วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องเรือนภายในบ้าน

หากจะแบ่งเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องเรือนออกเป็นประเภทแล้ว เครื่องเรือนนั้นสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งการจัดตั้งได้เป็น 2 ประเภทค่ะ นั่นก็คือ เครื่องเรือนแบบภายในบ้าน และเครื่องเรือนแบบภายนอกบ้าน

สำหรับเครื่องเรือนภายในอาคารนั้น ค่อนข้างจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากค่ะ เพราะเป็นเครื่องเรือนที่ผู้อยู่อาศัยหรือเราซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนั้นต้องใช้งานกันบ่อย ไม่ว่าจะเป็นยามหลับหรือยามตื่น ทั้งนี้ เครื่องเรือนภายในบ้านนั้น อาจจะจำแนกได้จากประเภทของห้องนอนดังนี้นะคะ

เครื่องเรือน หรือ เฟอร์นิเจอร์ของห้องนอน

เครื่องเรือนของห้องนอนนั้นนับว่าเป็นเครื่องเรือนที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเครื่องเรือนของห้องอื่น ๆ ภายในบ้านค่ะ เครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนนั้นจะประกอบด้วย


เตียง ขนาดต่าง ๆ เช่น ขนาด 3 ฟุต,5 ฟุต หรือ 6 ฟุต
ตู้เสื้อผ้า มีทั้งแบบลอยตัว และแบบ บิ้ลอิน
โต๊ะหัวเตียง
ตู้
โต๊ะแต่งตัว
เก้าอี้ไม่มีเท้าแขน เป็นต้น

ซึ่งเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ควรเลือกจัดให้เหมาะสมกับรสนิยมและพื้นที่ที่จัดวาง รวมไปถึงต้องคำนึงถึงอรรถประโยชน์ที่จะได้รับด้วยน่ะนะคะ




ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดู เครื่องเรือน หรือเฟอร์นิเจอร์ในห้องพักผ่อนกันบ้างค่ะ ว่าควรจะประกอบด้วยอะไรบ้าง

ขอบคุณเพื่อน ๆ บล้อกที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : จัดของให้ประหยัดเนื้อที่

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

เมื่อเราได้ดำเนินการจัดเฟอร์นิเจอร์และจัดวางองค์ประเกอบของห้องรวมไปถึงทำตามข้ิอแนะนำและเทคนิคของการจัดห้องแคบให้ดูกว้างกันไปแล้ว การจัดข้าวของให้เป็นระเบียบและให้ประหยัดพื้นที่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเรา แลดูสะอาด กว้างขวาง โปร่งสบาย ไม่มีข้าวของระเกะระกะรกตาน่ะนะคะ

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรัก จะนำคำแนะนำที่ได้จากหนังสือ ศิลปะการออกแบบตกแต่ีงภายใน ซึ่งแต่งโดย ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ วัฒนะ จูฑะวิภาต มาฝากกัน เรามาดูกัีนค่ะ ว่าวิธีจัดข้าวของให้ประหยัดเนื้อที่ภายในบ้านของเรานั้น มีวิธีไหนกันบ้าง :)

อันดับแรกเลยที่เราต้องรู้ ก็คือ สิ่งของที่จะต้องจัดให้เป็นที่เป็นทาง เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น แบ่งได้ 5 ประเภทด้วยกันค่ะ ทั้งนี้ การแบ่งของสิ่งของทั้ง 5 ประเภทดังกล่าว จะแบ่งโดยคำนึงถึงโอกาสและความจำเป็นในการใช้งานเป็นหลัก ดังนี้น่ะนะคะ

1. ของจิปาถะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ถุงเท้า รองเท้า อุปกรณ์ทำความสะอาด ร่ม หมวก เสื้อกันฝน เป็นต้น ของเหล่านี้บางอย่างเราก็ใช้เป็นประจำวันทุกวันชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ต้องเก็บไว้ ซึ่งก็ควรเก็บรวมกันไว้ใกล้ประตูหน้าบ้าน หรือประตูออกสู่โรงรถ

2. อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ซึ่งมักจะถูกหยิบใช้ทุกวัน อาทิ ไม้กวาด ไม้ปัดขนไก่ ไม้ถูพื้น ถังน้ำ ฯลฯ ควรเก็บในที่ซึ่งหยิบใช้สะดวก จะอยู่ในบ้าน หรือนอกบ้านก็ได้

3. สิ่งอำนวยความสะดวก หรือสิ่งที่ให้ความบันเทิง ซึ่งมักจะมีราคาสูงพอสมควร เช่น กระเป๋าเดินทาง ถุงกลอฟ เครื่องกีฬา รวมไปถึงอุปกรณ์บางอย่างทีซื้อมาเก็บไว้ใช้ เช่น เปลเด็ก รถเข็นเด็ก สิ่งของเ้หล่านี้ควรเก็บไว้ในห้องเก็บของภายในบ้าน

4. เครื่องใช้ในบ้านซึ่งไม่ได้ใช้บ่อยนัก ควรเก็บไว้ใกล้กับสถานที่ที่จะหยิบมาใช้งาน เช่น เครื่องดูดฝุ่น อุปกรณ์ประปา เลื่อย ประแจเลื่อน ฯลฯ ควรเก็บไว้ใกล้ห้องครัวหรือเก็บไว้ที่ส่วนหลังบ้าน เพื่อสะดวกแก่การนำมาใช้ , อุปกรณ์ซ่อมรถ ควรเก็บไว้ในโรงเก็บรถ , อุปกรณ์ทำสวน ก็ควรเก็บอยู่ใกล้กับสวน ซึ่งจะทำให้สะดวกสำหรับการเคลื่อนย้าย เพราะเครื่องมือบางอย่างก็มีน้ำหนักมาก เช่น รถตัดหญ้า เป็นต้น

นอกจากการจัดเก็บสิ่งของที่ใช้งานให้เรียบร้อยเหมาะสมแล้ว สถานที่ที่เราใช้เก็บยังสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันค่ะ ห้องเก็บของที่ดีนั้น ควรระบายอากาศได้ดีเพื่อไม่ให้อับชื้น และควรมีช่องเพื่อให้แสงแดดสามารถส่องถึงซึ่งจะทำให้ห้องไม่อับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นพื้นปูนขัดมัน ซึ่งมักจะมีปัญหาอับชื้น หากไม่ได้รับแสงแดดและการระบายอากาศที่ดีพอ

การใช้ตู้เก็บของเพื่อเก็บสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำค่ะ เพราะการเก็บข้าวของประเภทเดียวกันไว้ในที่เดียวกัน ทำให้สะดวกและง่ายต่อการหยิบใช้ รวมไปถึงต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาข้าวของเหล่านั้นด้วย เพราะเครื่องมือแต่ละชนิดก็มีวิธีเก็บรักษาไม่เหมือนกัน เช่น เครื่องมือบางอย่างต้องเช็ดน้ำมันก่อนเก็บ บางอย่างต้องห่อพลาสติกกันความชื้นและสนิม

หากเราสามารถจัดข้าวของได้อย่างเป็นระเบียบและลงตัว เราก็สามารถใช้พื้นที่ภายในบ้านของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้โดยไม่ยากน่ะนะคะ :)





เรียบเรียงจาก หนังสือ ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายใน

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : ติดกระจกเงาให้ห้องดูกว้างขึ้น

กระจกเงานั้น มีคุณสมบัติสะท้อนภาพและแสงค่ะ สำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อย หรือห้องที่แคบ เราสามารถนำเอาคุณสมบัติของกระจกเงานั้นมาใช้เพื่อช่วยให้ห้องดูสว่าง และกว้างขึ้นได้ โดยมีัวิธีดังต่อไปนี้น่ะนะคะ


  1. เลือกติดกระจกบนผนังที่มืดหรือทึบ เพื่อให้กระจกนั้นเป็นตัวช่วยสะท้อนแสงให้ห้องดูสว่างขึ้น
  2. การติดกระจกที่ผนังด้านยาวนั้น จะช่วยให้ห้องแลดูกว้างขึ้นค่ะ แต่ถ้าติดด้านที่แคบกว่า จะทำให้ห้องดูมีมิติที่ลึกขึ้น
  3. กระจกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ติดบนผนังห้อง หากติดตามยาว จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ถ้าติดตามแนวตั้ง ก็จะทำให้ห้องดูเพดานโล่ง โปร่ง แลดูเพดานสูงขึ้น
  4. หากวางโต๊ะครึ่งวงกลมหน้ากระจก จะลวงตาให้แลดูเป็นโต๊ะทรงกลม ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้องได้อีกทางหนึ่ง
  5. การติดกระจกบนเพดาน หรือบนโต๊ะอาหาร และชั้นวางของ จะทำให้ดูกว้างขึ้น
  6. เราสามารถติดกระจกตามฝาตู้ หรือบานประตูได้ค่ะ การติดกระจกตามเฟอร์นิเจอร์หรือตามตำแหน่งดังกล่าวจะช่วยทำให้ห้องแลดูสว่างและกว้างขึ้นได้ด้วยน่ะนะคะ





ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีการจัดของอย่างประหยัดเนื้อที่ภายในบ้านที่มีพื้นที่เล็กกันค่ะ แล้วกลับมาพบกับบล้อกบ้านแสนรักได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ข้อมูลจาก หนังสือศิลปะการออกแบบตกแต่งภายใน

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : ลวงตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้น (small house decor)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

นอกจากการเลือกใช้เครื่องเรือนเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับพื้นที่สำหรับห้องแคบแล้ว การตกแต่งภาพรวมของห้องก็ยังสามารถทำให้บ้าน หรือห้องที่มีพื้นที่จำกัดดูกว้างขึ้นได้น่ะนะคะ

บล้อกบ้านแสนรักในวันนี้จะมาแนะนำวิธีจัดห้องพัก โดยการลวงตาหรือใช้เทคนิคเพียงเล็กน้อยที่ทำให้ห้องของเราดูกว้างขวาง ไม่เล็กอึดอัด กันค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถใช้วิธีไหนมาปรับเปลี่ยนให้บ้านของเราดูกว้างขึ้นได้บ้าง




อันดับแรกเลยสำหรับเทคนิคที่จะช่วยให้ห้องแคบ ๆ ของเรา ดูกว้างขึ้น ก็คือ หากมีห้องแคบ ๆ ที่อยู่ติดกันและไม่สามารถรื้อผนังที่กั้นออกได้ ก็ให้เลือกใช้พื้นวัสดุอย่างเดียวกัน สีเดียวกันในการปูค่ะ การปูพื้นด้วยวัสดุประเภทเดียวกันสีเดียวกันนั้น จะทำให้ห้องดูกว้างและมีเนื้อที่ติดต่อกัน ไม่แลดูอึดอัดและถูกแบ่งเป็นสัดส่วนซึ่งจะทำให้ห้องดูคับแคบไปกันใหญ่น่ะนะคะ

2. ให้เลือกใช้เครื่องเรือนที่มีสีอ่อน ๆ และมีลวดลายกลมกลืนกับสีของฝาผนัง พื้น ผ้าม่าน หรือวอลเปอเปอร์ค่ะ ห้องจะได้แลดูโปร่งตา สว่าง และกว้างขวางขึ้น




3. ใช้เส้นที่ต่อเนื่องกัน อย่างเช่น เครื่องเรือนที่สูงในระดับเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เส้นนำสายตาลื่นไหล ไม่ถูกแยกเป็นส่วน ๆ ซึ่งจะทำให้แลดูห้องแคบไปกันใหญ่

4. ควรปล่อยให้พื้นว่าง ดีกว่าการจัดวางพรม หรือปูเสื่อเป็นกลุ่มเฉพาะที่




5. ควรเลือกใช้เครื่องเรือนที่สัดส่วนเล็ก ดูโปร่ง จะสบายตามากกว่าเครื่องเรือนที่แลดูเทอทะ ใหญ่โตน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีใช้กระจกลวงตาให้บ้านแคบดูกว้างขึ้นกันค่ะ :)





ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : เฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแคบ

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน นอกจากการจัดพื้นที่ภายในบ้านหลังเล็ก หรือบ้านที่มีเนื้อที่แคบ เนื้อที่จำกัด ด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้งานของห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ให้กลายเป็นห้องที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายหน้าที่ เช่น เป็นทั้งห้องทำงาน ห้องพักผ่อน ห้องดูทีวี หรือ ใช้ห้องรับประทานอาหาร เป็นห้องสังสรรค์ ห้องรับแขก และห้องครัว เป็นต้น เราก็ยังสามารถประหยัดพื้นที่ในบ้านแคบได้ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้อีกด้วย




การเลือกเครื่องเรือน หรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแคบ หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัดนั้น ควรเลือกเครื่องเรือนเฉพาะส่วนที่จำเป็น และเหมาะสมกับเนื้อที่ที่มีอยู่ค่ะ เช่น เลือกใช้เก้าอี้โซฟา 2 ตัว แทนการใช้เก้าอี้เดี่ยวหลาย ๆ ตัว หรือใช้เก้าอี้แบบที่ไม่มี่พนักพิงหลังและเท้าแขนซึ่งจะสามารถเก็บไว้ใต้โต๊ะได้ เป็นต้น




นอกจากนี้แล้ว ควรเลือกใช้เครื่องเรือนอเนกประสงค์ที่ให้ประโยชน์หลากหลายมากกว่าเครื่องเรือนที่ทำหน้าที่ได้เพียงอย่างเดียว เช่น เลือกโต๊ะที่สามารถใช้เป็นโต๊ะรับประทานอาหารและใช้ทำงานได้ ตู้ที่ใช้เป็นพนักหัวเตียง หรือใช้หัวเตียงเป็นแนวแบ่งห้อง ฯ เืลือกใช้เครื่องเรือนที่ลงตัวกับเนื้อที่ที่ว่างอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการจัดวาง เช่น โต๊ะรูปสามเหลี่ยม จัดวางเข้ามุมได้เ เครื่องเรือนที่ทำด้วยกระจกใสที่ามองทะลุได้ซึ่งจะให้ความรู้สึกโปร่งสบายไม่กินเนื้อที่




เครื่องเรือนที่้ืสามารถพับเก็บหรือถอดเป็นชิ้นได้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราสามารถเลือกใช้สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดได้ค่ะ เมื่อไม่ต้องการใช้ก็เพียงถอดเก็บหรือพับเก็บ เราก็จะได้พื้นที่สำหรับใช้งานคืนมา อีกทั้งยังสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้ายอีกด้วย

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีการจัดบ้านแคบให้มีพื้นที่สำหรับการใช้งานอย่างคุ้มค่ากันต่อนะคะ

ขอบคุณเพื่อนบล้อกทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

เคล็ดลับจัดบ้านแคบ : จัดห้องให้เป็นห้องอเนกประสงค์

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกทุกท่าน ในปัจจุบันนี้ราคาที่ดิน วัสดุ และค่าแรงในการก่อสร้างบ้านสักหลักหนึ่งนั้น มีอัตราที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วน่ะนะคะ ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงไม่อาจที่จะสร้างบ้านหลังโต ๆ ที่มีพื้นที่ในการใช้สอยมาก ๆ ได้ การเลือกใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าทุกตารางเมตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ เพื่อให้เราได้ประโยชน์สูงสุดและไม่ทำให้เรารู้สึกว่าบ้านอึดอัดคับแคบ ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจึงได้นำเอา เคล็ดลับการจัดบ้านแคบ มาฝากกันน่ะนะคะ เรามาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถจัดบ้านแคบให้มีพื้นที่พอเพียงกับการใช้งานของสมาชิกในบ้านได้อย่างไรบ้าง

จัดห้ัองให้เป็นห้องอเนกประสงค์

อันดับแรกที่เราสามารถจะจัดบ้านแคบให้มีพื้นที่ที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับการใช้งานและการพักอาศัยได้ ก็คือ การจัดห้อง ๆ นึงให้สามารถทำหน้าที่และตอบสนองการใช้งานได้หลายอย่างค่ะ อย่างที่เราเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า การจัดห้องแบบอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์ นั้น หมายถึง ห้องเพียงห้องเดียวที่สามารถใช้งานได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น เป็นทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องสมุด ห้องรับแขก และห้องรับประทานอาหารได้ในภายในห้องเดียวกัน

เคล็ดลับการจัดห้องอเนกประสงค์นั้น อยู่ที่การจัดมุมและการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ค่ะ  เช่น บริเวณทางเข้าหรือห้องโถงที่มีขนาดใหญ่ ก็อาจจะใช้เป็นห้องสมุดและห้องทำงาน ด้วยการเพิ่มตู้ติดผนัง โต๊๋ะทำงาน และชั้นเก็บของเข้าไป

