วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย โคลงเคลงเลื้อย



สำหรับเพื่อนสมาชิกบ้านแสนรักที่ต้องการหาพันธุ์พืชมาปลูกเพื่อปกป้องหน้าดิน หรือคลุมดินแทนการใช้หญ้าทั่วไปนั้น นอกจากจะเลือกพันธุ์ไม้ที่ชื่นชอบแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมที่จะนำพันธุ์พืชนั้น ๆ มาปลูกด้วยนะคะ

โคลงเคลงเลื้อย เป็นไม้คลุมดินอีกชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศที่ค่อนข้างเย็นค่ะ ต้นโคลงเคลงเลื้อยเป็นไม้เลื้อยที่มีอายุหลายปี ลำต้นและกิ่งออกสีม่วงอมแดง สามารถทอดเลื้อยได้ไกลประมาณ 2-3 เมตร ออกรากตามข้อ ใบเป็นรูปไข่สีเขียวสด หนาและมีขนสั้นที่นุ่มปกคลุมอยู่ ดอกเป็นทรงกลมกลีบดอกสีชมพูอมม่วงบอบบาง ออกดอกเดี่ยวที่ปลายยอด มีกลีบ 5 กลีบ แม้จะออกดอกทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนแต่ดอกแต่ก็ร่วงง่าย ไม่ทนน่ะนะคะ

สำหรับผู้สนใจจะหาต้นโคลงเคลงเลื้อยมาปลูกนั้นสามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัดถึงร่มรำไรเลยค่ะ พืชชนิดนี้ชอบดินที่ชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ปัจจุบันขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง,ตอนกิ่ง หรือการเพาะเมล็ด






ภาพประกอบจาก bloggang.com/viewdiary.php?id=kitpooh22&month=09-2012&group=27

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้คลุมดิน กระดุมทอง


กระดุมทอง นั้นเป็นไม้พุ่มเตี้ยที่มีความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตรค่ะ จัดเป็นไม้ล้มลุกอายุสั้นเนื่องจากจะมีอายุอยู่ได้ราวๆ 2 ปี แต่ก็เป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมนำมาใช้ปรับแต่งภูมิทัศน์ ปลูกคลุมดิน สวนหย่อม แนวรั้ว หรือปลูกเพื่อป้องกันหน้าดินทลายในกรณีพื้นที่ลาดเอียง เป็นต้น


ชื่อพื้นเมืองของ กระดุมทอง อีกชื่อหนึ่งนั้น ก็คือ พิกุลทอง ค่ะ ลำต้นของต้นกระดุมทองจะมีขนสั้นๆ พอสากมือ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม มีขนสากทั้งสองด้าน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียงหยักหยักเป็นซี่ ออกดอกสีเหลืองตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2-3 ซม. โดยจะออกดอกให้เชยชมทั้งปี แต่จะออกดอกมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือน มกราคม

สำหรับผู้ที่สนใจหาต้นกระดุมทองมาปลุกเพื่อปรับภูมิทัศน์หรือปลูกคลุมหน้าดินแทนการปลูกหญ้านั้น สามารถปลูกได้โดยการเพาะเมล็ดค่ะ กระดุมทองเป็นไม้ไม่เรื่องมาก ขึ้นได้ในดินทั่วไป มีการเจริญเติบโตที่เร็ว ต้องการแสงหรือแดดเต็มวันหรือครึ่งวัน เมื่อปลูกแล้วให้น้ำปานกลาง ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่า ต้นกระดุมทองนั้นมีสรรพคุณทางยาด้วย โดยสามารถนำมาช่วยรักษาโรคหัวใจ,โรคความดัน และโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี


ภาพประกอบจาก nongbell.com


วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้คลุมดิน ถั่วบราซิล


พืชตระกูลถั่วที่ปัจจุบันได้รับความนิยมแพร่หลายกันมากขึ้นในการนำมาปลูกคลุมดินเพื่อทดแทนการปลูกหญ้านั่นก็คือ ถั่วบราซิล นั่นเองนะคะ

ถั่วบราซิล นั้นมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อด้วยกันค่ะ ได้แก่ ถั่วลิสงเถา ถั่วปิ่นโต ถั่วเปรู แต่ที่เรียกกันติดปากโดยทั่วไปนั้นก็คือ ถั่วบราซิลซึ่งมีต้นกำเนิดจากทางตอนกลางของประเทศบราซิลนั่นเอง


ลักษณะของต้นถั่วบราซิลนั้นจะคล้าย ๆ กับต้นถั่วลิสงค่ะ มีลำต้นที่เลื้อยไปตามผิวดิน ใบเล็ก รากแก้วแข็งแรง สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกสภาพ ทนแล้ง ทนร่มเงา ทนการเหยียบย่ำ นอกจากจะช่วยปกคลุมผิวดินเพื่อป้องกันวัชพืชชนิดอื่นแล้ว ยังช่วยให้ภูมิทัศน์ที่ได้รับการปลูกสวยงามเนื่องจากใบที่เขียวและดอกสีเหลืองที่น่ารักอีกด้วย

