วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

คงปฏิเสธไม่ได้เลยน่ะนะคะ ว่าปัจจุบันนี้การใช้งานผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต นั้น มีความจำเป็นทั้งในแง่ของการเรียน การติดต่อสื่อสารและการทำงานในทุกที่ และอัตราส่วนของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่บ้านนั้น ก็ขยายตัวมากขึ้ันทุกปี เนื่องจากมีช่องทางการให้บริการอันหลากหลายขึ้น และมีผู้ให้บริการด้านนี้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตนั้น ครอบคลุมไปยังบ้านเรือนในเกือบทุกแห่ง

และสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังคิดจะ ติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตที่บ้าน นั้น ก็คงกำลังสงสัยและลังเลใจอยู่น่ะนะคะ ว่าควรจะติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบไหนดีจึงจะเหมาะสม และวิธีการติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่บ้าน ต้องมีขั้นตอนอย่างไร ในวันนี้ บล้อกบ้านแสนรักขอข้ามรุ่นนิดหนึ่ง :) ด้วยการนำเอาบทความเกี่ยวกับการเปิดใช้งานอินเตอร์เน็ตที่บ้านมาฝากกันค่ะ

ก่อนที่จะข้ามขั้นตอนไปดู การเลือกใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่บ้าน นั้น เราลองมาดูประเภทต่าง ๆ ของสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ใช้งานในบ้านของเรากันก่อนนะคะ

จริง ๆ แล้วการจะเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตแบบใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานเป็นสำคัญค่ะ เช่นเราจะใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลที่บ้าน หรือใช้ในเชิงธุรกิจ ใช้เพื่อความบันเทิง หรือแม้แต่การใช้ภายในองค์กรขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ดังนั้นการเลือกที่จะเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตแบบใดนั้น จึงมีความแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความต้องการ รวมทั้งเงินทุนที่จะใช้ในการติดตั้งระบบด้วยน่ะนะคะ ปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่นิยมใช้ มีด้วยกัน 5 ลักษณะ คือ

1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up

การเชื่อมต่อแบบ Dial Up นี้ เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้ในเมืองไทยค่ะ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต

ข้อดี ของการเชื่อมต่อแบบ Dial Up คือ อุปกรณ์มีราคาถูก ติดตั้งง่าย การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทำได้ง่าย ข้อเสีย คืออัตราการรับส่งข้อมูลค่อนข้างต่ำเพียงไม่เกิน 56 kbit (กิโลบิต) ต่อวินาที

2. การเชื่อมต่อแบบ ISDN?(Internet Services Digital Network)

เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up นั่นล่ะค่ะ เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ

ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN
การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ
ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่

ข้อดีของระบบนี้ คือไม่มีสัญญาณรบกวน มีความเร็วสูง และยังคงสามารถใช้โทรศัพท์เพื่อพูดคุยไปได้พร้อม ๆ กับการเล่นอินเตอร์เน็ต  แต่ก็มีข้อเสีย ตรงที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบ Dial-Up

3. การเชื่อมต่อแบบ DSL (Digital Subscriber Line)

เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ

ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่
บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL
การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ
ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย

ข้อดี คือมีความเร็วสูงกว่าแบบ Dial-Up และ ISDN  ข้อเสีย คือไม่สามารถระบุความเร็วที่แน่นอนได้

4. การเชื่อมต่อแบบ Cable

เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ

ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ
ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย

ข้อดี คือถ้ามีสายเคเบิลทีวีอยู่แล้ว สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยเพิ่มอุปกรณ์ Cable Modem ก็สามารถเชื่อมต่อได้ ข้อเสีย คือถ้ามีผู้ใช้เคเบิลในบริเวณใกล้เคียงมาก อาจทำให้การรับส่งข้อมูลช้าลง

5. การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites)

เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ

จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม
ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
ข้อเสีย ของการเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites) ได้แก่

ต้องส่งผ่านสายโทรศัพท์เหมือนแบบอื่น ๆ
ความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำมากเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ และยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูการเลือกใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่บ้านกันต่อนะคะ