หรือภายในห้องนอนเอง ก็สามารถจัดให้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้ ด้วยการจัดมุมใดมุมหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้า มีชั้นหนังสือสำหรับนั่งอ่านหนังสือเพื่อเป็นการพักผ่อน หรือหากมีพื้นที่เพียงพอ ก็อาจจัดเป็นมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ก็จะได้มุมพักผ่อนที่สงบและเป็นส่วนตัวอีกมุมหนึ่ง

ในตอนหน้าเราจะมาดูเคล็ดลับการจัดบ้านแคบวิธีอื่น ๆ กันต่อนะคะ ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ





วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

เปลในสวน (D.I.Y)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน สำหรับเพื่อน ๆ บล้อกที่มีบ้านและมีสวนภายในบ้านไว้พักผ่อนหย่อนใจ และมีต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตพอเพียงกับการให้ร่มเงา คงมีเพื่อน ๆ อยู่จำนวนไม่น้อยน่ะนะคะ ที่คิดถึงการนำเปลมาแขวน เพื่อนอนเล่น นั่งเล่น รับลมธรรมชาติ สัมผัสถึงความสงบ สบาย ภายในสวน


D.I.Y เปลในสวน

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจะได้นำเอา คลิปสาธิต การทำเปลเอาไว้แขวนในสวนด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ วิธีทำก็ไม่ยาก ลองมาติดตามชมบล้อกสอนขั้นตอนการทำเปลในสวนด้วยกันนะคะ :)



คลิปสอนวิธีทำเปลในสวนด้วยตัวเอง


อุปกรณ์ในการทำเปลในสวน
  1. ไม้เนื้อแข็ง เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ความยาว 1.20 เมตร จำนวน 2 ชิ้น และความยาว 65 ซม.จำนวน 2 ชิ้น
  2. เชือกร่ม
  3. ผ้าแคนวาส (canvas)
  4. สว่าน
  5. ตลับเมตร
  6. สีน้ำมัน หรือสีอะคริลิค ตามชอบ
  7. พู่กัน
  8. เข็มและด้าย สำหรับเย็บผ้าแคนวาส



เครดิตจาก    youtube.com
โพสโดย   Shotika1

หลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสี

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

เมื่อทุกท่านตัดสินใจที่จะเลี้ยงปลาหมอสี ซึ่งเป็นปลาสวยงาม เอาไว้ในบ่อหรือภายในตู้ปลาที่บ้านแล้ว เราก็คงจะต้องศึกษาถึงวิธีการเลี้ยงปลาหมอสีของเรา ให้มีสีสวย สุขภาพดี และมีอายุยืนยาวน่ะนะคะ แม้ว่าในสภาพธรรมชาติแล้ว ปลาหมอสีจัดเป็นปลาที่มีความอดทนสูง สามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี แต่หากขาดการดูแล ปลาหมอสีที่เราอุตส่าห์ซื้อมาเลี้ยงดู อาจจะมีสุขภาพอ่อนแอลง จนถึงตายได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัญหาสำหรับมือใหม่ที่อาจจะยังไม่รู้จักวิธีเลี้ยงและดูแลปลาหมอสีได้ดีพอ


ปลาหมอสี
ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรัก ได้นำเอาหลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสี ที่เข้าใจง่าย มาฝากกันค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถเลี้ยงปลาหมอสีให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตยืนยาวได้ด้วยวิธีใดบ้าง

หลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสี

1. อันดับแรกที่จะพูดกันก็คือ เรื่องของน้ำค่ะ น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลาหมอสีต้องสะอาด ไม่ควรมีเชื้อโรค ที่สำคัญก็คือห้ามใช้น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกน้ำโดยตรง เพราะคลอรีนและปูนที่อยู่ในน้ำจะฆ่าปลาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ที่ควรทำก็คือควรพักน้ำประปาไว้สัก 2-3 วันจึงนำมาใช้น่ะนะคะ

2. เลือกใช้เครื่องกรองน้ำให้เหมาะกับขนาดของตู้ ซึ่งเครื่องกรองน้ำนี้ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป

3. ขนาดของตู้เลี้ยงปลาหมอสี ควรจะใหญ่สักหน่อยค่ะ หมอสีพันธุ์เล็ก ความยาวของตู้ไม่ควรต่ำกว่า 24 นิ้ว ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 36 นิ้ว และควรมีสัก 2 ตู้ เพื่อเป็นตู้พักปลา 1 ตู้ ตู้เลี้ยง 1 ตู้

4. ในเรื่องของอาหาร ปลาหมอสีกินอาหารสำเร็จรูปได้ดีค่ะ ซึ่งเราหาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าที่บ้านใกล้แหล่งเพาะยุงหรือใกล้บริเวณที่มีลูกน้ำลูกไรมาก และหาได้สะดวก ก็ให้ลูกน้ำ ลูกไร เป็นอาหาร ซึ่งเราก็จะประหยัดทั้งเงินและมีอาหารที่มีคุณค่าดีให้กับปลาด้วยน่ะนะคะ

5. ก้อนหิน ก้อนกรวด พันธุ์ไม้น้ำที่เราคิดว่าจะจัดลงไปในตู้นั้น ควรจะทำความสะอาดให้ดีก่อนใส่ลงไปค่ะ  ก้อนหินควรจะแช่น้ำลดความเป็นด่างลง พันธุ์ไม้น้ำควรจะพักไว้ในถังหรือตู้อื่นๆ รอจนมันฟื้นตัวได้แล้วค่อยนำมาจัดวางในตู้

6. ตู้ปลาควรจะตั้งอยู่ใกล้กับที่พักน้ำเพื่อเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาได้สะดวก

7. ก่อนเลี้ยงปลาต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเวลาดูแลไหม และคนรอบข้างจะยินดีที่คุณจะเลี้ยงปลาหรือไม่ เพราะคนรอบข้างนั้นก็คือคนที่อาจจะต้องมาช่วยงานของคุณ ขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลาน่ะนะคะ

ปลาหมอสี
เมื่อปฏิบัติได้ครบทั้ง 7 ข้อแล้ว คราวนี้ก็เริ่มลงมือเลี้ยงกันได้เลยค่ะ

เมื่อแกะถุงใส่ปลาถูกออก และปลาฝูงแรกถูกปล่อยลงตู้แล้ว ทุกตัวพร้อมใจกันว่ายเข้าหาที่ซ่อน ไม่ต้องตกใจนั่นเป็นสัญญาณของปลา สักครู่ตัวที่กล้าหน่อยหรือตกใจน้อยหน่อยจะเริ่มว่ายน้ำสำรวจที่อยู่อาศัยใหม่ ตัวอื่นๆก็จะตามมาที่มีนิสัยรวมฝูงก็จะรวมกัน บางตัวก็ว่ายเที่ยวแล้วแต่ชนิดและนิสัยของแต่ละตัว

ในวันแรกของการเลี้ยงปลาหมอสีไม่ต้องให้อาหารนะคะ วันที่สองเมื่อปลาส่วนใหญ่สงบลงแล้วเริ่มให้อาหารเล็กน้อย เป็นอาหารมีชีวิตได้ก็ดีค่ะ เช่น ลูกน้ำ หรือไร ถ้าไม่มีก็สามารถให้อาหารเม็ดได้ ให้น้อยๆ และดูจนกว่าปลาจะกินอาหารเม็ดหมด ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง ถ้ามีเศษอาหารเหลือก็ให้ตักออกทิ้งไป สัปดาห์แรกผ่านไปคุณก็จะกะประมาณอาหารที่ให้ปลาได้ดีขึ้น

ปลาหมอสี
อาหารที่ให้ ขอให้ให้แต่พอดีค่ะ น้ำจะใสและไม่เสีย หากมีปลาตายก็รีบตักออกไปจากตู้โดยเร็ว โดยสังเกตุด้วยว่า ปลาที่ตายสภาพอย่างไร ถ้าครีบขาดรุ่งริ่งแสดงว่ามันกัดกัน ให้แยกตัวที่ก้าวร้าวออกไปใส่ไว้ในตู้พักปลาน่ะนะคะ ถ้าสภาพตัวยังสมบูรณ์ก็เกิดจากหลายสาเหตุ และถ้าปลาตายติดต่อกันทุกวันก็ต้องเปิดตำราและถามผู้รู้เพื่อหาวิธีแก้ไขแล้วล่ะนะคะ เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สองเป็นต้นไป ปลาหมอสีก็จะเริ่มคุ้นกับคุณแล้วค่ะ มันจะเริ่มไม่กลัวและว่ายมาหาคุณ ยิ่งถ้าคุณอยู่ดูมันนานเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งคุ้นกับคุณมากขึ้นเท่านั้น การสื่อสารระหว่างคุณกับปลาก็จะยิ่งรู้เรื่องกันมากขึ้นอย่างที่เราเคยเห็นปลาหมอสีที่เชื่อง ๆ กับเจ้าของนั่นเิองน่ะนะคะ