การปลูกและการดูแลรักษาต้นถั่วบราซลนั้นก็ไม่ยากค่ะ สามารถขยายพันธ์ด้วยการใช้เมล็ดหรือการปักชำก็ได้ แต่ควรปลูกในช่วงฤดูฝน หากปลูกด้วยเมล็ด สามารถปลูกได้ในอัตราส่วน 2 กิโลกรัมต่อไร่ (ก่อนปลูกควรรองพื้นด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 สัก 30 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนนะคะ)โดยหยอดเมล็ดลงในหลุมลึก 2-3 ซม. รดน้ำทุกวัน โดยแต่ละหลุมให้มีระยะห่างประมาณ 50x50 ซม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ถั่วบราซิลก็จะเริ่มงอก (อัตราการงอกประมาณ 60-70 เปอเซ็นต์) แต่ระยะแรกจะเติบโตช้าหน่อยนะคะ หรือหากต้องการให้เติบโตเร็ว ก็ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำก็ได้ โดยใช้ลำต้นของถั่วบราซิลยาวสักประมาณ 10 ซม. ปักชำลงในดิน

ในช่วงระยะแรกของการปลูกถั่วบราซิล ควรหมั่นกำจัดวัชพืชที่ขึ้นแซมอยู่เป็นประจำค่ะ เมื่อต้นถั่วบราซิลเติบโตแล้วประมาณ 1 เดือน ก็จะเริ่มมีดอก และทยอยออกดอกไปเรื่อยๆ ตลอดช่วงหน้าฝน ช่วงที่ดอกดกที่สุดจะอยู่ระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือน กันยายน และดอกจะลดลงในช่วงเดือน ตุลาคมถึงพฤศจิกายนค่ะ


ภาพประกอบจาก salinla.wordpress.com/category/around-my-country/

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้คลุมดิน

ไม้คลุมดิน หรือ พืชคลุมดิน นั้น หมายถึง พืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตโดยการแผ่คลุมหน้าดิน โดยหวังประโยชน์จากการช่วยลดการชะล้างหรือกัดกร่อนจากธรรมชาติ อาทิเช่น ลม,ฝน,ความแห้งแล้ง และยังช่วยในการตกแต่งสวนให้มีความสวยงามได้อีกด้วยนะคะ

ไม้คลุมดินนั้นมีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกันค่ะ บางสายพันธุ์ก็เป็นไม้ใบ ในขณะที่บางสายพันธุ์ก็สามารถให้ดอกสวยได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้น ก็เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปลูกในที่ร่ม,แดดรำไร หรือปลูกในที่ที่มีแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน อีกทั้งความต้องการน้ำและการเอาใจใส่ดูแลก้ไม่เท่านั้น ดังนั้นการเลือกปลูกไม้คลุมดินหรือพืชคลุมดินแต่ละชนิดจึงแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่


พืชคลุมดิน ที่เป็นที่นิยมปลูกกันทั่วไป ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นพืชตระกูล หญ้าทั้งหลายแหล่ อาทิเช่น หญ้านวลน้อย,หญ้าญี่ปุ่น,หญ้ามาเลเซีย,หญ้าแพรก ซึ่งหญ้าพวกนี้เมื่อเติบโตขึ้น จำเป็นที่ต้องได้รับการตกแต่งให้มีระดับความสูงที่เหมาะสม จึงเหมาะสำหรับคนที่รักการตกแต่งสวนอยู่เป็นเนืองนิจ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกไม้คลุมดินไว้รักษาหน้าดินแต่ไม่อยากดูแลตัดแต่งหญ้าเป็นประจำ ก็สามารถเลือกไม้คลุมดินประเภทอื่นมาปลูกได้เช่นกัน อาทิเช่น ถั่วบราซิล,เทียนฝรั่ง,กระดุมทอง,หัวใจม่วง,ฤาษีผสม,เดหลี เป็นต้น

บ้านแสนรักในตอนหน้า เราจะมาคุยกันเรื่องการเลือกสรรไม้คลุมดินชนิดต่างๆ มาปลูกแทนการปลูกหญ้ากันนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในตอนหน้าค่ะ






วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย คอนสวรรค์,ดาวนายร้อย



ต้นคอนสวรรค์ นั้นมีชื่ออื่นๆ ให้เรียกอีกหลายชื่อเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ดาวนายร้อย สนก้างปลา เข็มแดง หรือแข้งสิงห์ เป็นต้น


ต้นคอนสวรรค์หรือดาวนายร้อยนั้น จัดเป็นไม้เลื้อยชนิดล้มลุก ที่มีอายุอยู่ได้เพียง 1 ปี มักขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ ตามป่าละเมาะหรือที่รกร้างว่างเปล่า ลักษณะลำต้นจะเล็กและมีผิวที่เกลี้ยง ดอกสีแดงสดใส เมื่อบานออกจะคล้ายรูปดาว (จึงเรียกกันว่าดาวนายร้อย) แต่เมื่อต้นออกดอกแล้วเถาก็จะแห้งเฉาตายไปน่ะนะคะ



