วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การเป็นเจ้าของที่ดินของชาวต่างชาติในประเทศไทย

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการและขั้นตอนการ ซื้อบ้านและที่ดิน ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยของ คนต่างชาติ นั้น เราคงต้องมาศึกษาข้อกฎหมายและข้อจำกัดของการเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินของชาวต่างชาติประเทศไทยกันก่อนค่ะ

การซื้อที่ดินในประเทศไทยของคนต่างชาติ

ตามกฎหมายของไทยเรานั้น ได้มีข้อกำหนด ห้ามมิให้ชาวต่างชาติซื้อบ้านหรือที่ดินในเมืองไทยน่ะนะคะ แต่จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนี้ก็มีชาวต่างชาติมากมายที่เป็นเจ้าของบ้านและที่ดินในเมืองไทย ซึ่งแน่นอนว่าเนื่องจากกฎหมายยังมีช่องโหว่และข้อกำหนดที่ทำให้ชาวต่างชาติสามารถใช้เป็นช่องทางในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยได้ไม่ยาก


เนื่องจากแม้ว่ากฎหมายไทยจะยังไม่อนุญาตที่จะให้คนต่างด้าวมาถือครองที่ดินในเมืองไทย แต่ก็จะมีข้อยกเว้น ในกรณีที่ชาวต่างชาติรายนั้น มีการนำเงินมาลงทุนในเมืองไทย ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และได้รับการอนุญาตจากรัฐมนตรีมหาดไทย เมื่อทำตามข้อกำหนดข้างต้นแล้ว ชาวต่างชาติผู้นั้นจะสามารถถือครองที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่

นอกจากนี้แล้ว ตามข้อกฎหมายของเมืองไทย ชาวต่างชาติยังสามารถมาร่วมธุรกิจกับคนไทยได้โดยจัดตั้งในรูปของบริษัท โดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมีสถานะเป็นบริษัทไทย และจะต้องมีคนไทยถือหุ้นอยู่ตั้งแต่ 51% ขึ้นไป ส่วนคนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% (เพราะหากถือหุ้นเกินกว่านี้ จะทำให้บริษัทนั้นมีสถานะเป็นบริษัทต่างด้าว) ตัวอย่างเช่น บริษัท Max มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 คน มีเงินทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท มีนายเชิดชัย ซึ่งเป็นคนไทยถือหุ้น จำนวน 25 % นายสุชาติ ถือหุ้นอีกจำนวน 26 % ส่วนนาย Frang ซึ่งเป็นคนต่างชาติ ก็จะสามารถถือหุ้นส่วนที่เหลือ จำนวน 49% ได้ บริษัท Max จึงมีสถานะเป็นบริษัทไทยและสามารถซื้อที่ดินในเมืองไทยได้ (นี่นับเป็นกระบวนการเลี่ยงกฎหมายอย่างหนึ่งของชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อที่ดินในเมืองไทยน่ะนะคะ)

กระบวนการต่าง ๆ ข้างต้นนั้น อาจจะเรียกว่า มีการใช้ผู้ถือหุ้นคนไทยให้เป็น นอมินี หรือตัวแทนถือหุ้นให้ตนเองก็ได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลรับผิดชอบและสำนักงานที่ดินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้แก้ไขปัญหานี้ ด้วยการออกระเบียบเกี่ยวกับการที่ซื้อที่ดินของบริษัทไว้ว่า หากบริษัทนั้นมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ แม้ว่าจะถือหุ้นไม่เกิน 49% ก็จะต้องนำหลักฐานทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยทุกคนมาแสดง เพื่อให้เห็นถึงที่มาทางการเงินว่าเป็นเงินลงทุนจริง ไม่ใช่เป็นเงินมาจากชาวต่างชาติหรือเป็นแค่นอมินีนั่นเอง


ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูกันนะคะ ว่านอกจากที่ดินที่ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อและถือครองได้แล้ว หากชาวต่างชาติต้องการซื้อห้องชุดหรือคอนโดนมิเนียม จะทำได้หรือไม่ และมีวิธีการเช่นไร

แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบ้านแสนรักตอนหน้านะคะ :)