ข้อมูลจาก http://www.panyathai.or.th/wiki
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

อาหารของปลาหมอสี

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

หลังจากที่เรารู้จักประวัติและสายพันธุ์ของปลาหมอสีกันมาบ้างแล้วนะคะ ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจะได้มาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของการให้อาหารของปลาหมอสีกันค่ะ เรามาดูกันนะคะ ว่าอาหารของปลาหมอสีนั้น มีอะไรบ้าง

ธรรมชาติของปลาหมอสีนั้น จริง ๆ แล้ว มันสามารถปรับตัวได้ดีกินอาหารได้ทุกประเภทค่ะ ที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คืออาหารที่มีส่วนผสมไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาเหล่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย ฉะนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาหมอสี ควรมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติมากที่สุดน่ะนะคะ

ปลาหมอสีนั้น เป็นสัตว์กินพืช ดังนั้นจึงควรเลี้ยงอาหารปลากินพืช พวกอาหารสำหรับปลากินสัตว์ เช่น กุ้ง ไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงโดยทั่วไปควรมีส่วน ประกอบของกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณอาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลา จะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีเลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อ

จริง ๆ แล้วธรรมชาติของปลาหมอสีเป็นปลาที่อดทนค่ะ สามารถอดอาหารนับสิบวัน หากเราไม่อยู่บ้านสัก 5 - 10 วัน ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปาก ต้องอมไข่จนไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปจนกระทั่งลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปาก เพื่อหากินอาหารต่อไป ซึ่งใช้เวลาอีก 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใดๆ ทั้งสิ้นน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูหลักทั่วไปในการเลี้ยงปลาหมอสีด้วยกันนะคะ



ขอบคุณที่มา http://www.panyathai.or.th/wiki/

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

ปลาสวยงาม : ปลาหมอสี

ปลาหมอสี เป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมของนักเลี้ยงปลาบ้านเราน่ะนะคะ แรกทีเดียวก่อนที่จะเข้ามาสู่ตลาดเอเชียนั้น ได้รับความสนใจและนิยมเลี้ยงกันในแถบอเมริกา ยุโรปกันก่อนแล้ว เพราะเป็นปลาตู้ที่เลี้ยงง่าย มีสีสันโดดเด่น สวยงาม และแปลกตาของนักเลี้ยงปลาสวยงาม

วงศ์ปลาหมอสีมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cichlidae (ออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า ซิค-ลิด-เด) ปลาในวงศ์นี้มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า cichlid (ออกเสียงว่า ซิค-ลิด) ภาษาไทยนิยมเรียกว่า "ปลาหมอสี" ปลาในวงศ์นี้ส่วนใหญ่จึงมักมีชื่อขึ้นต้นว่า "ปลาหมอ" เช่น ปลาหมอกล้วยหอม ปลาหมอเท็กซัส เป็นต้น

ปลาในวงศ์ปลาหมอสี มีลักษณะหลายหลากแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของถิ่นกำเนิดค่ะ ส่งผลให้ปลามีความหลากหลายทั้งชนิด สายพันธุ์ รูปร่าง และการดำรงชีวิต ปลาหมอสีส่วนใหญ่เป็นปลาน้ำจืด แต่มีบางชนิดพบในน้ำกร่อย ปลาในวงศ์นี้พบมากที่สุดในทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งมีประมาณ 900 และ 290 ชนิดตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีบางชนิดพบได้ในตอนล่างของทวีปอเมริกาเหนือ อีกสี่ชนิดพบในตะวันออกกลาง และอีกสามชนิดพบในอินเดีย ปลาในวงศ์ปลาหมอสีมีความสำคัญต่อมนุษย์ในหลายลักษณะ ปลาในวงศ์บางชนิด ก็สามารถนำมาบริโภคได้ เช่น ปลานิล ซึ่งจัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ในขณะที่ปลาอีกหลายชนิดเป็นปลาตู้สวยงาม เช่น ปลาเทวดา ปลาปอมปาดัวร์ และ ปลาออสการ์ เป็นต้น

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูว่าอาหารของปลาหมอสีนั้น มีอะไรบ้างกันนะคะ ขอบคุณเพื่อน ๆ บล้อกที่ติดตามกันเสมอมาค่ะ :)



ขอบคุณที่มา วิกิพีเดีย

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

การเลือกซื้อปลาทอง (golden fish)

สวัสดีค่ะเ้พื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังคิดจะซื้อปลาทองมาเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม และเพื่อความหย่อนใจที่บ้าน วันนี้บล้อกบ้านแสนรักได้นำเอาวิธีเลือกซื้อปลาทองมาฝากกันค่ะ :)




ในการเลือกซื้อปลาทองนั้น ก่อนที่จะไปซื้อปลาทองมาเลี้ยง ควรเตรียมภาชนะสำหรับเลี้ยงปลาไว้ให้พร้อมก่อนนะคะ อย่างเช่นจัดเตรียมตู้ปลาที่มีขนาดพอเหมาะกับจำนวนปลาทองที่เราจะเลี้ยง รวมไปถึงน้ำและระบบกรองที่จะใส่ตู้ปลาให้พร้อม จากนั้นจึงจะถึงขั้นตอนของการไปเลือกซื้อปลามาเลี้ยงไว้ในตู้

การซื้อปลาทองนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อปลาทองที่มีราคาแพง หรือลักษณะดีนักมาเลี้ยงหรอกค่ะ โดยเฉพาะมือใหม่ ควรซื้อปลาทองขนาดเล็กมาหัดลองเลี้ยงดูก่อน ปลาทองที่มีลักษณะดี ไม่ได้หมายถึงปลาทองที่มาจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวนะคะ ปลาทองที่เพาะพันธุ์ในประเทศของเราที่สวย ๆ และคุณภาพดี ๆ ก็มีเช่นกัน ดังนั้นการเลือกซื้อนั้น ขอให้ดูลักษณะที่ดีไม่มีปัญหาและเน้นที่ความสมบูรณ์แข็งแรงของปลาเป็นหลัก




หลักเกณฑ์ในการเลือกที่ำสำคัญในการเลือกซื้อปลาทองที่ทำได้ง่ายที่สุดเป็นลำดับแรก ก็คืออย่าซื้อปลาที่ขายลดราคาเป็นพิเศษค่ะ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าปลาอาจมีปัญหา เพราะปลาดี ๆ ไม่ควรเอามาขายลดราคา เหมือนรีบโล๊ะออกจากตู้แบบนั้น

การเลือกปลา ควรให้เวลาในการเลือกและสังเกตุสักหน่อย ควรเลือกปลาที่ว่ายน้ำตลอดเวลา เพราะนั่นแสดงถึงความสมบรูณ์ของปลา ลักษณะการว่ายน้ำต้องเป็นปกติ ไม่หัวทิ่ม หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะของปลาเป็นโรคเสียการทรงตัว
 
จากนั้นให้เลือกปลาตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่มไว้ก่อน เพราะลูกปลาในครอกหนึ่งๆ เจริญเติบโตไม่เท่ากันอ่ะนะคะ ลูกปลาที่แข็งแรงจะกินอาหารเก่งและโตเร็วกว่าปลาที่อ่อนแอ อย่าซื้อปลาที่มีลักษณะผอมแห้ง ซึ่งโดยมากจะเลี้ยงยาก หรืออาจป่วยเป็นโรคก็ได้
 
เลือกซื้อปลาที่มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ และอวัยวะด้านซ้ายและขวาของตัวปลาจะต้องมีรูปทรงและขนาดเดียวกัน ตัวปลาต้องมีสีเข้ม เกล็ดเป็นมันแวววาว เป็นเครื่องแสดงออกถึงความแข็งแรงสมบูรณ์
 
อย่าซื้อปลาที่ครีบและหางลู่ผิดปกติ แม้จะไม่ใช้ลักษณะพิการ แต่เป็นลักษณะด้อยแสดงถึงความไม่สมบรูณ์แข็งแรง ปลาที่สมบรูณ์แข็งแรงครีบและหางจะเบ่งบานตลอดเวลา

