วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การเลือกขนาดถังเก็บสำรองน้ำใช้

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ในสมัยโบราณนั้น วิถีชีวิตของคนเรามักจะรองน้ำใส่โอ่ง หรือใส่ตุ่มไว้เพื่อใช้อุปโภคบริโภคน่ะนะคะ ซึ่งแม้ว่าจะไม่สะดวกสบายเท่ากับสมัยปัจจุบัน แต่การรองน้ำใส่ภาชนะเก็บกักเอาไว้ก็มีประโยชน์ในแง่ของการช่วยลดอุณหภูมิของน้ำในฤดูร้อนและช่วยสำรองน้ำไว้เมื่อเกิดภาวะการณ์คับขันขาดแึคลนน้ำได้เป็นอย่างดี

การรองน้ำใส่โอ่งหรือภาชนะเก็บกักน้ำนั้นใช้ได้กับทุกครัวเรือนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการรองน้ำใส่โอ่งไว้ใช้ภายในครัว หรือรองน้ำใส่โอ่งไว้อาบภายในห้องน้ำ แต่เมื่อความทันสมัยได้เข้ามา มีน้ำประปาให้บริการถึงจุดที่ต้องการภายใน บ้าน ความจำเป็นในการสำรองน้ำ ตักน้ำจากแหล่งธรรมชาติมาใช้อุปโภคบริโภคก็น้อยลงไป จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ แทบไม่มีบ้านใดที่คิดจะซื้อโอ่งมาไว้ใช้เก็บกักน้ำไว้ที่บ้าน

แต่การเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ภายในครัวเรือนนั้น ก็ยังถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและไม่ควรละเลยอยู่ค่ะ เนื่องจากคนเราต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวันทุกวัน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากในการดับไฟ,เกิดสภาวะแห้งแล้งจนขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ หรือจู่ ๆ ท่อประปาแตกทำให้ไม่มีน้ำส่งมาให้เราได้ใช้ภายในบ้านก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้สมาชิกภายในบ้านของเราเดือดร้อนอยู่ไม่ใช่น้อย

การสำรองน้ำไว้ใช้ภายในครัวเรือนนั้นจึงยังคงถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยน่ะนะคะ เราอาจจะสำรองน้ำใส่โอ่งแบบสมัยโบราณ หรือสำรองน้ำใส่ถังเก็บน้ำแบบสมัยใหม่ก็ได้ ซึ่งในวันนี้บล้อกบ้านแสนรักก็มีวิธีการคำนวนการเก็บน้ำไว้สำรองใช้ภายในบ้านมาฝากกันค่ะ

วิธีการคำนวนก็ง่าย ๆ  ปกติคนเรานั้นจะใช้น้ำกันวันละประมาณ 200 ลิตรต่อคน ก็ให้คำนวนโดยการนำ 200 x จำนวนคนในบ้าน และ x ด้วยจำนวนวันที่เราอยากจะสำรองน้ำไว้ใช้ เช่น หากเรามีคนในบ้าน 3 คน และอยากจะสำรองน้ำไว้ใช้ภายในบ้าน 3 วัน ก็จะคำนวนได้ว่า 200 ลิตร x 3 คน x 3 วัน ดังนั้นเราก็ควรจัดหาถังเก็บน้ำหรือภาชนะที่จะกักน้ำให้ได้ปริมาตร 1,800 ลิตร นั่นเองน่ะนะคะ  แต่หากไม่มีถังขนาดเท่าเราต้องการก็ให้เลือกขนาดที่ใหญ่กว่า เพื่อที่เราจะสามารถกักเก็บน้ำได้อย่างพอเพียงตามความจุที่ต้องการ

บ้านแสนรักก็หวังว่า ข้อมูลที่นำมาฝากกันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