วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ประเภทของจานดาวเทียม ตอน จานดำ C-BAND

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนรักทุกท่าน

ก่อนที่เราจะออกไปทำการหาซื้อจานดาวเทียมมาติด เพื่อดูรายการทีวีหลากหลายช่องที่เพิ่มเติมมาจากฟรีทีวีทั้งหลาย เราลองมาทำความรู้จักกับประเภทของจานดาวเทียมกันก่อน เพื่อให้การเลือกใช้จานดาวเทียมนั้นตรงกับความต้องการของเรามากที่สุดกันน่ะนะคะ

จานดาวเทียม ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในท้องตลาดบ้านเรานั้น มีหลายประเภทด้วยกันค่ะ โดยแต่ละประเภทมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดและข้อดี-ข้อด้อยของจานดาวเทียมประเภท จานดำ  C-BAND กันก่อนค่ะ

จานดำ C-BAND นั้น ก็คือ จานดาวเทียมชนิดที่มีลักษณะเป็นตะแกรงอลูมิเนียมและพ่นด้วยสีดำอย่างที่เราเคยเห็นทั่วไปนั่นเองค่ะ จานชนิดนี้มีลักษณะโปร่งและมีขนาดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 150 cm. ถึง 227cm. หรือ 5 ฟุต - 7 ฟุต แต่ขนาดที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับติดตั้งภายในบ้าน ควรจะเลือกรุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 150-170 cm. เพราะสัญญาณที่ได้จะแรงและมีปริมาณของสัญญาณมาก ภาพจะไม่ค่อยมีปัญหาเป็นเม็ดสี่เหลี่ยม

เมื่อมีจานดาวเทียมสำหรับรับสัญญาณที่ติดตั้งอยู่นอกบ้านแล้ว ก็ต้องมีเครื่องรับสัญญาณอีกตัวหนึ่งซึ่งติดตั้งอยู่ในบ้านของเรา เราเรียกอุปกรณ์ชนิดนี้ว่า อุปกรณ์รีซีฟเวอร์ค่ะ ซึ่งปัจจุบันจานดำนี้มีให้เลือกใช้หลายยี่ห้อด้วยกัน วิธีการเลือกใช้ ก็ควรเลือกยี่ห้อที่มีชื่อเสียง และมีศูนย์บริการที่ซ่อมได้รวดเร็ว ตัวอย่างเช่นยี่ห้อ PSI ,ONE SKY, Qsat, Dynasat , INFOSAT , dby ,Ideasat เป็นต้น

ข้อดีของจานดำ ระบบ C-band มีหลายประการด้วยกันค่ะ ประการแรกก็คือ เราจะสามารถยังรับชมภาพได้แม้ในขณะที่ฝนตก แม้แต่การเพิ่มจุดรับชมก็สามารถทำได้ง่าย แถมยังมีราคาที่ประหยัดเนื่องจากรีซีฟเวอร์ระบบ C-band นั้นราคาถูก นอกจากนี้แล้วรายการต่าง ๆ หรือช่องต่าง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากจะมีการผลิตช่องรายการเพิ่มอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญก็คือ เราเพียงเสียค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งครั้งเดียวจบ ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน เพราะเป็นช่องฟรีทีวีน่ะนะคะ

ข้อเสียของจานดำ นั้นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โตค่ะ ดังนั้นจึงเปลืองพื้นที่กว่าในการติดตั้ง ไม่เหมาะสำหรับการติดตั้งตามแฟลต,ห้องชุด,คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่ทาวน์เฮ้าส์ที่มีพื้นที่น้อย (จานดำชนิดนี้ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมากกว่า จานดาวเทียม ระบบ KU-band ซึ่งจะนำมาคุยกันในครั้งต่อไปน่ะนะคะ) แถมการติดตั้งยังยุ่งยากกว่า กรณีเป็นบ้านที่ไม่มีดาดฟ้า ทำให้ต้องใช้อุปกรณ์เสริมและต้องจ่ายเงินค่าติดตั้งเพิ่มขึ้นด้วย

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาทำความรู้จักกับจานดาวเทียมประเภท KU-band กันบ้างค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ




ข้อมูลจาก http://www.satduo.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538792625