ก็หวังว่าข้อแนะนำในการเลือกซื้อปลาทองที่นำมาฝากกันในวันนี้ คงมีประโยชน์ในการที่จะช่วยเพื่อน ๆเลือกซื้อปลาทองที่ดีและมีคุณภาพได้บ้างนะคะ :)



ปลาสวยงาม : ปลาทอง


สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ปลาสวยงามที่เรานิยมเลี้ยงไว้ในตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลาชนิดแรก และเป็นปลาที่เรารู้จักกันมาเป็นเวลานานก็คือ ปลาทอง นั่นเองน่ะนะคะ

ปลาทอง นั้น เป็นปลาน้ำจืดที่อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียนค่ะ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น และได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี จนกลายเป็นปลาที่มีความสวยงามหลากหลายสายพันธุ์เช่นในทุกวันนี้


ปลาทองจัดว่าเป็นปลาที่กินพืช และแมลงน้ำขนาดเล็กเป็นอาหารน่ะนะคะ มีรูปร่างอ้วน ป้อม มีเกล็ดแบบบางเรียบ ครีบอกกลมแบน ครีบหางเป็นรูปพัด และค่อนข้างจะเป็นปลาที่ตะกละ  โดยสามารถกินอาหารได้ตลอดทั้งวัน ตัวผู้เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะมีตุ่มสิวขึ้นตามครีบอกและใบหน้า ส่วนปลาตัวที่ท้อง ช่องท้องจะอูมเป่งออก และเมืื่อถึงเวลาวางไข่ จะวางไข่ตามพืชน้ำ และใช้เวลาฟักออกมาเป็นตัวประมาณ 2 วัน

ปลาทอง มีหลากหลายสีด้วยกันค่ะ ตั้งแต่สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำและสีขาว แม้กระทั่งปลาทองหลายสีในตัวเดียวกัน

ในธรรมชาตินั้น ปลาทองชอบอาศัยตามหนองน้ำและลำคลองที่ติดกับแม่น้ำค่ะ และอาจมีอายุยืนยาวได้ถึง 20-30 ปี ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี

ในปัจจุบันเรามักเลี้ยงปลาทองให้เป็นปลาสวยงามน่ะนะคะ ปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วงชีวิต ประมาณ 7-8 ปี พบจำนวนน้อยมากที่มีอายุถึง 20 ปี ปัจจุบันประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางการส่งออกปลาทองที่ใหญ่ที่สุด

ผู้เลี้ยงมักนิยมให้ปลาทองกินลูกน้ำ ไรน้ำ และตัวอ่อนแมลงชนิดต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ค่อนข้างมีความสะดวกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาทองค่ะ เพราะเราสามารถให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปแก่ปลาทองได้อีกด้วย

สำหรับความยาวของลำตัวปลาทองนั้น มีความยาวแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ค่ะ โดยมีความยาวตั้งแต่ 4-4.5 เซนติเมตร

พันธุ์ปลาทองที่ได้รับความนิยมในตลาดปัจจุบัน ได้แก่ พันธุ์หัวสิงห์ รันชู ออแรนดา เกล็ดแก้ว รักเล่ ริวกิ้น ตาลูกโป่ง ชูบุงกิ้น และ สิงห์ดำตามิด เป็นต้น


ปลาทองพันธุ์เกล็ดแก้ว
ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดู วิธีการเลือกซื้อปลาทองด้วยกันนะคะ


ขอบคุณที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

การจัดตู้ปลา

บ้านแสนรักเชื่อว่า เพื่อน ๆ บล้อกหลาย ๆ ท่านคงมีสัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบแตกต่างกันไปน่ะนะคะ บางท่านก็ชอบเลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว เลี้ยงนก หรือแม้กระทั่งเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่แปลกไปจากคนอื่น เช่น เม่นแคระ หรืออีกัวน่า :) เป็นต้น

สัตว์เลี้ยงอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่จับต้องลูบคลำได้น้อยกว่าสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น ก็เห็นจะเป็น ปลา นี่ล่ะค่ะ ซึ่งแม้ว่าจะไม่สามารถกอดหรือแสดงความรักต่อปลาได้ด้วยการสัมผัสตัว แต่เราก็สามารถแสดงความรักด้วยการเอาใจใส่ดูแล ความเป็นอยู่ของปลาที่เราเลี้ยงให้สุขสบายและถูกต้องได้

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักจะมาแนะนำวิธีการวิธีขั้นต้นของการเลี้ยงปลาในตู้ ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องของวิธีการจัดตู้ปลาก่อนเป็นอันดับแรก เรามาดูกันนะคะ ว่าเราจะจัดตู้ปลาได้ด้วยการใช้องค์ประกอบอะไรบ้าง


องค์ประกอบของการจัดตู้ปลานั้น มีอยู่ด้วยกันได้ถึง 10 ชนิดค่ะ บางชนิดก็จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของปลา บางชนิดก็จัดเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับตู้ปลา ซึ่งแต่ละชนิดก็มีรายละเอียดดังนี้นะคะ

1.ตู้ปลา  

ตู้ปลาที่นิยมใช้กันตามท้องตลาดนั้น มี 2 แบบค่ะ นั่นก็คือ
  •   ตู้ปลาแบบทรงกลม
  •   ตู้ปลาแบบสี่เหลี่ยม  ซึ่งแยกออกได้อีก 2 ลักษณะคือ
1.ตู้ปลาแบบมีกรอบ  เป็นตู้ปลาแบบรุ่นเก่าทำด้วยกรอบอลูมิเนียมใช้ชันอุดตามรอยรั่วกันน้ำรั่วซึม

2.ตู้ปลาแบบไม่มีกรอบ   นำกระจกมาต่อกันโดยใช้กาาวซิลิโคนเป็นตัวประสานเข้าด้วยกัน

2.ฝาปิดตู้ปลา

ฝาปิดตู้ปลานั้นจะทำด้วยพลาสติกค่ะ  ซึ่งจะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ และป้องกันฝุ่นละอองจากภายนอก

3.เครื่องปั๊มอากาศ

การใช้เครื่องปั๊มอากาศในตู้ปลานั้น มีหลักสำคัญดังนี้

1.ควรติดตั้งเครื่องปั๊มอากาศให้สูงกว่าตัวปลา  เพื่อให้สะดวกในการดันอากาศ

2.การติดตั้งเครื่องปั๊มอากาศ  ควรให้ห่างจากฝุ่นละออง เพราะฝุ่นละอองอาจทำให้เครื่องปั๊มอากาศเสียหายได้

อุปกรณ์ที่ติดมากับเครื่องปั๊มอากาศ มีหลา่ยชิ้นด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ

    1.สายออกซิเจน  ต้องไม่มีรอยรั่ว

    2.หัวทราย   มีลักษณะเป็นทรงกลม มีรูพรุน  ทำหน้าที่ให้อากาศเป็นฟองฝอยเล็กๆ  เพื่อให้ออกซิเจนสามรถละลายน้ำได้ดี

    3.ข้อต่อ   เป็นตัวแยกอากาศจากเครื่องปั๊มไปในทิศทางที่ต้องการ

    4.วาวล์ควบคุม   ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมปริมาณอากาศที่ออกมาจากเครื่องปั๊ม  ให้ออกมาตามความเหมาะสม


4.ระบบการกรองน้ำ   

ระบบกรองน้ำตู้ปลานั้น มี 2 แบบ คือ

1.ระบบการกรองภายในตู้ปลา ซึ่งแยกลงไปได้อีก 2 ประเภทคือ

1.1 แบบกรองน้ำใต้ทราย

ส่วนประกอบ

แผ่นกรอง -  ต้องเหมาะกับลักษณะของตู้ปลา  มีรูพรุนเล็กๆ สูงจากพื้ตู้ประมาณ 2-3 ซ.ม.

ท่อส่งน้ำ -   ทำงานร่วมกับแผ่นกรอง   สามารถปรับทิศทางของน้ำที่พ่นออกมาให้ได้ตามต้องการได้

สายอากาศ - เป็นสายทางเดินอากาศที่ต่อมาจากท่อปั๊ม

ระบบการทำงานของเครื่องกรองน้ำแบบใต้ทรายนั้น เครื่องปั๊มอากาศจะอัดอากาศส่งไปตามสายอากาศที่เชื่อมระหว่างเครื่องปั๊มอากาศกับหัวครอบแผ่นกรองใต้ทราย  เมื่ออากาศถูกดันออกมาตามท่อส่งน้ำที่ถูกพ่นออกมาจะไหลเวียนเข้าไปอยู่ใต้แผ่นกรอง  ขณะเดียวกันน้ำที่อยู่เหนือแผ่นกรองและพวกสิ่งสกปรกก็จะถูกดูดลงไปแทนที่  ทำให้น้ำใสสะอาดอยู่เสมอ

1.2.ระบบการกรองแบบกล่องใต้ตู้  ระบบนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนักนะคะ  การทำงานคล้ายระบบการกรองน้ำใต้ทราย  ต่างกันเพียงระบบการกรองจะมีกล่องแยกต่างหาก  ภายในกล่องกรองจะใส่ใยแก้วและถ่านคาร์บอน  ข้อดีก็คือ สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ด้วย

 2.ระบบการกรองภายนอกตู้ปลา  ประสิทธิภาพในการกรองจะเหนือกว่าระบบการกรองที่กล่าวมาแล้ว  สามารถกรองเศษอาหารปลา มูลปลา กลิ่น สี ออกนอกตู้ปลาได้ดี  อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กรอง คือ ถ่านคาร์บอน และใยแก้ว


5.พันธุ์ไม้น้ำ  หลักในการเลือกพันธุ์ไม้น้ำที่จะจัดภายในตู้ปลา มีอยู่ 2 ประการ คือ

1.พิจารณาว่าพันธุ์ไม้พันธุ์นี้ชอบแสงสว่างหรือไม่

2.พิจารณาว่าพืชชนิดนี้มีความต้องการดินหรือกรวดในการยึดรากหรือไม่

6.กรวด กรวดเป็นวัสดุที่ตกแต่งให้ตู้ปลาดูเป็นธรรมชาติ  กรวดควรมีขนาด 3 มม. ไม่ควรละเอียดและหยาบเกินไป

7.น้ำ  ควรใช้น้ำกรองหรือน้ำประปาที่ผ่านการเก็บกักไว้เพื่อให้คลอรีนระเหยออกไป

8.ตอไม้  ต้องเลือกตอไม้ชนิดแข็งเพราะ ถ้าใช้ตอไม้ชนิดอ่อนจะทำให้ตอไม้เปื่อยยุ่ยและเน่าได้   ซึ่งตอไม้มีประโยชน์ช่วยให้ทัศนียภาพสวยงามดูคล้ายธรรมชาติ

ข้อควรระวังก็คือก่อนที่จะนำตอไม้มาประดับตู้ปลาควรต้มน้ำยางที่ตกค้างอยู่ในเนื้อไม้ให้ออกเสียก่อน

9.เปลือกหอย  สามารถตกแต่งทัศนียภาพในตู้ปลาของคุณให้ดูเป็นธรรมชาติ  ก่อนที่จะนำมาประดับตู้ปลานั้นขอแนะนำให้นำมาแช่น้ำเพื่อให้ความเค็มหายไปเสียก่อน

10.สิ่งประดิษฐ์บางชนิด ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของปลาในตู้ แต่ก็เพื่อเพิ่มทัศนียภาพของตู้ปลาในสวยงามชวนมองขึ้น เช่น

แผ่นภาพวิว  จะประกอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด

หุ่นพลาสติก   อย่าใช้หุ่นพลาสติกที่สีสามารถตกหรือลอกเป็นอันขาดเชียวนะคะ  เพราะอาจทำอันตรายแก่ปลาน้อยๆที่น่ารักของคุณได้


ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูสายพันธุ์ปลาตู้ หรือปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงกันในตู้ปลากันนะคะ

ขอบคุณเพื่อน ๆ บล้อกทุกท่านที่ติดตามบล้อกบ้านแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)



วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ห้องนอนน่ารัก ๆ

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

การตกแต่งห้องนอนนั้นถือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์เลยทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากจะต้องจัดห้องนอนให้มีความสะอาด สะดวก สบาย และเหมาะสมกับการใช้งานแล้ว การจัดห้องนอนแต่ละแบบก็แตกต่างกันไปตามรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของห้องอีกด้วย

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักได้นำเอาภาพตัวอย่าง การตกแต่งห้องนอนน่ารัก ๆ ที่เน้นความสดใส สดชื่น มาฝากกัน เราลองมาดูกันนะคะ ว่าห้องนอนแบบไหนจะถูกใจคนน่ารัก ๆ อย่างเราบ้าง :P


















ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

การจัดวางโต๊ะเขียนหนังสือ

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังอยู่ในวัยเรียนหรือมีเด็กภายในบ้าน ก็คงจะต้องมีการจัดเตรียมโต๊ะสำหรับนั่งอ่านหนังสือ ทำการบ้าน หรือทำงานที่ได้รับมอบหมายมาจากโรงเรียนน่ะนะคะ




ตำแหน่งการจัดวางโต๊ะเขียนหนังสือนั้น ไม่ควรวางไว้ตรงกันข้ามกับประตูหรือหน้าต่างค่ะ เพราะจะทำให้ไม่มีสมาธิ ในการทำงานหรืออ่านหนังสือ และไม่ควรวางโต๊ะเขียนหนังสือหันเข้าหาหรือนั่งพิงกับผนังห้องน้ำ แต่ให้หันโต๊ะเขียนหนังสือ หรือโต๊ะทำงานเข้ากับกำแพง โดยตั้งให้อยู่ในเส้นทแยงมุมจากประตูทางเข้าออก ก็จะเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการตั้งโต๊ะเขียนหนังสือน่ะนะคะ :)

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หวาย

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักได้นำเอาวิธีทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หวาย ทั้งหวายแท้ และหวายเทียมมาฝากกันนะคะ



วิธีทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หวายทั้ง 2 ชนิด ทำได้ไม่ยากค่ะ ให้ใช้ไม้ขนไก่ปัดหรือใช้ผ้านุ่มเช็ดถู เพื่อไม่ให้ฝุ่นเกาะหรือฝังตัวเข้าไปในเนื้อเฟอร์นิเจอร์ ถ้ามีคราบสกปรกมากหรือติดแน่น ก็อาจใช้ฉีดน้ำเพื่อทำความสะอาดแล้วซับให้แห้ง ก่อนนำไปตากแดดอีกครั้ง แต่ควรเลือกวันที่แดดจัด จะได้ตากแล้วแห้งสนิท โดยเฉพาะหวายจริงซึ่งกลัวความชื้นสูง




นอกจากนี้แล้ว เราก็ยังสามารถทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หวาย ด้วยการใช้แปรงแข็งๆ จุ่มน้ำอุ่นผมเกลือขัดถูให้ทั่ว เฉพาะส่วนที่ทำจากหวาย จะช่วยไม่ให้เหลืองและเก่าไวได้อีกวิธีหนึ่งด้วย

และสำหรับผู้ที่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์หวายในบ้านแล้วเฟอร์นิเจอร์เกิดการชำรุดเสียหายก็ขอให้รีบนำไปซ่อมแซมนะคะ ซึ่ง แหล่งซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หวายในกรุงเทพฯ นั้น จะอยู่ที่ ซอยไสวสุวรรณ และซอยประชานฤมิตร ย่านบางโพ บนถนนสายไม้ ค่ะ :)

บล้อกบ้านแสนรักก็หวังว่าวิธีทำความสะอาดและดูแลเฟอร์นิเจอร์หวายที่นำมาฝากในวันนี้ คงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

วิธีเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หวาย

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์หวายมาใช้งานภายในบ้านเรือน วันนี้บล้อกบ้านแสนรักได้นำเอาเคล็ดลับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หวายมาฝากกันดังนี้ค่ะ




  1. เมื่อจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หวาย ให้สังเกตุดูเส้นหวายที่นำมาถักทอเป็นเฟอร์นิเจอร์ ว่าเส้นที่ใช้ถักเป็นแนวตั้งนั้น ตรง และเป็นระเบียบดีหรือไม่ เพราะหากเส้นหวายถักโย้เย้ไปมา จะทำให้เฟอร์นิเจอร์หวายชิ้นนั้นมีอายุการใช้งานที่สั้น นอกจากนี้ยังต้องดูระยะห่างของเส้นตั้งด้วยนะคะ ว่าเท่ากันหรือใกล้เคียงกันหรือไม่
  2. ให้สังเกตที่จุดต่อเชื่อมของโครงหวายเป็นหลัก ซึ่งต้องมัดให้แน่นเท่ากัน และควรรัด 2-3 รอบต่อจุด เพื่อความแข็งแรงทนทาน
  3. ใช้มือลูบดูเนื้อหวายว่ามีเสี้ยนหรือไม่ สานได้ตึงและแน่นดีหรือไม่
  4. ดูความเงางามและความสม่ำเสมอของสีหรือแล็คเกอร์ที่ทาเคลือบลงบนเนื้อหวายว่าเป็นอย่างไร หากผู้ผลิตลงน้ำยาเคลือบเพียงบาง ๆ เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง สีของเฟอร์นิเจอร์หวายก็จะซีดจางได้ง่าย
  5. หากเฟอร์นิเจอร์หวายชิ้นนั้นต้องรับน้ำหนักมาก ก็ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์หวายที่มีโครง หรือเส้นหวายขนาดใหญ่



หวายนั้นเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีความแข็งแรงทนทานค่ะ  เมื่อนำมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์จึงมีอายุการใช้งานยาวนานถึงเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว เฟอร์นิเจอร์หวายจะไม่ชำรุด หากเราไม่ได้นำไปใช้งานหนักหรือใช้งานผิดประเภท เช่น ปล่อยให้ตากแดดตากฝน หรือให้เด็กๆ ขึ้นไปกระโดดโลดเต้น ดังนั้นเมื่อเฟอร์นิเจอร์หวายชำรุดเสียหาย เนื่องจากถูกกระแทกหรือเสียดสีบ่อยครั้ง ก็ควรรีบนำไปซ่อมแซมให้เรียบร้อยโดยเร็วนะคะ :)






เรียบเรียงจาก http://www.valuecreation.co.th/





เฟอร์นิเจอร์หวาย

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อก บ้านแสนรัก ทุกท่าน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านด้วยวัสดุธรรมชาตินั้น เฟอร์นิเจอร์ฺหวาย นับเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งหลาย ๆ ท่านนิยมซื้อหามาตกแต่งบ้านน่ะนะคะ :)

หวาย เป็นพืชในตระกูลปาล์ม ซึ่งพบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชอบเลื้อยและเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ๆ มีความเหนียว ยืดหยุ่น ดัดโค้งงอได้โดยผ่านความร้อน  และถึงแม้หวายจะแข็งแรง แต่ก็เป็นวัสดุูธรรมชาติที่เสี่ยงต่อการถูกปลวกหรือแมลงกัดกิน ดังนั้นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรายจึงต้องอาบน้ำยากันมอด กันเชื้อรา รวมถึงการลงน้ำยาเคลือบผิวด้านนอกด้วย

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์หวายก็คือ จะช่วยตกแต่งห้องให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ ช่วยทำให้อารมณ์ของห้องดูผ่อนคลาย ไม่เป็นทางการ  เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ข้อเสียของหวายก็มีเช่นกัน คือเมื่อใช้ไปนาน ๆ เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหวายก็จะทรุดโทรมได้ง่ายกว่าวัสดุชนิดอื่น

แต่ในปัจจุบันนี้เฟอร์นิเจอร์หวายก็มีให้เลือกใช้ ทั้งที่ทำมาจากหวายธรรมชาติแท้ ๆ และหวายสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ค่ะ ซึ่งก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณสมบัติ ประโยชน์ใช้สอย รวมถึงการดูแลรักษา

ในส่วนของหวายสังเคราะห์นั้น ผลิตมาจากเส้นใยซินเทติก (Synthetic Material) เส้นใยนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าหวายธรรมชาติ  สามารถนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบต่างๆ โดยมีสีสัน ลวดลาย และผิวสัมผัสใกล้เคียงกับหวายธรรมชาติมาก แต่มีความยืดหยุ่นดีกว่าหวายจริง ใช้งานได้ทั้งในและนอกอาคารเพราะทนแดดทนฝนกว่า  แต่ไม่ทนต่อสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนน่ะนะคะ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป วิธีการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หวายนั้น ทำได้ไม่ยากค่ะ โดยการใช้แปรงแข็งๆ จุ่มน้ำอุ่นผมเกลือขัดถูให้ทั่ว เฉพาะส่วนที่ทำจากหวาย จะช่วยไม่ให้เหลืองและเก่าไว  สำหรับราคาเฟอร์นิเจอร์หวายสังเคราะห์นั้นจะสูงกว่าหวายธรรมชาติราวๆ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และคุณภาพสินค้าด้วย

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หวายด้วยกันนะคะ






วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

ตู้หนังสือ (bookshelf)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

หนังสือคือประตูสู่โลกกว้าง คำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงแต่อย่างใดน่ะนะคะ และสำหรับผู้ที่รักการอ่าน ชื่นชอบที่จะพักผ่อนหย่อนใจกับมุมสงบ ๆ ภายในบ้านพร้อมกับหนังสือเล่มโปรดอยู่เป็นประจำ อาจจะพอเข้าใจว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว ที่จะหาที่เก็บเรียงหนังสือที่มักจะซื้อหามาเพิ่มเติมอยู่เสมอนั้นให้เป็นระเบียบและสามารถจัดเก็บหนังสือทุกเล่มให้หมดและเป็นหมวดหมู่อยู่ในที่ที่เดียวกัน

การเลือกชั้นวางหนังสือ หรือตู้หนังสือมาเพื่อจัดเก็บหนังสือนั้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือ หรือผู้ที่ยังอยู่ในวัยเรียนค่ะ

เคล็ดลับสำหรับการเลือกตู้หนังสือก็คือ ควรเลือกตู้ที่ทำจากวัสดุที่ทนทานแข็งแรง ทนความชื้น เช่น ไม้,โลหะ และควรจัดวางตู้หนังสือให้อยู่ในจุดที่โครงสร้างบ้านรับน้ำหนักได้ ที่สำคัญ ควรดูแลชั้นหนังสือให้ปราศจากฝุ่น และหมั่นตรวจตรามอดและแมลงกินไม้ ซึ่งอาจทำลายทั้งชั้นหนังสือและหนังสือของเราได้ด้วยน่ะนะคะ
















วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

การตกแต่งบ้านทาวน์เฮ้าส์

สวัสดีค่ะ เืพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อบ้านในแบบที่เราต้องการเป็นเจ้าของไปแล้วน่ะนะคะ ก็คงจะถึงขั้นตอนของการตกแต่งก่อนที่จะย้ายเข้าไปอยู่อาศัยกันค่ะ

สำหรับบ้านเดี่ยวนั้น ค่อนข้างจะมีความยืดหยุ่นในการตกแต่งสูง เนื่องจากมีพื้นที่ในการใช้งานที่มากกว่า ทำให้การเลือกซื้อเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงการตกแต่งบ้านทำได้ค่อนข้างหลากหลายกว่า แต่สำหรับเพื่อน ๆ บล้อกที่เลือกซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านทาวน์โฮม อาจจะต้องคำนึงถึงการจัดรูปแบบการตกแต่งของบ้านให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดกว่าบ้านเดี่ยว สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายสมวัตถุประสงค์ของเราน่ะนะคะ

ในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักได้นำเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ ที่ต้องการตกแต่งบ้านทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮม ตกแต่งบ้านได้ลงตัวมากยิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ

อันดับแรกของการตกแต่งบ้านทาวน์เฮ้าส์ เราควรคำนึงถึงเรื่องแสงก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ การตกแต่งบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก ควรเล่นกับแสงธรรมชาติ ด้วยการดึงแสงเข้าภายในพื้นที่ ยิ่งถ้าให้แสงเข้าหน้าบ้าน ผ่านส่วนนั่งเล่น และทะลุถึงหลังบ้านได้ยิ่งดีค่ะ เพราะจะทำให้ห้องดูมีพื้นที่ไร้ขีดจำกัด ไม่มีขอบเขตมากนัก การนำชั้นวางของใหญ่ๆ หรือทำผนังมากั้นจะทำให้ดูอึดอัดเมื่อเดินเข้าบ้านมา ดังนั้นควรปล่อยพื้นที่ให้โล่ง ใช้การจัดเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นสัดส่วนเป็นการกำหนดขอบเขตของส่วนนั่งเล่นนี้ได้น่ะนะคะ อีกทั้งควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดที่ไม่สูงมากนัก ก็จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้นค่ะ





นอกจากนี้ภายในของตัวบ้าน ไม่ควรใช้สีที่ตัดกันมากๆ หรือใช้สีจัดๆ ทาเน้นผนังใดผนังหนึ่ง แต่สามารถเพิ่มความน่าสนใจได้โดยเลือกทาสีผนังในโทนสีเดียวกัน แต่เข้มอ่อนต่างกัน ถ้าอยากได้สีที่ตัดกันจริงๆ ก็ให้ใช้ได้ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก หรือหมอนบนโซฟาเท่านั้น ควรเลือกใช้สีอ่อน ๆ สว่าง ๆ ในการตกแต่งบ้านทาวน์เฮ้าส์มากกว่าการเลือกใช้สีเข้ม เพราะจะทำให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัดค่ะ


การเลือกเฟอร์นิเจอร์นั้น ควรเลือกใช้ที่มีขนาดเล็ก อย่าเลือกขนาดใหญ่โดยไม่จำเป็นค่ะ เช่นชั้นวางของที่ผอมบางซักหน่อย เลือกใช้ฟูกหรือโซฟาเข้ามุมแทนโซฟาลอยตัว ชั้นวางทีวีเตี้ยๆ หรือไม่ก็เลือกใช้ทีวีแบบติดผนังก็จะช่วยให้ได้พื้นที่เพิ่มมาอีกหน่อย




นอกจากนี้แล้ว เพื่อน ๆ ก็ควรโละของใช้ที่ไม่จำเป็นออกไปซะบ้างนะคะ เลือกใช้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นและชอบจริงๆ อย่าวางเฟอร์นิเจอร์ในทุกมุมห้อง เพราะจะทำให้ห้องดูแน่นเกินไป นอกจากจะไม่สบายตาแล้ว พื้นที่ใช้สอยอาจจะจะไม่พอ ถ้าอยากได้ที่เก็บของเยอะๆ ก็สามารถบิ้วท์ชั้นติดผนังแบบสูงถึงเพดาน และมีบานปิดเรียบตลอดแนวก็จะทำใ้ห้สามารถเก็บของได้มากและดูไม่รกตาได้อีกด้วยค่ะ





ขอบคุณที่มา http://www.forfur.com/blog/



ข้อดี-ข้อเสีย ของการอยู่ทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกที่น่ารักทุกท่าน

เพื่อน ๆ บล้อกหลาย ๆ ท่าน ที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่ หรือบ้านหลังแรกของตัวเอง และตัดสินใจที่จะซื้อบ้านที่ก่อสร้างสำเร็จรูป หรือบ้านที่สร้างขายนั้น คงจะลังเลใจอยู่ไม่น้อยน่ะนะคะ ว่าจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านแบบที่เป็นบ้านเดี่ยวดี หรือบ้านแบบที่เรียกว่าทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮมดี

ข้อดีของด้อยของบ้านทั้งสองรูปแบบนั้น มีด้วยกันทั้งคู่ค่ะ เราลองมาดูกันนะคะ ว่าจุดเด่นจุดด้อยของบ้านทั้งสองแบบนั้นมีอะไรบ้าง

ข้อดีของบ้านเดี่ยว

สำหรับเพื่อน ๆ บล้อกที่มีงบประมาณค่อนข้างมากหน่อย และอยากมีพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวในบ้านของตัวเอง บ้านเดี่ยวนั้น ตอบสนองโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ บ้านเดี่ยวนั้นนอกจากจะทำให้เราสามารถมีพื้นที่ไว้จัดสวนภายในบ้าน มีพื้นที่สำหรับเด็กเล็กสำหรับวิ่งเล่น มีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งภายในครัวเรือน และยังดีสำหรับผู้ที่ต้องการมีพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถยนต์อีกด้วย




ข้อเสียของบ้านเดี่ยว

บ้านเดี่ยวนั้นแม้ว่าจะได้รับความเป็นส่วนตัว และมีพื้นที่สำหรับใช้ทำกิจกรรมกลางแจ้งประเภทต่าง ๆ ก็ตาม แต่ก็มีลักษณะของความสันโดษมากกว่า จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ผู้ที่เลือกที่จะอยู่บ้านเดี่ยวประเภทมีรั้วรอบขอบชิดมักไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเพื่อนบ้านนัก จะเป็นการอยู่้อาศัยแบบตัวใครตัวมันมากกว่า ดังนั้นหากต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ที่เพื่อนบ้านพึงจะมีให้กันได้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้านผู้อยู่อาศัยนั่นล่ะนะคะ หากเรามีมนุษยสัมพันธ์ดี ข้อเสียของบ้านเดี่ยวข้อนี้ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดค่ะ

ข้อดีของทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮม

ข้อดีข้อแรกก็เห็นจะเป็นเรื่องราคาของทาน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮมค่ะ เพราะส่วนใหญ่อาคารที่พักอาศัยประเภทนี้มักจะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก หรือไม่เทียบเท่ากับราคาของบ้านเดี่ยว นอกจากนี้ยังสามารถที่จะดัดแปลงที่พักอาศัยให้เป็นลักษณะของกึ่งบ้านพักอาศัยกึ่งที่ทำงานได้ด้วย และหากมีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้า่นแล้ว ก็จะได้เกื้อกูลพึ่งพาอาศัยกันได้เป็นอย่างดี




ข้อเสียของทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮม

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนนั้นคือเรื่องของพื้นที่ที่ใช้งานซึ่งมีน้อยกว่าบ้านเดี่ยวค่ะ ไม่เหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังอาจมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านได้ง่าย เพราะมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าการอยู่บ้านเดี่ยว นอกจากนี้แล้ว ปัญหาเรื่องที่จอดรถก็เป็นอีักปัญหาหนึ่งซึ่งเห็นกันได้เรื่อย ๆ น่ะนะคะ เนื่องจากทาวน์เฮ้าส์นั้น มักมีพื้นที่จอดรถจำกัด หรืออาจไม่มีเลย ทำให้เจ้าของบ้านซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีรถยนต์ใช้ต้องมาอาศัยถนนหน้าบ้านซึ่งเป็นที่สาธารณะจอด และอาจเป็นปัญหาในด้านความปลอดภัยและก่อให้เกิดความไ่ม่พอใจระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกันได้ในอนาคตค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีการบำรุงรักษาเตาไมโครเวฟ



สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน ในตอนนี้ของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูวิธีการบำรุงรักษาเตาไมโครเวฟอย่างถูกวิธีกันนะคะ การดูแลรักษาและใช้งานเตาอบไมโครเวฟอย่างถูกต้่องจะช่วยให้ผู้ใช้งานใช้งานได้อย่างปลอดภัย และช่วยยืดอายุการใช้งานของเตาอบไมโครเวฟด้วยค่ะ



  1. ถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ใช้งาน และเมื่อจะทำความสะอาดทุกคร้้งเพื่อความปลอดภัยจากไฟฟ้าและคลื่นไมโครเวฟ
  2. ดูแลรักษาตู้ไมโครเวฟให้สะอาดอยู่เสมอ หากภายในตู้มีอาหารกระเด็นเปื้อนผนัง ให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ดออก หากสกปรกมากก็ให้ใช้ผงซักฟอกอ่อน ๆ ละลายน้ำเช็ดได้ แต่ห้ามใช้ของมีคมขูดออกเด็ดขาด
  3. ภายนอกของเตาอบไมโครเวฟ ให้ใช้น้ำกับสบู่เช็ดทำความสะอาด จากนั้นจึงใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ดอีกคร้งให้แห้งสนิท ระวังอย่าให้น้ำไหลซึมเข้าไปในช่องอากาศได้
  4. หากแผงควบคุมเปียก ให้ใช้เพียงผ้าแห้งนุ่ม ๆ เช็ดเท่านั้น ห้ามใช้ผงซักฟอกหรือของมีคมขัดถู เพราะอาจทำให้แผงควบคุมเสียหายได้
  5. หากเกิดไอน้ำเกาะประตูเตาอบทั้งด้านนอกและด้านใน ให้เช็ดด้วยผ้านุ่ม ๆ ทำความสะอาด
  6. จานแก้วในเตาไมโครเวฟ ทำความสะอาดได้ด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง
  7. ขาสำหรับจานหมุนและพื้นเตาอบ ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
  8. หากจานแก้วยังร้อนอยู่ ให้ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยทำความสะอาด
  9. ควรตั้งเตาอบไมโครเวฟไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ควรมีช่องว่างสำหรับช่วยระบายอากาศโดยรอบข้างให้เหมาะสมและไม่ควรตั้งไว้ติดผนัง

ขอบคุณที่มา หนังสือวิธีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน