วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม : การดูแลบ้านหลังน้ำลด

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ศึกษาแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจากหลายๆ ประเทศ ชี้ว่าภายในปี 2100 เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรง จะเกิดเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากแต่ก่อนค่ะ โดยมีโอกาสเกิด 3-6 ครั้ง ในช่วง 100 ปี ต่างจากสมัยก่อนที่เกิดเพียง 1 ครั้งต่อ 100 ปี ที่สำคัญก็คือ ประเทศทางเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยของเราด้วยนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมบ่อยครั้งขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกที่ร้อน ทำให้มีการละลายของภูเขาน้ำแข็งแถบขั้วโลกที่เพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำ และทะเลเพิ่มขึ้นตามลำดับ


ในสภาวะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เราคงต้องเตรียมพร้อมเพื่อปรับตัวและรับมือกับเหตุการณ์ภัยธรรมชาติอย่างเช่นอุทกภัยมากขึ้นน่ะนะคะ ทั้งในด้านของการเตรียมความพร้อมเรื่องบ้านเรือน และการดำเนินชีวิตต่าง ๆ

บล้อกบ้านแสนรักในวันนี้ จะนำเอาสาระและข้อแนะนำสำคัญอีกประการนึง ซึ่งเกี่ยวกับการดูแลซ่อมแซมบ้านของเราหลังน้ำลดมาฝากกันค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าหลังจากน้ำลดแล้ว เราควรจะทำอย่างไรกับบ้านของเราซึ่งผ่านปัญหาน้ำท่วมกันมาบ้าง


ขั้นตอนเข้าตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านเรือน หลังจากน้ำลด

1.ปรับจูนคลื่นวิทยุโทรทัศน์ เพื่อฟังรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าเข้าสู่สภาวะปกติแล้วหรือไม่
       
2.ติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และซ่อมแซมทรัพย์สินต่าง ๆ
       
3.เดินตรวจตรารอบ ๆ บ้าน เช็คสายไฟฟ้า สายถังแก็ส โดยถ้าหากเกิดแก็สรั่วจะสามารถรู้ได้จากกลิ่นแก็สให้ระวัง ไม่ควรเข้าใกล้บริเวณนั้น และรีบ โทรแจ้งร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้ัเข้ามาซ่อมแซมโดยด่วน
       
4.ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้าง ตัวบ้าน ระเบียง หลังคา ให้แน่ใจว่าโครงสร้างทุกอย่างปลอดภัย
       
5.ตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าบ้าน ก่อนแจ้ง จนท./ช่างไฟฟ้า เพื่อเข้ามาตรวจสอบ
       
6.เข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง และอย่าใช้วัสดุที่ทำให้เกิดประกายไฟ
       
7.ถ่ายรูปความเสียหาย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากประกัน (ถ้ามี)
       
8.เก็บกู้สิ่งของที่มีค่า และห่อหุ้มรูปภาพหรือเอกสารสำคัญ
       
9.เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เปิดหน้าต่างและประตู เพื่อระบายอากาศ และตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

10.ซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย
       
11.เก็บกวาดกิ่งไม้หรือสิ่งปฏิกูลในบ้าน
       
12.ตรวจ หารอยแตกหรือรั่วของท่อน้ำถ้าพบให้ปิดวาฃ์วตรงมิเตอร์น้ำ และไม่ควรดื่มและประกอบอาหารด้วยน้ำจากก๊อกน้ำ จนกว่าจะรู้ว่าสะอาดและปลอดภัย
       
13.ระบายน้ำออกจากห้องใต้ดินอย่างช้า ๆ เนื่องจากแรงดันน้ำภายนอกอาจจะมากจนทำให้เกิดรอยแตกของผนังหรือพื้นห้องใต้ดิน
       
14.กำจัดตะกอนที่มาจากน้ำเนื่องจากเซื้อโรคส่วนมากมักจะมาจากตะกอน

ทางบล้อกบ้านแสนรักก็หวังว่า คำแนะนำที่นำมาฝากกันในตอนนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ บ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

น้ำท่วม : การดูแลตัวเองและสมาชิกในครอบครัวหลังน้ำท่วม

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ขณะที่ดิฉันกำลังเขียนบล้อกอยู่นี้ สถานการณ์น้ำ่ท่วมในหลายจังหวัดก็ยังไม่คลี่คลายลงแต่อย่างใดน่ะนะคะ กลับทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้นจนเป็นที่น่าหนักใจทั้งของภาครัฐและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง


ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจะขอนำเอา วิธีดูแลตัวเองและสมาชิกในครอบครัวมาฝากกันไว้ก่อนค่ะ เพื่อที่ว่าเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้น เราจะได้มีวิธีปรับสภาพจิตใจตัวเองและครอบครัว ให้สามารถลุกขึ้นสู้ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินไปข้างหน้าเพื่อแก้ปัญหาอีกนานัปการที่เราจะต้องแก้ไขได้น่ะนะคะ

หลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม ส่วนใหญ่แล้วผู้ประสบภัยและครอบครัวคุณอาจเกิดความซึมเศร้า และต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติค่ะ  อุปสรรคที่สำคัญคือ ความเครียดของผู้ประสบภัยเพราะเหตุการณ์น้ำท่วมนั้น อาคารบ้าน เรือน หรือแม้แต่ทรัพย์สินและพืชผลต่าง ๆ ต่างก็ได้รับความเสียหายได้ทั้งสิ้น ปัญหาต่าง ๆ ที่รออยู่ข้างหน้า จะส่งผลให้เกิดความเครียด และเกิดภาวะอื่น ๆ เช่น นอนหลับยาก ฝันร้าย อีกทั้งยังอาจต้องเจอกับปัญหาทางกาย เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเราควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาลงน่ะนะคะ

1. อันดับแรก ขอให้ ให้เวลากับครอบครัวค่ะ ความอบอุ่นในครอบครัวจะช่วยเยี่ยวยารักษาได้ดีในระดับหนึ่ง การได้อยู่้กันพร้อมหน้าพร้อมตาจะช่วยให้มีการร่วมกันแบ่งปันความกังวล และช่วยให้ได้ระบาย ผ่อนคลายความเครียดลงได้น่ะนะคะ
         
2. พยายามพักผ่อนและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ค่ะ ความเครียดนั้นมีผลทางกายด้วยอย่างคาดไม่ถึง เพราะมันจะทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลง และอาจเจ็บป่วยได้หากไม่ดูแลร่างกายดีพอ

3. พยายามจัดลำดับสิ่งที่จำเป็นต้องทำตามลำดับก่อนหลัง และค่อย ๆ ทำไปค่ะ อย่ากดดันตัวเองมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หากเราแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ขอให้รับมือกับมันให้ดีที่สุด

4. ขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์เมื่อเกิดอาการซึมเศร้าจนที่จะรับมือได้ คนเรามักจะคิดว่าคนที่ต้องไปพบจิตแพทย์ก็คือคนบ้าน่ะนะคะ แต่แท้จริงแล้ว เราสามารถไปพบจิตแพทย์ได้เมื่อเกิดภาวะจิตใจที่ไม่ปกติได้เช่นกัน แพทย์จะช่วยแนะนำวิธีผ่อนคลายความเครียด ความซึมเศร้า ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับภาวะวิกฤตินี้ได้ในระดับหนึ่ง

5. ดูแลเด็กๆ ให้ดี เด็ก ๆ นั้นมีความตื่นกลัวไม่แพ้กันค่ะ และอย่าตำหนิเด็กที่มีพฤติกรรมแปลก ๆ หลังจากน้ำท่วม เช่น ฉี่รดที่นอน ดูดนิ้วโป้งหรืเกาะคุณอยู่ตลอดเวลา จำไว้ว่าเด็กพึ่งผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงในชีวิตมาเช่นกัน และอาจจะมีประสบการณ์ในการรับมือกับภาวะตึงเครียดน้อยกว่าผู้ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้น จึงควรดูแลเด็ก ๆ ในความปกครองให้ดีน่ะนะคะ

6. ระวังเรื่องสุขอนามัย เมื่ออยู่ในพื้นที่เคยน้ำท่วม น้ำท่วมนั้่นมักจะมาพร้อมกับปัญหาสารพันทั้งก่อนและหลังภาวะน้ำท่วมค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพอนามัย ซึ่งต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เีราจะมาดูวิธีดูแลบ้านหลังน้ำท่วมกันนะคะ ขอบคุณเพื่อน ๆ บล้อกที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.softbizplus.com/general/533-floods-handbook
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

น้ำท่วม : เมื่อจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วม

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน ในสภาวการณ์ที่คับขันและวิกฤติของสถานการณ์น้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้นทุกวันของบ้านเราในขณะนี้ ทางบล้อกบ้านแสนรักก็ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและหน่วยงาน รวมไปถึงคนไทยทุกคนที่กำลังช่วยกันเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยนะคะ ทางบล้อกบ้านแสนรักจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนเรื่องข้อมูล และคำแนะนำต่าง ๆ ที่จะช่้วยให้ผู้ประสบภัยได้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อผ่านพ้นวิกฤติการในครั้งนี้ไปด้วยกันค่ะ


ในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง เมื่อเราจำเป็นต้อง อาศัยอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วม โดยมิอาจโยกย้ายไปไหนได้

จริง ๆ แล้วคำว่า โยกย้ายไปไหนไม่ได้ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องซะทีเดียวนะคะ หลาย ๆ ท่านสามารถย้ายออกจากบ้านที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ก็มีความกังวลกับทรัพย์สินและบ้านเรือนที่ต้องจมน้ำอยู่ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่นั้น มักจะไม่ค่อยยอมย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นแม้ในขณะที่น้ำกำลังท่วมบ้านก็ตาม เรามาดูกันนะคะ ว่าหากจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วมจริง ๆ เราควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเราเองและสมาชิกในครอบครัวบ้าง


1. อันดับแรก ขอให้ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อบ้านโดนน้ำท่วมค่ะ อุปกรณ์บางอย่างสามารถทำให้เกิดไฟช้อตได้ แม้ในขณะที่ไม่เสียบปลั๊ก และห้ามใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ จนกว่าแน่ใจว่าทุกชิ้นส่วนของอุปกรณ์นั้น สะอาดและแห้งสนิท

2. ระวังสัตว์อันตราย เช่น งู ตะขาบ ที่อาจหนีน้ำเข้ามาในบ้าน

3. เดินอย่างระมัดระวัง โดยให้ระวังอันตรายจาก โคลนที่ทำให้ลื่น เศษแก้ว เข็ม ซากสิ่งของที่พังลอยมากับน้ำตอนที่น้ำลดแล้ว ควรหารองเท้าบู้ทยางมาสวมใส่ เพื่อป้องกันเศษซากสิ่งของดังกล่าว

4. ระวังแก๊สรั่ว หากได้กลิ่นแก๊สให้อยู่ห่างๆ ไว้ ลองใช้ไฟฉายส่องดูเพื่อเช็คความเสียหาย และห้ามสูบบุหรี่หรือจุดไฟจนกว่าจะปิดแก๊สหรือระบายอากาศในพื้นที่แล้ว

5. อันตรายจากคาร์บอนมอนออกไซด์ ควรใช้ เตาย่าง และโคมไฟ นอกบ้านเพราะควันที่ออกมาจากสิ่งเหล่านี้อาจมีพิษ และไม่ ควรนำไปใช้ในบ้าน

6. ทำความสะอาดทุกอย่างที่เปียกน้ำ น้ำท่วมเป็นน้ำมีสิ่งปฏิกูลและสารอันตราย เจือปนห้ามบริโภคทุกอย่างที่สัมผัสน้ำ อาหาร ส่วนเครื่องใช้ให้ล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด

7. ดูแลตัวเองและครอบครัว หลังจากน้ำท่วมควรดูแลตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจความเจ็บป่วยทางจิตใจอาจใช้เวลารักษานานกว่าความเจ็บป่วยทางกาย ดังนั้นควรพยายาม เรียนรู้วิชาการที่จะสามารถเอาชนะความเครียดและความวิตกกังวลน่ะนะคะ


ข้อสำคัญก็คือ หากน้ำที่ท่วมมีปริมาณที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าพยายามอาศัยอยู่ในบ้านต่อไปนะคะ ขอให้ย้ายออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน ขอให้จำไว้ว่า เงินทองและข้าวของต่าง ๆ นั้นเป็นของนอกกายค่ะ ตราบเท่าที่เรามีลมหายใจอยู่ก็สามารถหาใหม่ได้ ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีึวิตของตนเองและครอบครัวเป็นหลักนะคะ ขอให้คุณพระคุ้มครองผู้ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้ทุกท่านค่ะ



ขอบคุณที่มา http://202.28.24.131/web/12-2.htm
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม : การรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน และการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยเมื่ออยู่นอกบ้าน

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

เมื่อเอ่ยถึง น้ำท่วมฉับพลัน เพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ในหลายพื้นที่ของบ้านเราขณะนี้ คงนึกออกนะคะ ว่าน้ำมาไวเพียงไร ยิ่งถ้าเป็นน้ำที่ท่วมฉับพลันผนวกกับน้ำป่าไหลหลากแล้ว นอกจากจะทำให้ผู้ที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงกับเหตุการณ์ดังกล่าวต้องสูญเสียทรัพย์สิน ยังอาจทำให้เสี่ยงกับการสูญเสียชีวิตได้อีกด้วย




น้ำท่วมฉับพลัน นั้น สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ไม่มีการเตือนภัยค่ะ ดังนั้นเมื่อเกิดฝนตกหนักและคุณอยู่ในที่ราบลุ่มหรือติดริมแน่น้ำ ก็ควรจะติดตามข่าวสารการเตือนภัยจากสถานีวิทยุท้องถิ่นหรือโทรทัศน์อย่างใกล้ชิด หากได้รับการเตือนภัยเรื่องน้ำท่วมฉับพลันก็ขอให้รีบหนีออกไปอยู่ในที่สูงทันที อย่ามัวพะวงถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อยู่ในบ้านนะคะ นอกจากนี้แล้ว หากได้รับการเตือนภัยเรื่องน้ำท่วามฉับพลัน และคุณอยู่ในรถ ก็ขอให้รีบออกจากรถแล้ววิ่งขึ้นสู่ที่สูงทันทีค่ะ อย่าพยายามขับรถหรืิอวิ่งย้อนกลับไปสุ่ทิศทางที่จะเกิดน้ำท่วม เพราะการขับรถเข้าสู่พื้นที่ที่น้ำกำลังท่วมมีความเสี่ยงสูงมากที่รถจะจมน้ำ น้ำเพียง 50 เซนติเมตรก็เพียงพอที่จะทำให้พัดรถจักรยานยนต์ให้ลอยไปได้โดยที่เราไม่คาดคิดมาก่อนน่ะนะคะ




หลาย ๆ ท่านคงไม่ทราบว่า มีผู้คนมากมายสามารถเสียชีวิตจากจากจมน้ำตายช่วงที่น้ำกำลังไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่และมีความสูงเพียงแค่ 15 เซนติเมตรเท่านั้นเอง น้ำเพียงเท่านั้นก็มีความรุนแรงถึงขนาดทำให้เราเสียหลักและล้มลงได้ ดังนั้น หากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินผ่านทางน้ำไหลดังกล่าว ก็ขอให้นำไม้บรรทัดวัดระดับน้ำที่ท่วมเสียก่อนทุกครั้ง




ที่ำสำคัญก็คือ นอกจากอันตรายจากน้ำที่กำลังไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของเราแล้ว ยังมีอันตรายจากกระแสไฟฟ้าอีกด้วยค่ะ เพราะกระแสไฟฟ้า หากมีการรั่วไหลก็จะสามารถรั่วลงน้ำและทำอันตรายกับผู้ที่กำลังเดินลุยน้ำอยู่ได้ หากเห็นสายไฟจุ่มลงในน้ำและไม่แน่ใจในความปลอดภัย ก็ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ หรือเข้าไปยืนแช่น้ำอยู่ในบริเวณนั้นนะคะ ขอให้รีบแจ้งการไฟฟ้า หรือแจ้งที่ 191 เพื่อมาทำการตรวจสอบความปลอดภัยให้โดยด่วนค่ะ

บล้อกบ้านแสนรักก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบเหตุอุทกภัยทุกท่าน และขอให้เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นคลี่คลายลงโดยเร็วด้วยนะคะ





ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

น้ำท่วม : ระดับการเตือนภัยน้ำท่วม และสิ่งที่ควรทำเมื่อมีการเตือนภัย

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน 

พายุและน้ำท่วมนั้น สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดการณ์ได้ถึง 100 % ค่ะ ดังนั้น เราจึงควรมีการตื่นตัวเมื่อเกิดพายุฝนตกหนัก หรือหากไม่แน่ใจ ก็ควรเปิดวิทยุหรือโทรทัศน์เพื่อติดตามพยากรณ์อากาศและติดตามสถานการณ์ในขณะนั้น ๆ อย่างใกล้ชิดน่ะนะคะ           

และเนื่องจากน้ำท่วมฉับพลันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปัจจุบันนี้ ภาครัฐจึงได้มีหน่วยงานสำหรับเตือนภัย เพื่อให้ประชาชนมีเวลารับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ซึ่งประชาชนทุกคน ก็ควรให้ความร่วมมือและช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับหน่วยงานที่ช่วยเตือนภัยด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจจะมากจนประเมินค่าไม่ได้


ระดับการเตือนภัยน้ำท่วม นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับดังนี้ค่ะ
   
1.  การเฝ้าระวังน้ำท่วม  ( Flood Watch) :    ในระดับนี้ เป็นการเตือนภัยที่จะแจ้งให้ทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในระหว่างเฝ้าระวังและสังเกตุการณ์น่ะนะคะ

2.  การเตือนภัยน้ำท่วม (Flood Warning) :   เตือนภัยจะเกิดน้ำท่วม ระดับนี้คือการเตือนภัยภาวะน้ำท่วมซึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง

3.  การเตือนภัยน้ำท่วมรุนแรง (Severe Flood Warning) :   ระดับนี้จะเตือนเมื่อเกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรงค่ะ

4.  การกลับสู่ภาวะปกติ (All Clear) :  จะมีการแจ้ง เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


หลังจากได้รับการเตือนภัยจากหน่วยงานด้านเตือนภัยน้ำท่วมแล้ว ประชาชนที่กำลังจะต้องเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมควรปฎิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ค่ะ

1.  ติดตามการประกาศเตือนภัยจากสถานีวิทยุท้องถิ่น โทรทัศน์หรือรถฉุกเฉิน
     
2.  ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน และคุณอยู่ในพื้นที่หุบเขาให้ปฏิบัติดังนี้
             
-  ปีนขึ้นที่สูงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
-  อย่าพยายามนำสัมภาระติดตัวไปมากเกินไป ให้คิดว่าชีวิตสำคัญที่สุด
-  อย่าพยายามวิ่งหรือขับรถผ่านบริเวณทางน้ำหลาก

3.  ดำเนินการตามแผนรับมือน้ำท่วมที่ได้วางแผนไว้แล้ว
     
4.  ถ้ามีการเตือนการเฝ้าระวังน้ำท่วม  จะยังพอมีเวลาในการเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม
     
5.  ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมและคุณอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง ควรปฏิบัติดังนี้

-  อุดปิดช่องน้ำทิ้งอ่างล้างจาน พื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่น้ำสามารถไหลเข้าบ้าน
-  อ่านวิธีการที่ทำให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อยู่นอกบ้าน
-  ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊สถ้าจำเป็น
-  ล๊อคประตูบ้านและอพยพขึ้นที่สูง
-  ถ้าไม่มีที่ปลอดภัยบนที่สูง ให้ฟังข้อมูลจาก วิทยุหรือโทรทัศน์เกี่ยวกับ สถานที่หลบภัยของหน่วยงาน
     
6.  หากบ้านพักอาศัยของคุณไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึงแต่อาจมีน้ำท่วมในห้องใต้ดิน

-  ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องใต้ดิน
-  ปิดแก๊สหากคาดว่าน้ำจะท่วมเตาแก๊ส
-  เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นข้างบน
-  ห้ามอยู่ในห้องใต้ดิน เมื่อมีน้ำท่วมถึงบ้าน

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูคำแนะนำกรณีเกิดน้ำท่วมฉับพลันกันนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ข้อมูลจาก http://202.28.24.131/web/12-2.htm

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม : น้ำสามารถไหลเข้าบ้านเราได้ทางใดบ้าง

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกทุกท่าน ในสถานการณ์น้ำท่วมนั้น นอกจากดูแลรักษาตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัยแล้ว การดูแลบ้านให้มิให้เกิดความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเราหลายคนกังวลใจและให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันน่ะนะคะ




ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนค่ะ ว่าน้ำนั้นสามารถไหลเข้าบ้านเราได้จากทางใดบ้าง เพื่อที่จะหาทางป้องกันให้น้ำเข้ามาในบ้านได้น้อยที่สุด เพื่อบรรเทาความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นกับบ้านและทรัพย์สินต่้าง ๆ ภายในบ้านของเราน่ะนะคะ
     
น้ำท่วม นั้น สามารถไหลเข้าบ้านได้หลายทางค่ะ แม้ว่าทางเข้าจะสูงกว่าระดับพื้นบ้านก็ตาม ดังนั้นหลังจากระดับน้ำท่วมลดลง น้ำจึงยังคงอยู่ในตัวบ้าน เป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ข้าวของและบ้านของเราอย่างหลีักเลี่ยงไม่ได้

น้ำที่ไหลบ่าเข้ามาในบ้านเข้ามาได้หลายทาง ดังนี้น่ะนะคะ

- น้ำสามารถผ่านเข้ารอบๆ ประตู และช่องว่างของอิฐได้
- หากน้ำท่วมสูงมาก น้ำจะสามารถไหลย้อนกลับเข้าบ้าน  ทางท่อในห้องน้ำหรือท่ออ่างล้างหน้าได้
- น้ำสามารถซึมผ่านรอยร้าวและรอยต่อของกำแพง
- น้ำสามารถซึมผ่านขึ้นมาทางพื้นชั้นล่างได้
- น้ำสามารถผ่านเข้าทางรอยร้าวและรอยต่อรอบๆ สายไฟ หรือ สายโทรศัพท์ที่เจาะผ่านกำแพง
- น้ำสามารถผ่านเข้าทางท่อระบายน้ำทิ้ง

เพราะฉะนั้น จุดไหนที่เสี่ยงต่อการที่น้ำจะเข้ามาได้ เราก็จำเป็นต้องอุด ซ่อม ไว้เสียก่อนค่ะ เช่น อุดท่อระบายน้ำทิ้ง ท่ออ่างล้างหน้า ซ่อมแซมอุดโป๊ว ผนัง และกำแพงที่มีรอยร้าว นำกระสอบทรายมากั้นบริเวณประตูทางเข้าออกบ้าน ที่สำคัญน้ำท่วมหนักในครั้งนี้ก็ขอให้ถือไว้เป็นบทเรียน เพื่อที่เมื่อยามน้ำลดหรือหมดหน้าน้ำ เราจะได้หันกลับมาดูแลปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน เพื่อรับกับปัญหาน้ำท่วมอันอาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกในปีถัดไปได้น่ะนะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

การทำแผนรับมือน้ำท่วม

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ในสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังทวีความรุนแรงและแผ่ขยายเป็นวงกว้างเช่นนี้ บล้อกบ้านแสนรักยังคงอยู่กับการช่วยแนะนำวิธีการรับมือกับภัยน้ำท่วมกันนะคะ

สำหรับบล้อกในตอนนี้ เราจะมาดูวิธีัการทำแผนรับมือน้ำท่วมกันค่ะ เราจะมาดูกันนะคะ ว่าหลังได้รับการเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ในช่วงเวลาที่เร่งรีบและตื่นตะหนกกับภัยคุกคาม มีอะไรที่เราสามารถเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภัยที่กำลังจะมาถึงได้บ้าง




อันดับแรก เราต้องดูเรื่องกรอบเวลาก่อนค่ะ ถ้าคุณมีเวลาเพียงเล็กน้อยหลังการเตือนภัย : สิ่งที่ต้องทำและมีในแผนรับมือน้ำท่วมก็คือ

        -  สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน และสถานีวิทยุหรือสถานีโทรทัศน์ที่รายงานสถานการณ์และรายชื่อสถานีวิทยุที่รายงาน
        -  รายชื่อสถานที่ 2 แห่งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถพบกันได้หลังจากพลัดหลง โดยสถานที่แรกให้อยู่ใกล้บริเวณบ้าน และอีกสถานที่อยู่นอกพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง          
        -  เมื่ออพยพออกจากบ้าน   ในกรณีที่คุณไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้หลายวันควรติด  ข้อความอธิบายที่บ้านด้วยว่าคุณอพยพไปที่ไหนและสามารถติดต่อได้อย่างไร
        -  เมื่อจะออกจากบ้านให้ปิดบ้านให้เรียบร้อย และวิ่งออกไปตามเส้นทางที่วางแผนไว้สู่ที่อพยพ




ถ้าคุณมีเวลามาก หลังการเตือนภัย : สิ่งที่ต้องเพิ่มลงไปในแผนคือ

        -  ติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เตรียมไว้สำหรับการป้องกันน้ำท่วม
        -  อุดปิดช่องน้ำทิ้งอ่างล้างจาน พื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่น้ำสามารถไหลเข้าบ้านได้
        -  ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า แก๊สและประปาในบริเวณที่จะถูกน้ำท่วม หรือถ้าคาดว่าน้ำจะท่วมเฉพาะชั้นล่างก็สามารถปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะส่วนนั้น และเปิดใช้ในส่วนที่อยู่อาศัยได้ ในแผนรับมือน้ำท่วม ให้ทำเครื่องหมายจุดที่เป็นฟิวส์ หรือเบรกเกอร์ เพื่อแสดงวงจรไฟฟ้าที่เข้าสู่ตัวบ้าน
        -  ปิดถังแก๊สให้สนิท
        -  จัดเตรียมน้ำสะอาดใส่ในภาชนะเพื่ออุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ
        -  ตรวจสอบแหล่งพลังงานที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำ
        -  เคลื่อนย้ายทรัพย์สินมีค่าไปเก็บไว้ที่สูงหรือปลอดภัย

การจัดทำแผนรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้คุณนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่จะต้องทำหลังได้รับการเตือนภัย เดินสำรวจทั่วทั้งบ้านด้วยคำแนะนำจากบล้อกนี้ พร้อมทั้งจดบันทึกด้วยว่าจะจัดการตามคำแนะนำอย่างไรน่ะนะคะ ในช่วงเวลาที่ทุกๆ คน เร่งรีบและตื่นเต้นเนื่องจากภัยคุกคาม  สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่สำคัญที่ควรจะจดไว้ในแผนด้วย ก็ขอให้เพื่อน ๆ บล้อกทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมบ้าน มีสติและปลอดภัยกันทุกท่านนะคะ








ขอบคุณข้อมูลจาก http://202.28.24.131/web/12-2.htm
ภาพประกอบ น้ำท่วม 2554 จากอินเตอร์เน็ต

รับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ช่วงนี้ข่าวที่ทำให้คนไทยเราทุกคนเป็นกังวลมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงและส่งผลเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิตคนไทยในหลายจังหวัด ทั้งทางภาคกลางและภาคเหนือน่ะนะคะ

สถานการณ์น้ำท่วมนั้น เป็นสถานกาณ์ที่ค่อนข้างจะนอกเหนือความควบคุมพอสมควรค่ะ เนื่องจากเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถบังคับหรือควบคุมได้ และ การรับมือกับภัยพิบัติทางน้ำขนานใหญ่ครั้งหนึ่งอย่างเช่นปีนี้ก็ทำได้ไม่ดีเท่าทีีควร ทำได้เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คนที่ประสบภัยเป็นครั้งคราวได้เท่านั้น




ทางบล้อกบ้านแสนรักก็ได้แต่หวังว่า บทเรียนของสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงกว้างในครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้คนไทยทุกคน เตรียมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติขนานนี้ให้พร้อม รวมไปถึงภาครัฐทุกส่วนที่จะต้องหาทาง ป้องกัน และบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชนในครั้งต่อไปให้ดีที่สุด

การป้องกันนั้นดีกว่าการเยียวยามากนัก ทางบล้อกบ้านแสนรักก็ขอฝากความหวังไว้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ตรงนี้ด้วยก็แล้วกันนะคะ




มาถึงในเรื่องราวของบล้อกของเรากันบ้างค่ะ เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ทางบ้านแสนรักจึงจะขอนำเอาสาระความรู้ และข้อแนะนำเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมมาฝาก เรามาดูกันนะคะ ว่าเราจะสามารถเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมป้องกันทรัพย์สินและบ้านเรือนของเราให้เสียหายจากภัยน้ำ่ท่วมให้น้อยที่สุดได้อย่างไรบ้าง

1.  อันดับแรก เราควรคาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วมค่ะ เมื่อคาดว่าทรัพย์สินชิ้นไหนเสี่ยงกับการเสียหายเมื่อเกิดน้ำท่วมก็ควรหาทางป้องกันเสีย เช่น เก็บให้พ้นน้ำ เป็นต้น

2.  ควรทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการอพยพ เพื่อที่หากมีเหตุที่ต้องอพยพหนีภัยน้ำท่วม จะได้สามารถปฏิบัติได้ทันท่วงทีน่ะนะคะ
     
3. ควรเรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้าค่ะ โดยเฉพาะหากมีเด็กเล็ก หรือคนแก่ ก็ควรเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจกับสมาชิกในบ้านถึงช่องทางที่ปลอดภัยหากเกิดภัยจากน้ำท่วมด้วย
     
4. ควรเตรียมเครื่องรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉิน แหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอรี่สำรองให้พร้อมใช้งานไว้เสมอ
     
5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เป็นต้น เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และทราบแหล่งทรายที่จะนำมาใช้
     
6. ควรนำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง
     
7.  ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
     
8.  จัดการบันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และเก็บไว้ตามที่จำง่าย
     
9.  รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ภายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
     
10.  ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดไว้ค่ะ ควรถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน    

11.  เก็บบันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์
     
12.  ควรจัดทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้ในที่สังเกตได้ง่าย  และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณน่ะนะคะ




ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีทำแผนการเพื่อรับมือกับน้ำท่วมกันค่ะ

ขอให้คนไทยทุกคนที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้รับความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับโดยเร็วนะคะ บล้อกบ้านแสนรักขอส่งกำลังใจไปให้ผู้ประสบภัยทุกท่านค่ะ







ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณข้อมูลจาก http://202.28.24.131/web/12-2.htm

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

D.I.Y. แต่งผนังสวยด้วยสะดึง

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน ก่อนอื่นบ้านแสนรักก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่านน่ะนะคะ ก็หวังว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นกับบ้านเราจะคลี่คลายโดยเร็ว และไม่ทวีความรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้อีกค่ะ

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจะได้นำเอา วิธีตกแต่งผนังให้สวยด้วยตัวเอง มาฝากกัน ซึ่งคงต้องบอกว่าสำหรับคนที่รักการตกแต่งบ้านและไม่ค่อยจะมีฝีมือในการประดิษฐ์ประดอยอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนเจ้าของบล้อก น่าจะชื่นชอบงานตกแต่งบ้านด้วยตัวเองในตอนนี้มาก ๆ เลยทีเดียว เพราะเป็นงานฝีมือที่ทำได้ง่าย แถมทำแล้ว ได้ผนังสวย ๆ เอาไว้ชื่นตาชื่นใจแก่ผู้พบเห็นโดยไม่ต้องเสียเงินเยอะแยะมากมายอีกด้วย




D.I.Y วันนี้ หยิบเอาคลิปรายการ the Lighthouse Family มาฝากกันอีกเช่นเคย ซึ่งระยะหลังนี้เจ้าของบล้อกชอบที่เข้าไปดูรายการย้อนหลังของรายการนี้บ่อย ๆ น่ะนะคะ เพราะพิธีกรน่ารัก แถมยังมีวิธีทำโน่นทำนี่มาแนะนำเยอะแยะมากมาย ไม่น่าเบื่อ ใครที่สนใจรายการนี้ก็ลองหาดูคลิปย้อนหลังเพิ่มเติมได้ง่าย ๆ ทางยูทูปนะคะ

วัสดุตกแต่งผนังให้สวย วันนี้ จะหยิบเอาอุปกรณ์งานฝีมือชิ้นนึง ที่เรียกว่า "สะดึง" มาใช้ค่ะ

สะดึงคืออะไร..สะดึงนั้นคือกรอบไม้ หรือพลาสติกที่เอาไว้ใช้ขึงผ้าเวลาที่เราทำการปักลวดลายบนผ้า เช่น ปักชื่อนักเรียน หรือปักเป็นลวดลายต่าง ๆ หมอน เป็นต้น สะดึงนั้นมีหลายขนาดด้วยกันค่ะ หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุงานฝีมือทั่วไป ซึ่งการทำ D.I.Y วันนี้ก็จะใช้สะดึงหลายขนาด มาดูกันค่ะ ว่านอกจากสะดึงแล้ว เราจะใช้วัสดุอะไรเพิ่มเติมบ้าง

อุปกรณ์ที่จะใช้ทำสะดึงประดับฝาผนังด้วยตนเอง

1. สะดึงไม้ ขนาดต่าง ๆ หลาย ๆ วง
2. เศษผ้าลวดลาย สีสันต่าง ๆ หลาย ๆ ลาย
3. ริบบิ้นลูกไม้ สีสัน ลวดลายตามใจชอบ ขนาดความกว้างเท่ากับขอบสะดึง
4. ปืนกาว
5. กรรไกร

ได้อุปกรณ์ครบแล้ว มาดูคลิปวิธีการทำได้เลยค่ะ :)





ขอบคุณที่มา รายการ the Lighthouse Family จาก ยูทูป

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

D.I.Y.ของแต่งสวน : เป็ดแคว๊กก..ประดับสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

บล้อกของเราในตอนนี้ ยังคงเดินเล่นอยู่ในสวน :) พร้อมกับหาสิ่งประดับสวนด้วยของน่ารัก ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองมาฝากกันน่ะนะคะ ในวันนี้เราจะนำเอาคลิปวิธีการทำเป็ดน้อยประดับสวนด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ




อ่ะ ก่อนอื่นเรามาดูวัสดุที่จะใช้ D.I.Y เจ้าเป็ดน้อยประดับสวน กันก่อนเลย

1. กระถางต้นไม้ดินเผาขนาดเล็ก 2 ใบ ขนาดกลาง 1 ใบ (เลือกที่ซ้อนกันแล้วลดหลั่นกันพอดี ๆ)
2. สีอะคริลิค
3. พู่กัน
4. แผ่นโฟมยาง
5. ลวดกำมะหยี่
6. ปืนกาว
7. กรรไกร
8. ลูกตาตุ๊กตาพลาสติก (หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุทำงานฝีมือทั่วไป)

พร้อมกันแล้ว เราไปดูวิธีทำกันนะคะ





เครดิต รายการ lighthouse family จาก ยูทูป

D.I.Y.ของแต่งสวน : กระถางประภาคาร

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

บ้านแสนรักในสัปดาห์นี้ เราจะยังคงอยู่กับ การ D.I.Y ของแต่งบ้านสวย ๆ และทำได้สนุก ๆ ด้วยตัวเองกันนะคะ ในวันนี้เราจะนำเอาคลิปวิธีการทำของแต่งสวนน่ารัก ๆ จากรายการ Lighthouse family มาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ นั่นก็คือ การทำประภาคาร จากกระถางต้นไม้ดินเผานั่นเอง อ่ะ ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนนะคะ ว่าวัีสดุที่จะใช้ทำประภาคารน้อย ๆ ไว้ตกแต่งสวนนั้น มีอะไรบ้าง




วัสดุ D.I.Y ประภาคารแต่งสวน

1. กระถางดินเผากลม ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ อย่างละ 1 ใบ (เลือกให้ลดหลั่นกันอย่างพอดี)
2. ถาดรองกระถางดินเผา ขนาดกลาง 1 ใบ
3. สีอะคริลิค
4. กระดาษกาว
5. พู่กัน
6. ปืนกาว
5. กรวดสี,เปลือกหอย
6. เทียน
7. ปากกาเมจิกสีดำ

พร้อมแล้ว เราไปดูวิธีทำกันเลยค่ะ :)





ขอบคุณที่มา รายการ lighthous family from youtube

D.I.Y.ชิงช้าโล้เล่นในสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

เมื่อนึกถึงสวนภายในบ้าน เราย่อมนึกถึงบรรยากาศอันสดชื่นของพรรณไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาให้เราได้พักผ่อนพักพิงใจเมื่อยามที่ได้เข้ามาเดินเล่นภายในสวนน่ะนะคะ

นอกจากการพักผ่อนโดยการเดินเล่นในสวนแล้ว การมีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นสำหรับสมาชิกในบ้านก็เป็นเรื่องที่น่าจัดทำไว้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากจะมีเก้าีอี้ชุดสนามภายในสวนเอาไว้สำหรับผู้ใหญ่ภายในบ้านแล้ว ก็อย่าลืมจัดหาพื้นที่หรือกิจกรรมสนุก ๆ ไว้สำหรับเด็ก ๆ ด้วยนะคะ อย่างเช่นในวันนี้ที่บล้อกบ้านแสนรัำกจะมาแนะนำ ก็คือ คลิปวีดีโอ การทำ ชิงช้า เอาไว้โล้เล่นภายในสวน ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเองด้วยวิธีที่ไม่ยาก แถมยังใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชนิด ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วก็รับรองว่าจะถูกใจ สมาชิกตัวน้อยของบ้าน หรืออาจจะรวมไปถึงเราเองซึ่งอาจจะลองใช้งานดูบ้างก็ยังได้ค่ะ :)





อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำชิงช้าในสวน (D.I.Y)

1. แผ่นไม้อัดอย่างหนา ขนาดกว้างประัมาณ 2 ฟุต x 2 ฟุต ตัดเป็นรูปหน้าสัตว์ตามใจชอบ
2. สีน้ำมัน หรือสีอะคริลิค เพื่อนำมาวาดรายละเอียดบนหน้าสัตว์
3. เชือกร่มขนาดใหญ่
4. สว่าน
5. ตลับเมตร
6. พู่กัน

พร้อมแล้ว ก็ไปลงมือกันเลยค่ะ :)







เครดิตคลิปวีดีโอจาก ยูทูป ผู้โพส : shotika1

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เฟอร์นิเจอร์ห้องทำงาน (working room)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรัก ทุกท่าน

ห้องทำงาน นั้น อาจะเป็นส่วนหนึ่งหรือมุมหนึ่งภายในห้องนั่งเล่น ห้องโถง หรือห้องนอนก็ได้ แต่หากเพื่อน ๆ บล้อกท่านใด มีพื้นที่ที่จะจัดสรรให้เป็นห้องทำงานโดยเฉพาะได้อย่างจริงจัง ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมน่ะนะคะ เนื่องจากห้องทำงานนั้นต้องการความเงียบสงบ เพื่อให้เกิดสมาธิในการทำงาน โดยไม่ถูกรบกวนด้วยเสียง หรือผู้อื่น ดังนั้น การจัดห้องทำงานให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะแก่การใช้งาน จึงเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เพื่อการตกแต่งห้องอื่น ๆ

สำหรับห้องทำงานนั้น โดยทั่วไปแล้ว จะมีเฟอร์นิเจอร์ที่จัดไว้ใช้งานดังนี้ค่ะ

โต๊ะทำงาน (desk)
เก้าอี้ไม่มีเท้าแขน
เก้าอี้หมุน (revolving chair)
โต๊ะพิมพ์ดีด (typewriter table) หรือโต๊ะคอมพ์พิวเตอร์
โต๊ะข้าง
ที่วางโทรศัพท์ (telephone stand)
ตู้เก็บเอกสาร (filling cabinet)
ชั้นวางหนังสือ (bookshelf)
ม้านั่ง (stool) เป็นต้น







เฟอร์นิเจอร์ห้องครัว (kitchen)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน ห้องครัวนั้นเป็นห้องที่จัดได้ว่า รับศึกหนักแทบจะที่สุดของบ้านเลยก็ว่าได้น่ะนะคะ เพราะเป็นห้องที่เรามักจะใช้งานบ่อยครั้งตั้งแต่วันละ 1 เวลา ถึง 3 เวลาตามลักษณะของการทำครัว หรือทำอาหารประจำวันเลยทีเดียว

การออกแบบห้องครัวและการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ห้องครัวที่เหมาะสมนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยตกแต่งห้องครัวให้น่าใช้งานแล้ว ยังทำให้ผู้ที่ใช้งานครัวมีความคล่องตัวและสะดวกสบายขึ้นด้วย ตามปกติแล้วห้องครัวนั้นจะมีเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนดังต่อไปนี้ค่ะ

ตู้เก็บของ (storage cabinet)
อ่างล้างจาน (sink)
เตาหุงต้ม (range)
ตู้เย็น (refrigerator)
โต๊ะเตรียมอาหาร (catering table)
ตู้เก็บถ้วยชาม
ชั้นลอย (hanging&shelf)
ที่เตรียมอาหาร (disposer) เป็นต้น






เฟอร์นิเจอร์ห้องรับประทานอาหาร (dining room)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกทุกท่าน การรับประทานอาหารนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ำสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคนน่ะนะคะ การมีบรรยากาศที่ดีในการรับประทานอาหาร จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การรับประทานอาหารของเรามีทั้งความเพลิดเพลินและได้รสชาดของอาหารที่ดีขึ้นด้วย

ห้องรับประทานอาหารนั้น ควรอยู่ติดกับห้องรับแขก หรืออยู่ตรงส่วนด้านหน้าของห้องครัวค่ะ เืพื่อให้การใช้งานห้องรับประทานอาหารมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมีเฟอร์นิเจอร์ที่สมควรจัดวางไว้ในห้องดังนี้น่ะนะคะ

โต๊ะอาหาร(dining table)
เก้าอี้รับประทานอาหาร(dining chair)
โต๊ะเตรียมเสิร์ฟอาหาร(serving table)
ตู้เก็บถ้วยชาม(cupboard)
โต๊ะเลื่อน (serving wagon)
เก้าอี้ทรงสูง (high chair) เป็นต้น











วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เฟอร์นิเจอร์ของห้องพักผ่อน (living room)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกทุกท่าน ห้องพักผ่อนนั้นถือเป็นห้องที่เป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมของสมาชิกภายในบ้านน่ะนะคะ การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องพักผ่อนนั้น นอกจากจะคำนึงถึงความสวยงามและรสนิยมของผู้ใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนชิ้นนั้น ๆ อีกด้วย

เฟอร์นิเจอร์ของห้องพักผ่อน โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว สามารถจัดวางประกอบกันได้หลายชิ้นดังนี้ค่ะ

เก้าอี้ยาว (sofa)
เก้าอี้เท้าแขน (armchair)
โต๊ะกลาง (coffee table)
โต๊ะข้าง (side table)
เก้าอี้พักผ่้อน (easy chair)
เก้าอี้ไม่มีเท้าแขน
ตู้ข้าง (cabinet)
เก้าอี้โยก (rocking chair)

เป็นต้น

เรามาดูตัวอย่างการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องพักผ่อนสวย ๆ ด้วยกันนะคะ
















ภาพประกอบสวย ๆ จากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องเรือนภายในบ้าน

หากจะแบ่งเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องเรือนออกเป็นประเภทแล้ว เครื่องเรือนนั้นสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งการจัดตั้งได้เป็น 2 ประเภทค่ะ นั่นก็คือ เครื่องเรือนแบบภายในบ้าน และเครื่องเรือนแบบภายนอกบ้าน

สำหรับเครื่องเรือนภายในอาคารนั้น ค่อนข้างจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากค่ะ เพราะเป็นเครื่องเรือนที่ผู้อยู่อาศัยหรือเราซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนั้นต้องใช้งานกันบ่อย ไม่ว่าจะเป็นยามหลับหรือยามตื่น ทั้งนี้ เครื่องเรือนภายในบ้านนั้น อาจจะจำแนกได้จากประเภทของห้องนอนดังนี้นะคะ

เครื่องเรือน หรือ เฟอร์นิเจอร์ของห้องนอน

เครื่องเรือนของห้องนอนนั้นนับว่าเป็นเครื่องเรือนที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเครื่องเรือนของห้องอื่น ๆ ภายในบ้านค่ะ เครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนนั้นจะประกอบด้วย


เตียง ขนาดต่าง ๆ เช่น ขนาด 3 ฟุต,5 ฟุต หรือ 6 ฟุต
ตู้เสื้อผ้า มีทั้งแบบลอยตัว และแบบ บิ้ลอิน
โต๊ะหัวเตียง
ตู้
โต๊ะแต่งตัว
เก้าอี้ไม่มีเท้าแขน เป็นต้น

ซึ่งเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ควรเลือกจัดให้เหมาะสมกับรสนิยมและพื้นที่ที่จัดวาง รวมไปถึงต้องคำนึงถึงอรรถประโยชน์ที่จะได้รับด้วยน่ะนะคะ




ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดู เครื่องเรือน หรือเฟอร์นิเจอร์ในห้องพักผ่อนกันบ้างค่ะ ว่าควรจะประกอบด้วยอะไรบ้าง

ขอบคุณเพื่อน ๆ บล้อกที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : จัดของให้ประหยัดเนื้อที่

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

เมื่อเราได้ดำเนินการจัดเฟอร์นิเจอร์และจัดวางองค์ประเกอบของห้องรวมไปถึงทำตามข้ิอแนะนำและเทคนิคของการจัดห้องแคบให้ดูกว้างกันไปแล้ว การจัดข้าวของให้เป็นระเบียบและให้ประหยัดพื้นที่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเรา แลดูสะอาด กว้างขวาง โปร่งสบาย ไม่มีข้าวของระเกะระกะรกตาน่ะนะคะ

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรัก จะนำคำแนะนำที่ได้จากหนังสือ ศิลปะการออกแบบตกแต่ีงภายใน ซึ่งแต่งโดย ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ วัฒนะ จูฑะวิภาต มาฝากกัน เรามาดูกัีนค่ะ ว่าวิธีจัดข้าวของให้ประหยัดเนื้อที่ภายในบ้านของเรานั้น มีวิธีไหนกันบ้าง :)

อันดับแรกเลยที่เราต้องรู้ ก็คือ สิ่งของที่จะต้องจัดให้เป็นที่เป็นทาง เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น แบ่งได้ 5 ประเภทด้วยกันค่ะ ทั้งนี้ การแบ่งของสิ่งของทั้ง 5 ประเภทดังกล่าว จะแบ่งโดยคำนึงถึงโอกาสและความจำเป็นในการใช้งานเป็นหลัก ดังนี้น่ะนะคะ

1. ของจิปาถะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ถุงเท้า รองเท้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ร่ม หมวก เสื้อกันฝน เป็นต้น ของเหล่านี้บางอย่างเราก็ใช้เป็นประจำวันทุกวันชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ต้องเก็บไว้ ซึ่งก็ควรเก็บรวมกันไว้ใกล้ประตูหน้าบ้าน หรือประตูออกสู่โรงรถ

2. อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ซึ่งมักจะถูกหยิบใช้ทุกวัน อาทิ ไม้กวาด ไม้ปัดขนไก่ ไม้ถูพื้น ถังน้ำ ฯลฯ ควรเก็บในที่ซึ่งหยิบใช้สะดวก จะอยู่ในบ้าน หรือนอกบ้านก็ได้

3. สิ่งอำนวยความสะดวก หรือสิ่งที่ให้ความบันเทิง ซึ่งมักจะมีราคาสูงพอสมควร เช่น กระเป๋าเดินทาง ถุงกลอฟ เครื่องกีฬา รวมไปถึงอุปกรณ์บางอย่างทีซื้อมาเก็บไว้ใช้ เช่น เปลเด็ก รถเข็นเด็ก สิ่งของเ้หล่านี้ควรเก็บไว้ในห้องเก็บของภายในบ้าน

4. เครื่องใช้ในบ้านซึ่งไม่ได้ใช้บ่อยนัก ควรเก็บไว้ใกล้กับสถานที่ที่จะหยิบมาใช้งาน เช่น เครื่องดูดฝุ่น อุปกรณ์ประปา เลื่อย ประแจเลื่อน ฯลฯ ควรเก็บไว้ใกล้ห้องครัวหรือเก็บไว้ที่ส่วนหลังบ้าน เพื่อสะดวกแก่การนำมาใช้ , อุปกรณ์ซ่อมรถ ควรเก็บไว้ในโรงเก็บรถ , อุปกรณ์ทำสวน ก็ควรเก็บอยู่ใกล้กับสวน ซึ่งจะทำให้สะดวกสำหรับการเคลื่อนย้าย เพราะเครื่องมือบางอย่างก็มีน้ำหนักมาก เช่น รถตัดหญ้า เป็นต้น

นอกจากการจัดเก็บสิ่งของที่ใช้งานให้เรียบร้อยเหมาะสมแล้ว สถานที่ที่เราใช้เก็บยังสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันค่ะ ห้องเก็บของที่ดีนั้น ควรระบายอากาศได้ดีเพื่อไม่ให้อับชื้น และควรมีช่องเพื่อให้แสงแดดสามารถส่องถึงซึ่งจะทำให้ห้องไม่อับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นพื้นปูนขัดมัน ซึ่งมักจะมีปัญหาอับชื้น หากไม่ได้รับแสงแดดและการระบายอากาศที่ดีพอ

การใช้ตู้เก็บของเพื่อเก็บสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำค่ะ เพราะการเก็บข้าวของประเภทเดียวกันไว้ในที่เดียวกัน ทำให้สะดวกและง่ายต่อการหยิบใช้ รวมไปถึงต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาข้าวของเหล่านั้นด้วย เพราะเครื่องมือแต่ละชนิดก็มีวิธีเก็บรักษาไม่เหมือนกัน เช่น เครื่องมือบางอย่างต้องเช็ดน้ำมันก่อนเก็บ บางอย่างต้องห่อพลาสติกกันความชื้นและสนิม

หากเราสามารถจัดข้าวของได้อย่างเป็นระเบียบและลงตัว เราก็สามารถใช้พื้นที่ภายในบ้านของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้โดยไม่ยากน่ะนะคะ :)





เรียบเรียงจาก หนังสือ ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายใน

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : ติดกระจกเงาให้ห้องดูกว้างขึ้น

กระจกเงานั้น มีคุณสมบัติสะท้อนภาพและแสงค่ะ สำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อย หรือห้องที่แคบ เราสามารถนำเอาคุณสมบัติของกระจกเงานั้นมาใช้เพื่อช่วยให้ห้องดูสว่าง และกว้างขึ้นได้ โดยมีัวิธีดังต่อไปนี้น่ะนะคะ


  1. เลือกติดกระจกบนผนังที่มืดหรือทึบ เพื่อให้กระจกนั้นเป็นตัวช่วยสะท้อนแสงให้ห้องดูสว่างขึ้น
  2. การติดกระจกที่ผนังด้านยาวนั้น จะช่วยให้ห้องแลดูกว้างขึ้นค่ะ แต่ถ้าติดด้านที่แคบกว่า จะทำให้ห้องดูมีมิติที่ลึกขึ้น
  3. กระจกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ติดบนผนังห้อง หากติดตามยาว จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ถ้าติดตามแนวตั้ง ก็จะทำให้ห้องดูเพดานโล่ง โปร่ง แลดูเพดานสูงขึ้น
  4. หากวางโต๊ะครึ่งวงกลมหน้ากระจก จะลวงตาให้แลดูเป็นโต๊ะทรงกลม ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้องได้อีกทางหนึ่ง
  5. การติดกระจกบนเพดาน หรือบนโต๊ะอาหาร และชั้นวางของ จะทำให้ดูกว้างขึ้น
  6. เราสามารถติดกระจกตามฝาตู้ หรือบานประตูได้ค่ะ การติดกระจกตามเฟอร์นิเจอร์หรือตามตำแหน่งดังกล่าวจะช่วยทำให้ห้องแลดูสว่างและกว้างขึ้นได้ด้วยน่ะนะคะ





ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีการจัดของอย่างประหยัดเนื้อที่ภายในบ้านที่มีพื้นที่เล็กกันค่ะ แล้วกลับมาพบกับบล้อกบ้านแสนรักได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ข้อมูลจาก หนังสือศิลปะการออกแบบตกแต่งภายใน

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : ลวงตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้น (small house decor)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

นอกจากการเลือกใช้เครื่องเรือนเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับพื้นที่สำหรับห้องแคบแล้ว การตกแต่งภาพรวมของห้องก็ยังสามารถทำให้บ้าน หรือห้องที่มีพื้นที่จำกัดดูกว้างขึ้นได้น่ะนะคะ

บล้อกบ้านแสนรักในวันนี้จะมาแนะนำวิธีจัดห้องพัก โดยการลวงตาหรือใช้เทคนิคเพียงเล็กน้อยที่ทำให้ห้องของเราดูกว้างขวาง ไม่เล็กอึดอัด กันค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถใช้วิธีไหนมาปรับเปลี่ยนให้บ้านของเราดูกว้างขึ้นได้บ้าง




อันดับแรกเลยสำหรับเทคนิคที่จะช่วยให้ห้องแคบ ๆ ของเรา ดูกว้างขึ้น ก็คือ หากมีห้องแคบ ๆ ที่อยู่ติดกันและไม่สามารถรื้อผนังที่กั้นออกได้ ก็ให้เลือกใช้พื้นวัสดุอย่างเดียวกัน สีเดียวกันในการปูค่ะ การปูพื้นด้วยวัสดุประเภทเดียวกันสีเดียวกันนั้น จะทำให้ห้องดูกว้างและมีเนื้อที่ติดต่อกัน ไม่แลดูอึดอัดและถูกแบ่งเป็นสัดส่วนซึ่งจะทำให้ห้องดูคับแคบไปกันใหญ่น่ะนะคะ

2. ให้เลือกใช้เครื่องเรือนที่มีสีอ่อน ๆ และมีลวดลายกลมกลืนกับสีของฝาผนัง พื้น ผ้าม่าน หรือวอลเปอเปอร์ค่ะ ห้องจะได้แลดูโปร่งตา สว่าง และกว้างขวางขึ้น




3. ใช้เส้นที่ต่อเนื่องกัน อย่างเช่น เครื่องเรือนที่สูงในระดับเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เส้นนำสายตาลื่นไหล ไม่ถูกแยกเป็นส่วน ๆ ซึ่งจะทำให้แลดูห้องแคบไปกันใหญ่

4. ควรปล่อยให้พื้นว่าง ดีกว่าการจัดวางพรม หรือปูเสื่อเป็นกลุ่มเฉพาะที่




5. ควรเลือกใช้เครื่องเรือนที่สัดส่วนเล็ก ดูโปร่ง จะสบายตามากกว่าเครื่องเรือนที่แลดูเทอทะ ใหญ่โตน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีใช้กระจกลวงตาให้บ้านแคบดูกว้างขึ้นกันค่ะ :)





ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : เฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแคบ

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน นอกจากการจัดพื้นที่ภายในบ้านหลังเล็ก หรือบ้านที่มีเนื้อที่แคบ เนื้อที่จำกัด ด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้งานของห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ให้กลายเป็นห้องที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายหน้าที่ เช่น เป็นทั้งห้องทำงาน ห้องพักผ่อน ห้องดูทีวี หรือ ใช้ห้องรับประทานอาหาร เป็นห้องสังสรรค์ ห้องรับแขก และห้องครัว เป็นต้น เราก็ยังสามารถประหยัดพื้นที่ในบ้านแคบได้ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้อีกด้วย




การเลือกเครื่องเรือน หรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแคบ หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัดนั้น ควรเลือกเครื่องเรือนเฉพาะส่วนที่จำเป็น และเหมาะสมกับเนื้อที่ที่มีอยู่ค่ะ เช่น เลือกใช้เก้าอี้โซฟา 2 ตัว แทนการใช้เก้าอี้เดี่ยวหลาย ๆ ตัว หรือใช้เก้าอี้แบบที่ไม่มี่พนักพิงหลังและเท้าแขนซึ่งจะสามารถเก็บไว้ใต้โต๊ะได้ เป็นต้น




นอกจากนี้แล้ว ควรเลือกใช้เครื่องเรือนอเนกประสงค์ที่ให้ประโยชน์หลากหลายมากกว่าเครื่องเรือนที่ทำหน้าที่ได้เพียงอย่างเดียว เช่น เลือกโต๊ะที่สามารถใช้เป็นโต๊ะรับประทานอาหารและใช้ทำงานได้ ตู้ที่ใช้เป็นพนักหัวเตียง หรือใช้หัวเตียงเป็นแนวแบ่งห้อง ฯ เืลือกใช้เครื่องเรือนที่ลงตัวกับเนื้อที่ที่ว่างอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการจัดวาง เช่น โต๊ะรูปสามเหลี่ยม จัดวางเข้ามุมได้เ เครื่องเรือนที่ทำด้วยกระจกใสที่ามองทะลุได้ซึ่งจะให้ความรู้สึกโปร่งสบายไม่กินเนื้อที่




เครื่องเรือนที่้ืสามารถพับเก็บหรือถอดเป็นชิ้นได้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราสามารถเลือกใช้สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดได้ค่ะ เมื่อไม่ต้องการใช้ก็เพียงถอดเก็บหรือพับเก็บ เราก็จะได้พื้นที่สำหรับใช้งานคืนมา อีกทั้งยังสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้ายอีกด้วย

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีการจัดบ้านแคบให้มีพื้นที่สำหรับการใช้งานอย่างคุ้มค่ากันต่อนะคะ

ขอบคุณเพื่อนบล้อกทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : จัดห้องให้เป็นห้องอเนกประสงค์

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกทุกท่าน ในปัจจุบันนี้ราคาที่ดิน วัสดุ และค่าแรงในการก่อสร้างบ้านสักหลักหนึ่งนั้น มีอัตราที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วน่ะนะคะ ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงไม่อาจที่จะสร้างบ้านหลังโต ๆ ที่มีพื้นที่ในการใช้สอยมาก ๆ ได้ การเลือกใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าทุกตารางเมตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ เพื่อให้เราได้ประโยชน์สูงสุดและไม่ทำให้เรารู้สึกว่าบ้านอึดอัดคับแคบ ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจึงได้นำเอา เคล็ดลับการจัดบ้านแคบ มาฝากกันน่ะนะคะ เรามาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถจัดบ้านแคบให้มีพื้นที่พอเพียงกับการใช้งานของสมาชิกในบ้านได้อย่างไรบ้าง

จัดห้ัองให้เป็นห้องอเนกประสงค์

อันดับแรกที่เราสามารถจะจัดบ้านแคบให้มีพื้นที่ที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับการใช้งานและการพักอาศัยได้ ก็คือ การจัดห้อง ๆ นึงให้สามารถทำหน้าที่และตอบสนองการใช้งานได้หลายอย่างค่ะ อย่างที่เราเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า การจัดห้องแบบอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์ นั้น หมายถึง ห้องเพียงห้องเดียวที่สามารถใช้งานได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น เป็นทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องสมุด ห้องรับแขก และห้องรับประทานอาหารได้ในภายในห้องเดียวกัน

เคล็ดลับการจัดห้องอเนกประสงค์นั้น อยู่ที่การจัดมุมและการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ค่ะ  เช่น บริเวณทางเข้าหรือห้องโถงที่มีขนาดใหญ่ ก็อาจจะใช้เป็นห้องสมุดและห้องทำงาน ด้วยการเพิ่มตู้ติดผนัง โต๊๋ะทำงาน และชั้นเก็บของเข้าไป

หรือภายในห้องนอนเอง ก็สามารถจัดให้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้ ด้วยการจัดมุมใดมุมหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้า มีชั้นหนังสือสำหรับนั่งอ่านหนังสือเพื่อเป็นการพักผ่อน หรือหากมีพื้นที่เพียงพอ ก็อาจจัดเป็นมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ก็จะได้มุมพักผ่อนที่สงบและเป็นส่วนตัวอีกมุมหนึ่ง

ในตอนหน้าเราจะมาดูเคล็ดลับการจัดบ้านแคบวิธีอื่น ๆ กันต่อนะคะ ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ





วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

เปลในสวน (D.I.Y)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน สำหรับเพื่อน ๆ บล้อกที่มีบ้านและมีสวนภายในบ้านไว้พักผ่อนหย่อนใจ และมีต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตพอเพียงกับการให้ร่มเงา คงมีเพื่อน ๆ อยู่จำนวนไม่น้อยน่ะนะคะ ที่คิดถึงการนำเปลมาแขวน เพื่อนอนเล่น นั่งเล่น รับลมธรรมชาติ สัมผัสถึงความสงบ สบาย ภายในสวน


D.I.Y เปลในสวน

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจะได้นำเอา คลิปสาธิต การทำเปลเอาไว้แขวนในสวนด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ วิธีทำก็ไม่ยาก ลองมาติดตามชมบล้อกสอนขั้นตอนการทำเปลในสวนด้วยกันนะคะ :)



คลิปสอนวิธีทำเปลในสวนด้วยตัวเอง


อุปกรณ์ในการทำเปลในสวน
  1. ไม้เนื้อแข็ง เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ความยาว 1.20 เมตร จำนวน 2 ชิ้น และความยาว 65 ซม.จำนวน 2 ชิ้น
  2. เชือกร่ม
  3. ผ้าแคนวาส (canvas)
  4. สว่าน
  5. ตลับเมตร
  6. สีน้ำมัน หรือสีอะคริลิค ตามชอบ
  7. พู่กัน
  8. เข็มและด้าย สำหรับเย็บผ้าแคนวาส



เครดิตจาก    youtube.com
โพสโดย   Shotika1

หลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสี

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

เมื่อทุกท่านตัดสินใจที่จะเลี้ยงปลาหมอสี ซึ่งเป็นปลาสวยงาม เอาไว้ในบ่อหรือภายในตู้ปลาที่บ้านแล้ว เราก็คงจะต้องศึกษาถึงวิธีการเลี้ยงปลาหมอสีของเรา ให้มีสีสวย สุขภาพดี และมีอายุยืนยาวน่ะนะคะ แม้ว่าในสภาพธรรมชาติแล้ว ปลาหมอสีจัดเป็นปลาที่มีความอดทนสูง สามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี แต่หากขาดการดูแล ปลาหมอสีที่เราอุตส่าห์ซื้อมาเลี้ยงดู อาจจะมีสุขภาพอ่อนแอลง จนถึงตายได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัญหาสำหรับมือใหม่ที่อาจจะยังไม่รู้จักวิธีเลี้ยงและดูแลปลาหมอสีได้ดีพอ


ปลาหมอสี
ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรัก ได้นำเอาหลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสี ที่เข้าใจง่าย มาฝากกันค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถเลี้ยงปลาหมอสีให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตยืนยาวได้ด้วยวิธีใดบ้าง

หลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสี

1. อันดับแรกที่จะพูดกันก็คือ เรื่องของน้ำค่ะ น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลาหมอสีต้องสะอาด ไม่ควรมีเชื้อโรค ที่สำคัญก็คือห้ามใช้น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกน้ำโดยตรง เพราะคลอรีนและปูนที่อยู่ในน้ำจะฆ่าปลาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ที่ควรทำก็คือควรพักน้ำประปาไว้สัก 2-3 วันจึงนำมาใช้น่ะนะคะ

2. เลือกใช้เครื่องกรองน้ำให้เหมาะกับขนาดของตู้ ซึ่งเครื่องกรองน้ำนี้ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป

3. ขนาดของตู้เลี้ยงปลาหมอสี ควรจะใหญ่สักหน่อยค่ะ หมอสีพันธุ์เล็ก ความยาวของตู้ไม่ควรต่ำกว่า 24 นิ้ว ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 36 นิ้ว และควรมีสัก 2 ตู้ เพื่อเป็นตู้พักปลา 1 ตู้ ตู้เลี้ยง 1 ตู้

4. ในเรื่องของอาหาร ปลาหมอสีกินอาหารสำเร็จรูปได้ดีค่ะ ซึ่งเราหาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าที่บ้านใกล้แหล่งเพาะยุงหรือใกล้บริเวณที่มีลูกน้ำลูกไรมาก และหาได้สะดวก ก็ให้ลูกน้ำ ลูกไร เป็นอาหาร ซึ่งเราก็จะประหยัดทั้งเงินและมีอาหารที่มีคุณค่าดีให้กับปลาด้วยน่ะนะคะ

5. ก้อนหิน ก้อนกรวด พันธุ์ไม้น้ำที่เราคิดว่าจะจัดลงไปในตู้นั้น ควรจะทำความสะอาดให้ดีก่อนใส่ลงไปค่ะ  ก้อนหินควรจะแช่น้ำลดความเป็นด่างลง พันธุ์ไม้น้ำควรจะพักไว้ในถังหรือตู้อื่นๆ รอจนมันฟื้นตัวได้แล้วค่อยนำมาจัดวางในตู้

6. ตู้ปลาควรจะตั้งอยู่ใกล้กับที่พักน้ำเพื่อเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาได้สะดวก

7. ก่อนเลี้ยงปลาต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเวลาดูแลไหม และคนรอบข้างจะยินดีที่คุณจะเลี้ยงปลาหรือไม่ เพราะคนรอบข้างนั้นก็คือคนที่อาจจะต้องมาช่วยงานของคุณ ขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลาน่ะนะคะ

ปลาหมอสี
เมื่อปฏิบัติได้ครบทั้ง 7 ข้อแล้ว คราวนี้ก็เริ่มลงมือเลี้ยงกันได้เลยค่ะ

เมื่อแกะถุงใส่ปลาถูกออก และปลาฝูงแรกถูกปล่อยลงตู้แล้ว ทุกตัวพร้อมใจกันว่ายเข้าหาที่ซ่อน ไม่ต้องตกใจนั่นเป็นสัญญาณของปลา สักครู่ตัวที่กล้าหน่อยหรือตกใจน้อยหน่อยจะเริ่มว่ายน้ำสำรวจที่อยู่อาศัยใหม่ ตัวอื่นๆก็จะตามมาที่มีนิสัยรวมฝูงก็จะรวมกัน บางตัวก็ว่ายเที่ยวแล้วแต่ชนิดและนิสัยของแต่ละตัว

ในวันแรกของการเลี้ยงปลาหมอสีไม่ต้องให้อาหารนะคะ วันที่สองเมื่อปลาส่วนใหญ่สงบลงแล้วเริ่มให้อาหารเล็กน้อย เป็นอาหารมีชีวิตได้ก็ดีค่ะ เช่น ลูกน้ำ หรือไร ถ้าไม่มีก็สามารถให้อาหารเม็ดได้ ให้น้อยๆ และดูจนกว่าปลาจะกินอาหารเม็ดหมด ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง ถ้ามีเศษอาหารเหลือก็ให้ตักออกทิ้งไป สัปดาห์แรกผ่านไปคุณก็จะกะประมาณอาหารที่ให้ปลาได้ดีขึ้น

ปลาหมอสี
อาหารที่ให้ ขอให้ให้แต่พอดีค่ะ น้ำจะใสและไม่เสีย หากมีปลาตายก็รีบตักออกไปจากตู้โดยเร็ว โดยสังเกตุด้วยว่า ปลาที่ตายสภาพอย่างไร ถ้าครีบขาดรุ่งริ่งแสดงว่ามันกัดกัน ให้แยกตัวที่ก้าวร้าวออกไปใส่ไว้ในตู้พักปลาน่ะนะคะ ถ้าสภาพตัวยังสมบูรณ์ก็เกิดจากหลายสาเหตุ และถ้าปลาตายติดต่อกันทุกวันก็ต้องเปิดตำราและถามผู้รู้เพื่อหาวิธีแก้ไขแล้วล่ะนะคะ เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สองเป็นต้นไป ปลาหมอสีก็จะเริ่มคุ้นกับคุณแล้วค่ะ มันจะเริ่มไม่กลัวและว่ายมาหาคุณ ยิ่งถ้าคุณอยู่ดูมันนานเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งคุ้นกับคุณมากขึ้นเท่านั้น การสื่อสารระหว่างคุณกับปลาก็จะยิ่งรู้เรื่องกันมากขึ้นอย่างที่เราเคยเห็นปลาหมอสีที่เชื่อง ๆ กับเจ้าของนั่นเิองน่ะนะคะ



ข้อมูลจาก http://www.panyathai.or.th/wiki
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต