลือกไม้ผลชนิดใดมาปลูก ก็ต้องคำนึงถึงลักษณะของไม้ชนิดนั้น ๆ ว่ามีลักษณะต้นและการเติบโตอย่างไร เช่น เป็นไม้ผลขนาดไหน เล็ก กลาง ใหญ่ มีทรงพุ่มอย่างไร รากของไม้ผลชนิดนั้นจะมีปัญหาเรื่องการชอนไชตัวบ้านหรือไม่ เป็นต้น

จุดประสงค์หลักของการปลูก ไม้ผล ในรั้วบ้าน ก็คือ การได้รับประทานผลไม้ฝีมือเราปลูกเองนั่นเองค่ะ นอกจากจะได้รับประทานผลไม้แล้ว ไม้ผลที่เราปลูกนั้นก็ยังให้ความสวยงามร่มรื่นแก่ตัวบ้านอีกด้วย โดยเฉพาะแสงแดดช่วงบ่าย ดังนั้น ตำแหน่งที่เหมาะสมกับการปลูกไม้ผล ก็คือ การปลูกในทิศตะวันออก หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวบ้านน่ะนะคะ

อีกกรณีหนึ่ง เราควรคำนึงถึงความสูงของไม้ผลต้นนั้น ๆ เมื่อมันโตเต็มที่อีกด้วย บางบ้านอาจจะมีสายไฟฟ้าพาดผ่าน ก็ต้องดูว่าเมื่อ ต้นไม้ โตแล้ว จะไปพาดทับระดับสายไฟซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายหรือไม่่ และจะเป็นภาระให้เราต้องทำการตัดแต่งกิ่งบ่อย ๆ หรือไม่

นอกจากนี้แล้วไม้ผลทุกชนิด มักมีการผลัดใบอยู่เสมอค่ะ การผลัดใบนั้นจะทำให้บริเวณบ้านดูไม่สะอาดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใบไม้ของเราร่วงหล่นเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้านอยู่เสมอ เจ้าของบ้านจึงควรพิจารณาชนิดของไม้ผลก่อนปลูกให้ถ้วนถี่น่ะนะคะ

ประการสุดท้่ายที่จะขอหยิบยกมาให้พิจารณากันก็คือ เรื่องของแสงค่ะ แสงแดดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยเฉพาะการติดดอกออกผล ไม้ผลที่ไม่ได้รับแสงแดด หรือได้รับแสงน้อย มักเจริญเติบโตเพียงด้านกิ่ง ใบ ทำให้ต้นสูงชะลูด แต่ไม่ออกผล ดังนั้นควรดูทิศทางของแสงก่อนทำการเลือกตำแหน่งปลูกด้วยค่ะ