การปลูกต้นคอนสวรรค์เป็นไม้เลื้อยสำหรับขึ้นซุ้มหรือบังแดดสามารถปลูกได้ในดินทั่วไปค่ะ ชอบเป็นพิเศษหากเป็นดินร่วน พื้นที่ที่ปลูกต้องได้รับแสงแดดจัดเกือบทั้งวัน คอนสวรรค์ต้องการน้ำปานกลาง ควรรดน้ำให้เช้าเย็น วิธีการปลูก สามารถปลูกได้โดยการเพาะเมล็ดหรือการปักชำ


ภาพประกอบจาก pantip.com/topic/32867973,frynn.com

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย อัญชัน


อัญชัน นั้นเป็นไม้เลื้อยล้มลุกเนื้ออ่อนที่ออกดอกให้เชยชมตลอดทั้งปีค่ะ ลักษณะต้นของอัญชันจะเป็นไม้เถาลำต้นค่อนข้างกลมขนาดเล็กและอ่อน มีขนนุ่มๆ ปกคลุมทั่วลำต้น และสามารถเจริญเติบโตเลื้อยได้ไกลถึง 20 ฟุต ส่วนดอกของอัญชันจะมีอยู่ด้วยกันหลายสีนะคะ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นสีน้ำเงินอมม่วง สีฟ้า สีม่วง หรือสีขาว ตัวดอกคล้ายกับดอกของต้นถั่ว เมื่อกลีบดอกบานจะมีลักษณะอ้าเหมือนกาบหอยเชลล์หรือปีกผีเสื้อ ออกดอกเดี่ยวๆ เกือบตลอดทั้งปี นิยมปลูกไว้ริมรั้วเพื่อให้ต้นอัญชันมีที่ยึดเกาะ


วิธีปลูก และดูแล ต้นอัญชัน ก็ไม่ยากค่ะ ต้นอัญชันสามารถขยายพันธุ์ได้โดยนำเมล็ดแห้งของต้นอัญชันไปแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นจึงนำผ้ามาห่อทิ้งไว้อีกสัก 2-3 วัน เมื่อรากงอกแล้วก็สามารถนำไปปลูกลงดินหรือลงกระถางได้เลย ส่วนวิธีการดูแลก็ง่ายเช่นกัน ต้นอัญชันนั้นชอบขึ้นในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดีค่ะ หลังจากปลูกลงดินทำค้างหรือรั้วไว้ให้อัญชันยึดเกาะแล้ว ก็ให้รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น เมื่ออัญชันเติบโตให้ดอกแล้วก็จะให้ร่มเงากับซุ้มหรือประดับรั้วให้มีความสวยงาม แถมดอกอัญชันยังมีประโยชน์ทางยาหลายประการ สามารถเก็บดอกขายเป็นพืชเศรษฐกิจเสริมรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วยนะคะ




ภาพประกอบจาก paula13955.blogspot.com/2013/06/blue-pea-butterfly-pea.html


วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไม้เลื้อย การเวก


การเวก นั้นจัดเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ให้ดอกหอมอ่อนที่นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยขึ้นรั้วหรือขึ้นซุ้มอีกชนิดหนึ่งนะคะ ลักษณะโดยทั่วไปของการเวกจะมีเถาอ่อนเป็นสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อเถาแก่ขึ้น มีพุ่มใบที่หนาแน่น ใบสีเขียวเข้มเป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ออกใบสลับกันตามข้อต้น ส่วนดอกนั้นจะออกบริเวณโคนใบ ลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีเขียวและค่อยๆ กลายเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมจัดช่วงเวลาเย็นๆ ถึงพลบค่ำ


หลายๆ คนชอบปลูก การเวก เพราะเป็นไม้เลื้อยดอกหอมที่ออกดอกทั้งปีค่ะ วิธีการปลูกการเวก สามารถปลูกด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด หรือตอนกิ่งในช่วงฤดูฝนแล้วจึงนำมาปลูกวิธีนี้ได้รับความนิยมกว่าวธีแรกเพราะต้นการเวกจะโตเร็วและไม่กลายพันธุ์ ในขณะเดียวกันหากปลูกด้วยเมล็ดก็จะแข็งแรงทนทานกว่า

การเวกชอบแดดจัดพอสมควรค่ะ จึงเหมาะที่จะปลูกกลางแจ้ง สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี การเวกต้องการน้ำปานกลาง โดยระยะแรกที่นำมาปลูก ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น เมื่อต้นโตแข็งแรงแล้วจึงลดลงเหลือเพียงวันละครั้งในช่วงเช้าก็พอ แต่ควรรดน้ำให้ชุ่ม เพียงเท่านี้ต้นการเวกก็จะเติบโตสวยงามเป็นร่มเงาให้บริเวณบ้านของเราได้แล้วน่ะนะคะ