วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ความคาดหวังมักสูงกว่าความเป็นจริงเสมอ


3/11/2562

วันที่ 16 พย.นี้ ก็จะครบกำหนด 60 วันของการ รีโนเวทตึกแถว ของเราละ นั่นหมายถึงมีเวลาอีกเพียงแค่ 13 วัน งานทุกอย่างก็จะต้องแล้วเสร็จ แต่ก็นั่นล่ะ คงต้องทดเวลาให้กับการทำหน้ากากอาคารซึ่งเป็นงานเพิ่มขึ้นมาด้วยให้ทีมช่างอีก 15 วัน นั่นหมายถึง งานน่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พย.นี้ เป็นอย่างน้อย


ถามถึงความพอใจตอนนี้ว่ามากน้อยแค่ไหน คงต้องบอกว่า น้อยกว่าที่คิด อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งเราคิดว่ามันควรจะดีกว่านี้ในราคาเท่านี้ด้วยล่ะมั๊ง เหมือนกับที่รู้ว่า ความคาดหวังมักจะสูงกว่าความเป็นจริงเสมอ ทั้งๆ ที่รู้แหละ ว่างานซ่อมแซมต่อเติมมันจะให้เรียบร้อยเหมือนการสร้างใหม่ที่อะไรมันก็อยู่ในที่ในทางเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ก็นั่นล่ะนะ ความที่ได้ลงมือคุมงานสร้างบ้านใหม่เองอีกหลังนึงที่ผ่านมามันทำให้เรารู้สึกถึงความ "เปรียบเทียบ" เพราะงานรีโนเวทที่บ้านตึกแถวนี้ เรียกได้ว่าเราแทบจะไม่มีส่วนร่วมในการคุมงานเลย คือปล่อยให้ช่างทำงานไปตามระบบไปตามที่ผู้ออกแบบผู้รับเหมาแพลนไว้ จะยกส่วนที่เราไม่ชอบมาให้ดูก่อนนะคะ


  1. การเดินท่อน้ำดี-น้ำเสียขึ้นชั้น 2 ของตัวอาคาร เนื่องจากเราจำเป็นต้องติดตั้งถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำใหม่ไว้ชั้น 1 ดังนั้นจึงต้องมีการต่อท่อน้ำประปา PVC ใหม่ขึ้นไปด้านบนแทนแป๊บน้ำปิเนียมสมัยโบราณ แต่ช่างทำท่าจะต่อไว้แบบเห้มาก แค่จ่อ ๆ สายท่อไว้ก็พอรู้อนาคตละ ตอนนี้ได้แต่ลุ้นกันว่าจะออกมาแบบไหน
  2. การต่อท่อน้ำทิ้งจากชั้น 2 มาชั้นล่าง เห้เหมือนกัน 555+ คือ ต่อระโยงระยางมาก นี่ขอให้แก้ไขไปรอบนึงแล้วนะ ตอนนี้คือข้อต่อข้องอเยอะมาก จนเรากลัวว่าวันข้างหน้าถ้ามีอะไรอุดตันหรือมีปัญหารั่วซึม เราจะแก้ไขลำบาก ไม่นับความไม่สวยงามไม่เรียบร้อยอย่างที่มันควรจะเป็นอีก
  3. ช่องทางเดินบันไดตรงส่วนของคานไม่มีการตกแต่งแก้ไขเลย 
  4. พื้นปาร์เก้เดิมเละตุ้มเปะ ไม่มีการเก็บพื้นเดิมไว้ในสภาพดี ทำให้นึกกลัวว่าสักวันต้องมีปัญหาเรื่องพื้นกระเบื้องยางที่ปูทับแน่ๆ นึกๆ แล้วก็อยากจะเลาะพื้นปาร์เก้ออกให้หมด เพราะนี่มันระเบิดเวลาชัดๆ

เอาเป็นว่าขอบันทึกข้อบกพร่องข้อใหญ่ๆ ไว้ก่อนละกัน ตอนนี้กังวลมาก ว่างานมันจะเละตุ้มเปะ ต้องโทษตัวเองที่ไม่ "แข็ง" พอที่จะยื่นคำขาดให้ทำหรือไม่ทำอะไร ส่วนที่ควรต้องทำก็ดันไม่ทำ ผลก็เลยออกมาแบบนี้ เดี๋ยวคงค่อยๆ คุย ค่อย ๆ แก้ไขเอา วันนี้ขอบันทึกความไม่พอใจไม่สบายใจของตัวเองไว้ก่อนก็ละกันนะคะ ส่วนความคืบหน้าเรื่องอื่น ไว้จะเก็บหน้างานมาฝากกันอีกครั้งค่ะ

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน เก็บสีหน้ากากอาคาร Facade


31/10/2562

งานในส่วนของ หน้ากากอาคาร หรือ ฟาซาด Facade เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว

เมื่อวานนี้ช่างเริ่มเก็บสีส่วนที่เหลือ อาจจะยังไม่เรียบร้อยดีทั้งหมด แต่ก็พอเห็นรูปร่างแล้วว่ามันออกมาแบบไหน พอช่างเริ่มปลดผ้าใบกันละอองสีออก หน้าตาของตัวอาคารก็แลดูดีขึ้น ทันสมัยขึ้น


ผู้รับเหมาก็เร็วทันใจ เมื่อวานส่งบิลเบิกค่าทำหน้ากากอาคารก่อนเลย 555+ สรุปว่าตรงส่วนหน้าของอาคารพาณิชย์หลังนี้หมดไป 88,000 บาทนะคะ ราคารับได้นะ อาจจะถูกกว่าบริษัทที่รับทำในกรุงเทพนิดหน่อย ที่สำคัญคือ เราไม่ต้องยุ่งยากไปเสาะหาคนมาทำงานส่วนนี้จากที่อื่น


ส่วนที่ยังดูไม่เรียบร้อยก็เห็นจะเป็นแผงปูนกันสาดที่อยู่ใต้ตะแกรงเหล็กฉีกนั่นล่ะฮ่ะ จริงๆ ก่อนเค้าอ๊อกเหล็กตะแกรงแอดก็ทักท้วงแล้วนะ ว่าทำไมไม่กลิ้งสี ทาสีส่วนที่เป็นปูนกันสาดก่อน เชื่อมเหล็กตะแกรงแล้วจะทาได้เหรอ แต่ช่างดันตอบว่าเค้าใช้พ่นสีเอา ไม่มีปัญหาซะงั้น อ่ะ..ดูเอาเองว่ามีปัญหามั้ย??


เดี๋ยวก็คงต้องดูวิธีการแก้ไขเค้ากันน่ะนะคะ ว่าจะสามารถพ่นสีขาวแผงปูนใต้ตะแกรงเหล็กฉีกได้มากน้อยแค่ไหน แต่ทิ้งไว้แบบนี้ไม่ปลื้มเลย จากที่สวยๆ กลายเป็นทำงานไม่เรียบร้อยซะอย่างนั้น

มาถึงสรุปงานภายในที่ยังเหลืออยู่กันบ้างค่ะ

  1. งานปูกระเบื้องยางคลิปล็อกภายในชั้น 2
  2. งานปูกระเบื้องยางบันได ราวบันได
  3. งานห้องน้ำทั้งหมด (รื้อทุบแล้วแต่ยังไม่ได้เดินหน้าต่อทำอะไรเลย)
  4. งานกระจก ประตูบานเลื่อน
  5. งานประตูห้อง
  6. งานบิ้วอินตู้ โต๊ะ เตียงทุกจุด
  7. งานติดตั้งโคมไฟ ระบบไฟฟ้าทุกจุด
  8. งานม่าน,โซฟา
  9. งานติดตั้งปั๊มน้ำ,ตัวกรองน้ำ
วันนี้คิดว่าช่างจะเริ่มเก็บพวกขยะ หรือวัสดุที่ไม่ใช้ออกจากชั้นสองเป็นบางส่วนได้ละ แล้วจะเก็บภาพหน้างานมาฝากกันพรุ่งนี้นะคะ

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน เร่งงานในส่วนของหน้ากากอาคาร (ฟาซาด)

28/10/2562

เป็นเวลา 43 วันแล้ว นับตั้งแต่แอดเริ่มลงมือ รีโนเวทอาคารพาณิชย์ ที่แอดใช้เป็นร้านค้าและที่อยู่อาศัยด้วยน่ะนะคะ

จริงๆ กรอบเวลาของสัญญานี้คือ 60 วัน นั่นหมายถึง ผู้รับเหมาจะเหลือเวลาเพียงแค่ 17 วัน ก็จะถึงเดดไลน์ที่จะต้องส่งงานกันละ แต่ด้วยความที่แอดจ้างงานเพิ่มเติมในส่วนของหน้ากากอาคารภายนอก หรือที่เรียกกันว่า ฟาซาด เพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง ก็เลยทดเวลาเพิ่มให้อีก 2 อาทิตย์หรือ 14 วัน

หมายถึง ภายในวันที่ 20 เดือนหน้า งานทุกส่วนที่รีโนเวทจะต้องแล้วเสร็จ ซึ่งก็นะ ถามว่าตอนนี้งานคืบไปได้เยอะมั้ย ก็พอสมควรนะ เพียงแต่ที่ผ่านมาคนงานจะทุ่มเวลาทำงานในส่วนของหน้ากากอาคารกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ภายในบ้านก็เลยอาจจะไม่ได้คืบหน้าเท่าที่ควร

มาดูความคืบหน้าในส่วนของหน้ากากอาคารกันค่ะ


สำหรับในส่วนของหน้ากากาอาคารจะประกอบด้วยวัสดุ 3 ชนิดหลักๆ ได้แก่ เหล็กกล่องทำระแนงด้านบน ตะแกรงเหล็กฉีกด้านล่าง และไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ใช้เป็นกรอบ จริงๆ ถามว่าตอนที่ช่างทำงานอยู่นั้นแอดพอใจมั้ย บอกเลยว่าไม่เคยพอใจและสบายใจเลยสักวัน 555+ เพราะรู้สึกอึดอัด แลดูไม่สวย ไม่โปร่ง แต่พอถามคนอื่น คนอื่นบอกก็สวยดีซะงั้น


ซูมให้ดูใกล้ๆ ค่ะ ที่แอดไม่ค่อยชอบใจก็อาจจะเป็นเพราะตะแกรงเหล็กฉีกมันถี่ไปนิดนึง ตอนแรกที่ถามคนออกแบบ คนออกแบบบอกว่าตะแกรงเหล็กฉีกจะมีตาห่างประมาณ 3 ซม. ไอ้เรารึก็โล่งใจว่า เออ...ไม่ถี่มาก แต่พอเอาเข้าจริง มันเป็นตาแบบข้าวหลามตัด วัดแนวขวางแล้วได้แค่ 2 ซม.เอง ผิดคาดมาก T^T


ส่วนด้านข้างก็ตีปิดเป็นกรอบด้วยซีเมนต์บอร์ด แอดปวดตับมาก คือกังวลใจว่ามันจะทนทานได้สักกี่ปีล่ะนั่น ก็รู้ล่ะว่ามันเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและเค้าก็ใช้ตกแต่งอาคารกันเยอะแยะ แต่ความทนทานถาวรมันก็น้อยกว่าปูนแน่นอน แถมเล่นตีปิดตรงกรอบกันสาด จากที่เคยมองจากหน้าต่างเห็นได้เกือบ 180 องศา ตอนนี้เหลือมองเห็นแค่มุมตรงๆ ที่มองออกไปจากห้องเท่านั้น (อึดอัดอยู่นะคุณพี่)

ตอนนี้ได้แต่ปลอบใจตัวเองค่ะ ว่า เอาน่า...ทำไปแล้ว มันก็ไม่ได้ขี้เหร่สักเท่าไหร่ เดี๋ยวติดม่านภายในก็คงจะช่วยได้อีกหน่อย ทำไงได้ ตอนเค้าออกแบบดันบอกว่าเค้าว่าถูกใจเอง

ช่างที่อยู่หน้างานรับปากว่างานภายนอกน่าจะเสร็จภายในอาทิตย์นี้ เดี๋ยววันนี้ช่างจะเริ่มลงมือพ่นสีกัน ไว้แอดจะเก็บภาพหน้างานมาฝากกันในวันพรุ่งนี้นะคะ



วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ออกแบบและติดตั้งฟาซาด หน้ากากอาคารพาณิชย์ (facade)


21/10/2562

ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มๆ กับอีกประมาณ 5 วันละ สำหรับการ รีโนเวทตึกแถว ชั้น 2 จำนวน 2 คูหาของแอดมินน่ะนะคะ

ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้อัพบล็อกเพิ่มเติมเลย เพราะงานภายในก็ยังดำเนินไปแบบค่อนข้างช้า หรือแอดใจร้อนเองก็ไม่รู้ 555+ เอาเป็นว่าภายในก็ยังเดิมๆ อยู่น่ะคะ ไม่ได้คืบหน้าไปสักเท่าไหร่ จะเห็นว่าคืบหน้าหน่อยก็ในเรื่องของฟาซาด หรือหน้ากากอาคารด้านหน้าเท่านั้นเอง เพราะแค่ 3 วัน ก็คืบไปตั้งเยอะแล้ว



ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้หน่อย อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวที่แอดอาศัยอยู่มาหลายสิบปีนั้น รูปแบบหน้าตาก็ง่ายๆ ค่ะ ของเดิมด้านหน้าของตัวอาคารชั้น 2 เป็นหน้าต่างบานไม้แบบบานเปิด เพื่งมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วนี่เองที่เปลี่ยนมาเป็นหน้าต่างบานเลื่อน แต่พออยากซ่อมแซมปรับปรุงให้แลดูทันสมัยขึ้น สถาปนิกหรือคนออกแบบก็เลยเปลี่ยนจากหน้าต่างมาเป็นประตูบานเลื่อนแทน ซึ่งแน่นอนว่าจากหน้าต่างมาเป็นประตู มันก็ต้องพร้อมสำหรับการออกไปข้างนอกอยู่ละ แต่ออกไปแล้วไปเจอกันสาดโล่งๆ นี่ก็เสียวขาเลยนะคะ วันดีคืนดี พาหลานมาเลี้ยงหรือแม่เดินนึกจะเดินออกไปทำอะไรนี่ พลาดร่วงลงไปล่ะงานเข้าเลย สุดท้ายแอดเลยต้องมานั่งนึกว่าจะทำยังไงดีเพื่อให้มีความปลอดภัยขึ้น ป้องกันอันตรายจากการเดินพลัดตกลงไป กันขโมยได้ แถมกรองแดดได้ในระดับหนึ่ง



สรุปว่าแอดตกลงใจจะทำฟาดซาด หรือที่เราเรียกกันว่า หน้ากากอาคารค่ะ

ปัจจุบันนี้มีอาคารพาณิชย์ อาคาร บ้านเรือน ที่นิยมทำหน้ากากอาคารกันเยอะมาก ด้วยเหตุผลต่างๆ นานากันไป เช่น เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามให้อาคาร ปิดบังข้อบกพร่องอาคาร กันแดด กันขโมย ซึ่งก็มีวัสดุหลายชนิดเลยทีเดียวที่นิยมนำมาทำเป็นหน้ากากอาคาร ไม่ว่าจะเป็นตะแกรงฉลุ เหล็กฉีก ไม้แท้ ไม้เทียม หิน อิฐ เราจะเห็นตัวอย่างได้ทั้งในประเทศไทยเองและต่างประเทศ สนนราคาก็แตกต่างกันไปตามแต่จะเลือกวัสดุและผู้ให้บริการ แอดเองเคยสอบถามไปยังบริษัทที่รับทำฟาซาดเหล่านี้ ซึ่งราคาก็แรงเอาการอยู่ค่ะ ขนาดทำแค่ 2 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร สูง ประมาณ 7 เมตร ราคาจะอยู่ในเรือนแสนทั้งนั้นเลย นัยว่าเป็นค่าออกแบบและค่าวัสดุด้วย บางบริษัทไม่รวมค่าติดตั้งก็มี (คือผลิตให้แต่เราต้องหาช่างมาติดตั้งเอง) แลดูยุ่งยากเนอะ ยิ่งตึกแถวของแอดอยู่ในอำเภอเล็กๆ ต่างจังหวัด ยิ่งเป็นไปได้ยากที่จะหาช่างหรือบริษัทที่จะเข้ามาทำ อย่ากระนั้นเลย ลองถามสถาปนิกที่เป็นผู้รับเหมาเราดีกว่า ว่าพอจะออกแบบและทำหน้ากากอาคารด้านหน้าได้มั้ย

"ได้ครับพี่ เดี๋ยวผมลองออกแบบให้ดูก่อนนะครับ"

สามวันถัดมา น้องก็ส่งรูปแรกมาให้ดูค่ะ


round 1 555+ แอดว่าหน้าตามันเหมือนหุ่นยนต์กันดั้มแฮะ ยังไม่ค่อยโอเค.เลยค่ะ เลยขอให้น้องปรับให้หน่อย โดยส่งตัวอย่างของงานหน้ากากอาคารบางอันที่เจอใน pinterest ไปให้ดู อีก 3 วันถัดมา ของใหม่ที่ปรับแล้วก็ส่งมาให้ดูอีกทีค่ะ


ก็แลดูโอเคขึ้นมาแล้วนะ ราคาก็พอรับได้คืออยู่ที่ 70,000 บาท รวมติดตั้งทั้งหมด ไม่เหนือความคาดหมาย เอาเป็นว่าวัสดุทั้งหมดจะเป็นเหล็กกล่องกับตะแกรงเหล็กฉีกน่ะนะคะ ถือว่าโดยรวมค่อนข้างโอเค. แต่ไม่รู้ตอนทำจริงจะออกมาหน้าตาแบบไหน เอาเป็นว่าบล็อกตอนหน้า เราจะยังติดตามความคืบหน้าของการทำ ฟาซาด Facade หรือ หน้ากากอาคารตึกแถว ของแอดกันต่อนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ













วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ยิงฝ้าเพดาน เลาะกระเบื้องเก่าห้องน้ำ


5/10/2562

ช่วงนี้ได้ขึ้นไปดูหน้างานแบบแว้บๆ ค่ะ เนื่องจากยังคงเป็นขั้นตอนของการต่อเติมภายในชั้น 2 เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตอนนี้งานได้เดินมาถึงช่วงกลางๆ ของการต่อเติมแล้ว ถ้าประเมินด้วยสายตาไม่ผิด อีกสักไม่เกิน 10 วันก็น่าจะปิดจ็อบเรื่องการต่อเติมเสร็จ


เดินขึ้นบันไดไปปั๊บ จะเจอห้องน้ำกับห้องส้วมคู่กันเลย ไม่ได้เปลียนตำแหน่งค่ะ ส่วนที่เป็นช่องลมหน้าห้องน้ำถูกฉาบปิดเรียบร้อยและทาสีรองพื้นไว้แล้ว ส่วนฝ้าเพดานซึ่งเป็นฝ้าฉาบเรียบก็ยิงเสร็จแล้ว โป้วตามแนวต่อของแผ่นแล้ว เหลือแค่ขัดให้เรียบแล้วทาสีเท่านั้นเอง


มองย้อนลงมา ส่วนของช่องบันไดที่เดินขึ้นมาจากชั้นลอย ปกติจะตีแผ่นไม้อัดกรุฟอไมก้าไว้แล้วมีประตูเปิดปิดกันยุง ส่วนนี้คือต้องทำใหม่เหมือนกัน บันไดจากหินขัด ลูกนอนก็จะเป็นไม้เทียม ส่วนลูกตั้งก็จะเป็นกระเบื้องยางลายไม้น่ะนะคะ


ประตูห้องน้ำพร้อมวงกบเก่าถอดออกละ ผู้รับเหมาใส่วงกบ PVC แทน(ไม่ชอบใจเท่าไหร่ เพราะยังติดงานไม้เหมือนของเดิม แต่ทำไงได้ ดันไม่ทักท้วงเค้าแต่แรกนี่) ส่วนบานเลือกเป็น UPVC กันปลวกกันชื้นและเป็นเกรดที่ดีกว่าบาน PVC ธรรมดาหน่อยนึง T^T


งานนี้รีเควสให้รื้อกระเบื้องออกค่ะ เนื่องจากไม่อยากปูกระเบื้องใหม่ทับให้น้ำหนักมันเยอะขึ้น ทำไมเวลาเห็นของเก่าๆ ที่คุ้นเคยมาเป็น 20-30 ปีโดนรื้อทำลายแบบนี้แล้วใจหายตลอดเลย


วงกบกับประตูไม้อันเก่าของห้องส้วมยังไม่ได้ถอดออกอีกบานนึงค่ะ จริงๆ แอบชอบประตูไม้บานเกร็ดมาก แต่ถ้าเกร็ดถี่แบบนี้ ฝุ่นเกาะง่ายมาก ถ้าไม่ละเอียดหรือใส่ใจจริงๆ เป้นแหล่งสะสมความสกปรกได้เลยทีเดียว


ประตูออกระเบียงบานนี้จะเป็นบานไม้ค่ะ ผนังด้านนี้คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีขาว อาจเป็นเขียวเรโทร เทา หรือสีอื่น เผื่อไว้แขวนรูปอาร์ตๆ หรือวางคอนโซลสวยๆ สักตัวหนึ่ง


ประตูบานเลื่อนที่จะเปิดออกไปยังระเบียง ถูกเสริมด้านซ้ายเพิ่มอีกฟุตนึงเพื่อรับการติดตั้งแอร์ แลดูแคบไปเลย ไม่ถูกใจอีกล้าววว...งืออออ...


จริงๆ จะบอกว่าช่างชุดนี้ทำงานได้ค่อนข้างโอเค.ค่ะ เรื่องความสะอาดหน้างานนี่ยกให้เลย เพราะทุกครั้งที่มีการทำงาน ก่อนปิดหน้างานในแต่ละวัน ช่างจะเก็บกวาดขยะกันทุกครั้ง

ถ้ามีเวลาพรุ่งนี้จะเก็บภาพความคืบหน้ามาฝากกันอีกนะคะ

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน เลือกยี่ห้อเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ยี่ห้อไหนดี


29/9/2562

วันอาทิตย์นี้ทีมช่างหยุดงานหนึ่งวันค่ะ นั่นหมายถึงแอดจะสามารถแถ่ดแถออกไปโน่นไปนี่ได้ตามใจชอบด้วย เนื่องจากไม่ต้องคอยดูงานช่าง แถมนายแม่ไม่อยู่อีก งานนี้บอกเลยว่าแว่บไปดูหนังสักเรื่องยังได้เลย

แต่ก่อนที่จะไปใช้เวลาว่างในวันหยุดของตัวเอง ก็ขอมาอัพบล็อกกันไว้นิดนึงค่ะ ขอคุยเรื่องการเลือกซื้อแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศที่ตึกแถวที่จะต้องซื้อมาติดใหม่ก่อน เนื่องจากเป็นงานที่ต้องรีบทำก่อนที่จะถึงขั้นตอนของการยิงแผ่นฝ้าเพดาน (เราจะเดินท่อน้ำยาแอร์เหนือฝ้าเพดานเลยค่ะ การซ่อนท่อแอร์ไว้แบบนี้ข้อดีคือสวยงาม ไม่เกะกะสายตา แต่จะมีปัญหาตรงที่ว่า หากมีการรั่วของท่อแอร์ อาจต้องเจาะฝ้าเพดานเพื่อซ่อมแซมก็เป็นได้)



เมื่อวานนี้เจ้าของบริษัทแอร์ ซิตี้ ในตัวเมือง ซึ่งเป็นพันธมิตรของบริษัทที่เข้ามารีโนเวทตึกแถวของแอด โทร.มาแจ้งว่าจะขอส่งใบเสนอราคาแอร์มาให้ดู ซึ่งเป็นแอร์ที่ติดตั้งตามตำแหน่งในแปลนรีโนเวท นั่นก็คือ ในห้องนอน 1 ตัว ห้อง dressing room 1 ตัว และ ห้องโถง 1 ตัว จริงๆ ของเดิมแอดมีแอร์แค่ตัวเดียว นั่นก็คือในห้องนอนน่ะนะคะ แต่ไหนๆ เราก็ปรับปรุงบ้านละ ถ้าติดตั้งไว้เลยก็ไม่เสียหลาย เพราะช่วงหน้าร้อน บ้านตลาดนี่ ร้อนอบอ้าวเอามากๆ ส่วนจะได้เปิดใช้งานรึเปล่าก็อีกเรื่องนึง

เจ้าของร้านขายแอร์ ถามว่าแอดอยากได้ยี่ห้อไหนเป็นพิเศษรึเปล่า จะได้เสนอราคาถูก แอดเลยแจ้งว่า ปกติจะใช้แต่แอร์ของมิตซูบิชิ กับไดกิ้น ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้องนี้จากการใช้งานมามีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน

เครื่องปรับอากาศ มิตซูบิชิ ข้อเสียคือ เสียงพัดลมจะดังกว่า แต่ก็เย็นฉ่ำกว่า เย็นเร็วกว่า ส่วนไดกิ้น เสียงพัดลมเงียบได้ใจมาก แต่กว่าจะทำความเย็นได้ ก็กินเวลากว่ามิตซูบิชิ เจ้าของร้านเลยเสนอว่า งั้นจะขอส่งราคาทั้ง 2 ยี่ห้อให้พร้อมกับแถมมาอีก 1 ยี่ห้อ คือ พานาโซนิค ซึ่งทั้ง 3 ยี่ห้อนี้เป็นแอร์สัญชาติญี่ปุ่นเหมือนกัน จริงๆ พานาโซนิคนี่แอดเองก็ติดตั้งไว้ใช้งานที่หอพักที่แอดดูแลอยู่หลายสิบตัวอยู่เหมือนกันค่ะ ถามว่าใช้ดีมั้ย ก็ไม่ค่อยจุกจิกอะไรนะ ปัญหาน้อย แต่ด้วยความที่ไม่ได้ใช้งานเองไง ก็เลยฟันธงไม่ได้ว่ามันดีกว่าอีก 2 ยี่ห้องที่เคยใช้เองรึเปล่า

มาถึงเรื่องความประหยัดค่าไฟฟ้าบ้าง ช่วงฤดูร้อน แอดเปิดแอร์นอนทุกคืนเลยค่ะ ปกติจะเสียค่าไฟประมาณ 1000 กว่าบาท แต่ช่วงหลังๆ นี่ไม่รู้แอร์เรามันเก่าหรือค่าไฟมันโหดขึ้น เพราะทะลุทะลวงไปจนถึงเลข 2000 ก็มี แต่ก็ถือว่ารับได้แหละ เพราะเราเปิดเฉพาะตอนนอนช่วงกลางคืน ตั้งแต่ประมาณ 2 ทุ่ม ไปจนถึงตี 4 ตี 5 เคยแอบรู้มาว่าบ้านข้างๆ กันนี่เสียค่าไฟโหดกว่าเรามาก เดือนละเป็นหมื่น นั่นก็เป็นเพราะเค้าเปิดแอร์กลางวันด้วยนั่นเอง

เอาเป็นว่าสำหรับแอดเอง แอร์ตัวต่อไปที่จะใช้ก็มียี่ห้อในดวงใจแค่ 2 ยี่ห้อเท่านั้นน่ะนะคะ นั่นคือ มิตซู กับ ไดกิ้น มิตซูบิชิอาจจะทำคะแนนนำมาหน่อยๆ เพราะคุ้นเคยกันมากว่า 30 ปี ส่วนไดกิ้นเพิ่งจะเอามาติดที่บ้านอีกหลังได้แค่ 2 ปีเอง และส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้เปิดด้วยเพราะติดห้องแขก 555+ พรุ่งนี้ช่างเข้าหน้างานตามปกติค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในบล็อกหน้านะคะ








รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอนสมาชิกสี่ขาในบ้าน ในวันที่ฉันรีโนเวท


29/9/2562

วันนี้จะคุยเรื่องสมาชิกสี่ขาที่ร้องเหมียวได้ในบ้านนิดนึงค่ะ 555+

ที่บ้านตึกแถวหลังนี้ แอดเลี้ยงน้องแมวไว้ 3 ตัวค่ะ ตัวนึงเป็นแมวแมวที่จรมาอยู่ด้วยตั้งแต่เด็ก และอีก 2 ตัวเป็นลูกของแม่แมวจรตัวนี้ที่เกิดในบ้านเพราะแอดทำหมันให้แม่แมวไม่ทัน สรุป งานงอกค่ะ 555+ ได้ไอ้ตัวแสบเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 ตัว ซึ่งแน่นอนว่าพออยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ เวลาจะทำอะไรก็เลยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกแมวๆ ในบ้านด้วย


เชื่อว่าหลายๆ คนที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน ตอนตัดสินใจซ่อมแซมบ้าน ก็คงจะลำบากใจอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากเราจะต้องเก็บข้าวของย้ายไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราวแล้ว ไอ้เจ้าสัตว์เลี้ยงของเรา ซึ่งเราถือว่าเป็นสมาชิกของครอบครัวเราด้วยนั้น ก็ต้องย้ายไปกับเราด้วย หรือหาที่อยู่ชั่วคราวให้กับพวกเค้าด้วย

กรณีของไอ้เจ้า 3 เหมียว (หนมปัง หนมถ้วย หนมถั่ว) ก็เข้าแก้ปแบบนั้นเลยค่ะ ตอนตัดสินใจปรับปรุงบ้านตึกแถว ก็ได้แต่ถามตัวเอง ว่าแล้วไอ้พวกแมวๆ มันจะไปอยู่ที่ไหนได้ฟระ

ครั้นจะหอบหิ้วมานอนบ้านอีกหลังที่แอดมาอาศัยนอนอยู่นี่ ก็เกรงจะไม่สะดวก เนื่องจากบ้านหลังนี้มีแมวจรเจ้าถิ่นอีกตัวที่แอดรับเลี้ยงไว้ เกรงว่าจะเครียดทั้งผู้อยู่มาก่อนและผู้มาอาศัย แต่ถ้าให้อยู่บ้านตึกหลังเดิม ก็กลัวว่าพวกหนมๆ ทั้ง 3 ตัว จะเตลิดเปิดเปิงหนีเสียงดังของการซ่อมแซมบ้านไปไกลหรือเปล่า


ตัวนี้ชื่อ ฉลาม ค่ะ จรมาอยู่ด้วยกันที่บ้านอีกหลัง 3-4 เดือนแล้ว

ช่วง 1-2 วันแรก วัดใจกันเลยค่ะ คือแอดตัดสินใจไม่เอาพวกแมวๆ ที่บ้านตลาดมาที่บ้านอีกหลัง กลางวันช่างมาทุบ มารื้อ โครงสร้างชั้นบน พวกหนมๆ วิ่งหายไปเลยทั้งวัน กว่าจะโผล่หน้ามาอีกทีก็หลัง 5 โมงเย็น เพราะหิว หางพวกมันตกอยู่ตลอดเวลา แถมเดินก็ย่องๆ เครียดกันไปหมด

แอดพยามทั้งกอด ทั้งปลอบ พูดอธิบายให้พวกหนม ๆ ฟัง ว่าเราจะซ่อมบ้านกันนะลูก เดี๋ยวซ่อมเสร็จแล้ว เราขึ้นไปนอนข้างบนกันเหมือนเดิมนะ ตอนนี้พวกหนูต้องอดทนหน่อย อย่าไปเล่นหรือแอบอยู่ไกลบ้านนะลูก ได้เวลาแล้วก็ให้กลับบ้านตอนเย็น มากินข้าว กินน้ำ แล้วนอนชั้นล่างกัน

พอผ่านไป 3-4 วัน สังเกตุว่าพวกหนมๆ เครียดน้อยลงค่ะ แม้จะมีเสียงดังตึงตังชั้นบนของบ้าน แต่หนมๆ ก็ยังโผล่หน้ามาให้กอดตอนกลางวันเกือบตลอดทั้งวัน แอดเองก็เอาใจสุดฤทธิ์ ปกติไม่ค่อยให้กินอารหารเปียก จะให้กินแต่อาหารเม็ด แต่ช่วง 2 เดือนที่ซ่อมบ้านนี่ แอดให้อาหารเปียกทุกวัน 555+ พอบ่ายๆ ร้องกันเมี้ยวม้าววววว...ได้เวลาอาหารเย็น (จะเคยตัวมั้ยเนี่ย)

ตอนนี้พวกหนมๆ เริ่มกล้าเดินในบ้านชั้นล่างกันละ แล้วก็มีตามแอดขึ้นไปดูงานชั้นบนบ้างในบางวัน บางตัวไม่กล้าขึ้นชั้น 2 ก็มาร้องเรียกแหกปากเรียกแอดเสียงดังลั่นตรงชั้นลอย 555+ ก็ถือว่าตัดสินใจถูกที่ไม่หอบหิ้วพวกนางไปนอนอีกที่นึงน่ะนะคะ


วิวหลังบ้านตลาด หรือตึกแถวบ้านแอดเป็นแบบนี้ค่ะ จริงๆ ถ้าเก็บทำให้สะอาดก็คงน่ามองนิ อันนี้คือ ต่างคนต่างไม่ดูแลเลย ไม่รู้จะทำยังไงให้ทุกบ้านเริ่มเก็บทำกัน (เห็นเจ้าหนมปัง กับหนมถ้วยเดินบนกันสาดโน่นมั้ยคะ)

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน ก็คงมีวิธีเตรียมความพร้อมต่างกันไปค่ะ กรณีแอด แมวเป็นสัตว์ที่มีความอิสระเสรีสูง เลี้ยงระบบเปิดผสมระบบปิดมาตลอด 4 ปีเต็ม (ให้นอนในบ้านกลางคืน แล้วปล่อยออกไปเล่นตอนกลางวัน ซึ่งทั้ง 3 ตัวก็ไม่ได้ไปเล่นไกล วิ่งเล่นกันแถวๆ บนกันสาดหลังตึกแถวที่ต่อเนื่องกันยาวเหยียด) ดังนั้นก็เลยค่อนข้างจะจัดการได้โดยไม่ลำบากนัก ส่วนใครที่มี น้องแมว น้องหมา เดี๋ยวนี้มีโรงแรมสัตว์ที่สามารถนำไปฝากได้เป็นรายวัน รายเดือน หรือไม่ก็ต้องหอบหิ้วกันไปอยู่ด้วยที่ที่พักชั่วคราว ฝากญาติเลี้ยง(กรณีนี้อาจจะลำบากใจหน่อยเพราะไม่รู้ญาติจะรักพวกเค้าเหมือนเรารึเปล่า) แต่เหนือสิ่งอื่นใด อย่าทิ้งเค้านะคะ



แอดเองนอกจากจะต้องเลี้ยงดูกันไปจนถึงวันสุดท้ายของพวกเค้าแล้ว ยังเตรียมความพร้อมไว้ให้เค้าหลายอย่าง ทั้งจัดซื้อห้องน้ำแมวแบบอัตโนมัติมาเตรียมไว้ (สปอยเกินไปมั้ยเนี่ย 555) สั่งช่างบิ้วอินทำบันไดแมว ให้น้องสามารถไต่ขึ้นบันไดจากกันสาดหลังบ้านมาที่ระเบียงชั้น 2 ได้ (ได้ไอเดียมาจากเว็ปเมืองนอกอ่ะ) ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นจะบอกว่า เวลาเรามีความสุข ทั้งเราและสัตว์เลี้ยงก็ควรจะได้มีความสุขร่วมกัน เลี้ยงเค้าแล้วเชื่อว่าหลายๆ คนที่เป็นเพื่อนบล็อกกับแอดก็น่าจะรักเค้าได้ตลอด ♥ ไว้ซ่อมแซมบ้านเสร็จแล้ว แอดจะมารีวิวการใช้งาน บันไดแมว กับห้องน้ำแมวอัตโนมัติให้ดูนะคะ 555+

แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่พรุ่งนี้ค่ะ




วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ขึ้นโครงฝ้าฉาบเรียบ ขยายขนาดระเบียง ทาสีรองพื้นปูนเก่า วันที่ 9


27/9/2562

ถ้านับกันตามกำหนดเวลาที่ ผู้รับเหมา ให้ไว้ อีก 9 วัน งานในส่วนของโครงสร้างที่ทำการทุบ ดัดแปลงภายในชั้น 2 ก็จะเสร็จเรียบร้อยดีและส่งต่อหน้างานตกแต่งให้กับทีมเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน น่ะนะคะ ก็ถือว่าไวใช้ได้เลยทีเดียว

วันนี้งานที่คืบหน้าไปก็เป็นเรื่องของการตีโครงคร่าว ฝ้าฉาบเรียบ เพดานค่ะ


ส่วนตัวแล้วชอบฝ้าฉาบเรียบมากกว่าฝ้าแขวน และชอบแบบไม่มีหยัก ไม่มีมุม ไม่ลดระดับ เนื่องจากการมีเหลี่ยมมีุมมีขอบ มักจะทำให้ฝ้าเพดานเกิดหยากไย่ ใยแมงมุม หรือมีฝุ่นเกาะได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่คนชอบเนอะ


พอตีโครงคร่าวแล้ว เพดานก็ต่ำลงมาอีกค่ะ ของเดิมเป็นฝ้าแขวนใต้ท้องคาน ของใหม่ก็ตีฝ้าฉาบเรียบใต้ท้องคานเหมือนกัน ทำไงได้ ก็ตึกแถวรุ่นเก่าๆ เพดานสูงได้แค่นี้ เอาเถอะ อย่างน้อยความสูงของฝ้าเพดานก็ไม่ได้ต่ำเกินกว่ามาตรฐานนะ (ความสูงของฝ้าเพดาน ไม่ควรต่ำกว่า 2.40 เมตรนะคะ ส่วนความสูงของฝ้าเพดานในห้องน้ำ ไม่ควรต่ำกว่า 2.00 เมตรค่ะ)


ถ่ายจากด้านนอกของตัวอาคาร มองทะลุทะลวงไปยั้นไหนๆ ถ้าไม่มีผ้าม่านหรือระแนงบังตา สงสัยบ้านเราจะกลายเป็นตู้ปลาให้คนข้างนอกส่องเป็นแน่


มาดูส่วนระเบียงหลังบ้านกันบ้างค่ะ แนวกระเบื้องซ้ายมือก็คือขนาดความกว้างของระเบียงเดิม พอทุบผนังหลังบ้านออกแล้วก่อแนวผนังเข้ามาข้างในก็เลยมีพื้นที่ระเบียงเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เพียงพอกับการวาง เครื่องล้างจาน ซิงค์ล้างจาน ตู้เย็นแช่อาหาร และทำเคาเตอร์เตาไฟฟ้าเล็กๆ พอดี


ประตูออกนอกระเบียงอยู่ติดกับประตูห้องน้ำเลยแฮะ ถ้าเปิดพร้อมๆ กันจ๊ะเอ๋กันแน่นอน


อันนี้ถือว่าหลุด QC ฮ่ะ ท่อร้อยสายไฟที่ฝังผนัง ฝังไม่จมเนื้อปูนซะงั้น พอฉาบปิดก็เลยโผล่มาเป็นแนวท่อ แจ้งช่างให้แก้ไขเรียบร้อย ไม่เอาน่า อย่าสุกเอาเผากินสิ เรามันมืออาชีพกันทั้งนั้นนะ

พรุ่งนี้มาดูความคืบหน้าลำดับต่อไปกันต่อนะคะ


วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ลอกวอลเปเปอร์ ถอดแอร์เก่า ก่อผนัง ตั้งวงกบ วันที่ 8


26/9/2562

แอดมัววุ่นวายกับการโอนซื้อขายที่ดินอีกแห่งนึง ได้เข้าไปดูความคืบหน้าในการรีโนเวทบ้านแบบแว้บๆ แต่ก็เป็นแว้บที่มีค่า เพราะบางอย่างถ้าไม่ตามหน้างานติดๆ จะมาแก้ไขทีหลัง มันจะยุ่ง

วันนี้หน้างานก็คืบหน้าไปพอสมควรค่ะ ผู้รับเหมาเข้ามาดูหน้างานตอนบ่าย แจ้งว่าอีกสัก 10 วัน โครงสร้างน่าจะเสร็จ ทีนี้ก็จะเป็นเรื่องของงานบิ้วอินและตกแต่งภายใน ซึ่งกระบวนการจะช้ากว่านี้ค่อนข้างเยอะ

เรามาดูภาพหน้างานที่เก็บมาฝากกันนะคะ


ในภาพบนช่างกำลังทาสีรอบพื้นบนฝ้าเพดานที่ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วค่ะ จริงๆ มันต้องตีฝ้าปิดอยู่แล้วแหละ แอดก็เลยงงๆ นิดนึง ตอนช่างแจ้งว่า จะทาสีฝ้าเพดานให้รอบนึงก่อน นัยว่าบริษัทสั่งมาเพื่อให้งานเรียบร้อยดูดี ส่วนคนที่นั่งบนบันไดสูงนั่น คือคนงานที่พยายามขูดเอาวอลเปเปอร์เก่าอายุ 30 กว่าปีออกจากเสา แอดเห็นแล้วอดไม่ได้ เลยบอกคนงานว่าไม่ต้องขูดหรอก ช้า ไปเอาน้ำมาลูบๆ ให้ทั่ววอลเปเปอร์แล้วรอให้แห้งหมาดสักพัก จะลอกออกง่ายเอง ต้องบอกวิธีหน่อย ไม่งั้นก็ขูดกันเข้าไป เลขหวยบนกกเสาจะขึ้นละ


โทร.ตามช่างปุ๊ ลูกน้องเก่าให้มาถอดแอร์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้รุ่นดึกดำบรรพ์ออกจากห้องนอนค่ะ ตอนช่างเค้าถอดท่อแอร์ รู้สึกสงสารยังไงก็ไม่รู้ ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สร้างตึกเสร็จนี่เนอะ T^T ผูกพันไปซะแล้ว ลาก่อนนะเจ้าแอร์ ไปทำหน้าที่ต่อที่ที่ทำงานของเรากันนะ


ฝั่งซ้ายคือประตูห้องน้ำค่ะ ถอดวงกบไม้ที่ผุตรงตีนวงกบออกแล้วใส่วงกบ PVC เข้าไป จริงๆ ไม่ชอบเลย ชอบไม้มากกว่า แต่ทำไงได้ ถ้าระยะยาวมันโดนความชื้นอีก ก็ผุอีก ส่วนบานประตูจากบานไม้จริงแบบเกร็ดที่ฝุ่นชอบจับ (แต่ระบายอากาศได้ดีเลิศ) ก็คงต้องเปลี่ยนเป็นบาน UPVC ที่ทนชื้นแทน


ภาพบนมองจากหน้าบ้านไประเบียงหลังบ้านค่ะ เปลี่ยนจากหน้าต่างบานเกร็ดคู่กับประตูเหล็ก มาเป็นประตูบานเลื่อนกระจกแทน


ในห้องนอนมีประตูบานเลื่อนเชื่อมต่อไปห้องแต่งตัวด้วย ส่วนสายไฟที่เดิมตีกิ๊ปติดผนังก็เปลี่ยนมาเป็นร้อยท่อกรีดผนังฝังทั้งหมด


มุมมองจากบันไดทางขึ้น เห็นเป็นห้องแบบนี้ไปละ


ภายนอกกันบ้างค่ะ ต้องมีราวกันตกตีล้อมกันสาดปูนหน้าห้องทั้ง 2 ห้องแน่ๆ กลัวใจว่าใครจะพลั้งเผลอหลุดหล่นลงมา ถ้าไม่ระวัง


กันสาดปูนหน้าประตูบานเลื่อนเห็นสายสื่อสาร 3 เจ้า พาดเอาไว้สั่วๆ ถามตรูรึยังว่ายอมให้พาดมั้ย หืออ...เดือดร้อนต้องหาวิธีเก็บสายให้พ้นไปอีก อาจจะต้องใช้รางหุ้มแล้วก็ตีกิ๊ปติดไว้ขอบๆ ปูนเอา

เดี๋ยวมีเวลาจะกลับไปเก็บภาพหน้างานมาฝากกันอีกนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ


วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ก่อผนังหลังบ้าน ขยายขนาดระเบียง วันที่ 7


22/9/2562

วันนี้ทีมช่างทั้งทีมหยุด 1 วันค่ะ

จริงๆ ให้หยุดบ้างก็ดีเหมือนกัน เพราะการที่ช่างทำงานทุกวันนั้น หมายถึงแม่ต้องเปิดร้านทุกวัน ไปไหนไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ต้องเปิดหน้าร้านให้ช่างเดินขึ้นลงชั้น 2 ซึ่งมันก็จะไม่เหมือนการเข้าไปรีโนเวทบ้านเปล่าๆ ที่เจ้าของเค้าย้ายออกไปพักที่อื่นแล้วให้ช่างถือกุญแจเข้ามาทำงานได้ตามใจชอบ ผลก็คือ พอเมื่อวานได้หยุดปั๊บ คุณนายของที่บ้านก็ใช้แอดให้ขับรถไปโน่นไปนี่ให้ทั้งวัน 555+

ความคืบหน้าของหน้างานรีโนเวทบ้านชั้น 2 จนถึงวันที่ 7 นั้น จัดว่าเป็นส่วนเล็กๆ ในเปอเซ็นต์ของส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คนคุมงานคุยให้ฟังว่า ที่เห็นหน้างานคืบๆ ไปแบบนี้คือไม่ได้ไวอะไรเป็นพิเศษนะ จัดว่าตกกะปิ เอ๊ย !! ปกติ และจะไปช้าอีกที อิ่ตอนทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน ซึ่งรวมๆ แล้วก็น่าจะเสร็จก่อนกำหนดเวลา 60 วันอยู่ดี

ขึ้นไปถ่ายรูปเก็บความคืบหน้ามาฝากนิดนึงตามประสาคนมือบอน 555+ ถือว่าวันนี้มาคุยเล่นแก้เหงากันละกันเนอะ


รูปบนคือผนังส่วนที่กั้นระหว่างระเบียงหลังบ้านกับภายในบ้านค่ะ ตรงส่วนนี้เป็นการขยายขนาดของระเบียงให้ใหญ่ขึ้น โดยไม่ได้ต่อเติมออกไปภายนอกอาคารแต่อย่างใด แต่เป็นการยุบผนังเดิมให้ร่นเข้ามาภายในตัวบ้าน เพื่อเปิดเนื้อที่ของระเบียงให้กว้างมากขึ้น คะเนจากสายตาตอนนี้ระเบียงหลังบ้านจะใหญ่กว่าระเบียงเดิมถึง 2 เท่าครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเพียงพอกับการทำงานบ้านงานครัวเล็กๆ น้อยๆ ได้พอดี


ถ่ายย้อนกลับไป ตรงที่เว้นไว้ไม่ก่อผนังคือส่วนของประตูบานเลื่อนน่ะนะคะ


ห้องนอนหลักรื้อหน้าต่างบานเลื่อนกระจกพร้อมอลูมิเนียมออกแล้วทุบผนังเพื่อแปลงเป็นประตูกระจกแบบบานเลื่อน เรียบร้อยแล้ว เห็นคอมเพรสเซอร์แอร์เก่า มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้แว้บๆ ขอบอกว่าแอร์รุ่นนี้ทนมาก ก.ไก่ล้านตัว เพราะใช้มาเกือบ 20 ปีได้แล้ว ไม่เคยเสียเลยสักครั้งหนึ่ง ประทับใจมากขอบอกตรงนี้เลย


ห้องที่เคยใช้เก็บของเก่าที่อยู่คู่กับห้องนอนด้านหน้าตัวอาคาร ทุบรื้อหน้าต่างออกใส่ประตูบานเลื่อนเช่นกันค่ะ ไอ้ที่ต้องทุบ ๆ ส่วนที่ต่อกับเพื่อนบ้านก็ทุบหมดแล้ว คงหมดปัญหาเพื่อนบ้านจะมาติติงความดังและความสะเทือนของตัวตึกไปโดยปริยาย

วันนี้ช่างน่าจะเข้าหน้างานต่อค่ะ อีก 2-3 วันข้างหน้านี้แอดมีภาระกิจหลักๆ 3 เรื่อง ซึ่งก็อาจจะเว้นระยะการอัพบล็อกในส่วนนี้ไปก่อนนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ





วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ถอดหน้าต่างห้องนอนเพื่อทำประตูบานเลื่อน อุดช่องลมห้องน้ำ วันที่ 6


21/9/2562

วันนี้หน้างานยังคงเป็นเรื่องของการทุบรื้อและกั้นซะเป็นส่วนใหญ่เหมือนทุกวันค่ะ

ห้อง dressing room ก่อผนังเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เริ่มทำการทุบเพื่อแปลงหน้าต่าง 4 บานทางด้านหน้าให้กลายเป็นประตูกระจกบานเลื่อน


เสียงทุบดังสนั่นหวั่นไหวน่าดู แถมความสะเทือนของการทุบผนังยังทำให้เพื่อนบ้านเข้ามาคุยด้วยด้วยความกังวล

"ทุบแบบนี้มันจะทำให้บ้านอี๊พังมั้ย กลัวมันจะแตกจะร้าวจัง ตึกมันก็เก่าแล้วด้วย"

เอิ่ม...เราก็เข้าใจความกังวลของเพื่อนบ้านนะคะ บางครั้งมีปัญหากระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราก็ไม่เคยพูดเลย  แต่กลายเป็นว่าพอเรายอม หลายๆ อย่างเข้า ก็กลายเป็นต้องยอมทุกอย่าง ไม่อยากมีปัญหากันอ่ะ เดี๋ยวจะอยู่แบบไม่สบายใจ

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูทุบแค่นิดเดียว ตรงผนังส่วนล่างหน้าต่างเองค่ะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ถ้าข้างในบ้านอี๊มีปัญหาแตกร้าวหรือต้องซ่อมแซมอะไรบอกช่างได้เลยนะคะ หนูบอกช่างไว้แล้วว่าต้องซ่อมให้เลย"

จริงๆ ช่างก็ใช้สว่านเจาะนำไปก่อนแล้วล่ะ แล้วค่อยทุบ แต่ไม่ยอมใช้แย้กหรือเครื่องตัดปูน เพราะเกรงว่าจะมีฝุ่นคลุ้งไปข้างนอก แต่คงเจาะนำน้อยไปหน่อย อาศัยแรงงานคนทุบตึง ๆ ๆ เอา มันก็เลยสะเทือนเยอะ

สรุปเราเลยต้องวิ่งขึ้นไปบอกช่างอีกรอบว่าให้ทุบแบบระวังๆ หน่อย ช่างบอกว่ามันก็ต้องสะเทือนบ้างอยู่แล้วครับ แต่เดี๋ยวจะพยายามใช้สว่านเจาะนำให้มากขึ้น จะได้ไม่สะเทือนมาก (อ้าว..แล้วทำไมไม่ทำแต่แรก กลัวสว่านพังอ่ะดิ่...#ขมวดคิ้วเลยตู)

ย้ายกลับมาดูส่วนอื่นต่อบ้าง ช่างทำการโบกปูนปิดแนวที่เจาะท่อร้อยสายไฟ กับพวกช่องลมห้องน้ำให้เป็นผนังเรียบเท่ากันทั้งหมด


เมื่อก่อนฮิตกันมากๆ เลยเนอะ ไอ้พวกผนังช่องลมนี่ เพราะมันช่วยระบายอากาศได้ดี ปัญหาคือถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดดีพอ พวกขี้ฝุ่นหยากไย่ใยแมงมุมจะไปเกาะตามหยักตามเหลี่ยมของช่องลม สกปรกไปอีก งานนี้โบกปูนปิดไปเลยฮ่ะ ทั้งด้านนอกด้านใน เห็นช่างจะติดพัดลมดูดอากาศเอา แต่เรามีพัดลมดูดอากาศแบบโซล่าเซลล์อยู่อันนึงนะ ซื้อมาเก็บไว้นานแล้ว อยากเอามาใช้จัง เดี๋ยวดูก่อนว่ามีแสงแดดเข้าถึงตรงไหนบ้าง อาจจะขอช่างติดเพื่อดูดอากาศร้อนอบอ้าวภายในออกไปภายนอก


ด้านหลังบ้านส่วนที่จะกั้นผนังเข้ามาอีกหน่อยเพื่อทำให้ระเบียงนอกบ้านกว้างขึ้น จะได้ทำเป็นส่วนซักล้างและครัวเล็ก จะต้องก่อผนังทำกรอบซ้ายขวาเพื่อรับวงกบอลูมิเนียมและประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 4 ช่อง ไอ้ที่ฝันว่าจะโล่งๆ โปร่งๆ แบบนี้ทั้งหมดเป็นอันพับไป เหมือนบีบช่องแสงช่องลมให้แคบลงมาอีกนิด แต่ก็ยังดีกว่าก่อนอยู่ดีแหละ เมื่อก่อนมีแค่หน้าต่างบานเกร็ด 2 บาน กับประตู 1 บาน ซึ่งถ้าต้องการลมและแสงก็ต้องเปิดทิ้งไว้ประจำ

ช่างแจ้งว่าจะหยุดงานพรุ่งนี้หนึ่งวันนะคะ ดีเหมือนกันค่ะ เราจะได้มีเวลาไปโน่นไปนี่ได้มั่ง ไม่งั้นก็แทบไม่ได้ไปไหนกันเลยทีเดียว ไว้ช่างกลับมาทำงานแล้วค่อยมาตามความคืบหน้ากันต่อนะคะ






วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

รีโนเวทตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตอน ก่อผนังห้องเก็บของใหม่ รื้อผนังเดิมหลังบ้าน วันที่ 5


20/9/2562

เข้าสู่วันที่ 5 แล้วค่ะ เมื่อคืนฝนตกตามเคย แต่ไม่มีปัญหาเพราะเช้ามาฝนก็หยุด โชคดีที่เราไม่ได้ซ่อมแซมภายนอกอาคาร ไม่งั้นหน้างานอาจมีปัญหาได้

เมื่อวานอัพบล็อกเรื่องการซ่อมเพดานที่ปูนหลุดร่องจนเห็นเหล็ก กับเรื่องเดินท่อสายไฟใหม่แทนสายไฟเดิมที่เก่ามากแล้ว วันนี้เราจะมาดูกันเรื่องการ รื้อ ทุบ ผนังหลังบ้านเพื่อขยายส่วนระเบียงกันค่ะ จะบอกว่าอันนี้ค่อนข้างจะเป็นตีมหลักที่ถูกใจจนตัดสินใจเซ็นสัญญาจ้างกับคนออกแบบและรับเหมางานเลย เพราะมันตอบโจทย์ของคนที่อยากมีระเบียงกว้างขึ้นเพื่อทำกิจกรรมในชีวิตเหมือนบ้านเดี่ยวกับเค้าบ้าง

ก่ออื่นเรามาดูขนาดระเบียงเดิมกันก่อนค่ะ


ระเบียงเดิมมีพื้นที่ขนาดยาวยื่นออกไปราวๆ 1 เมตร ความกว้างประมาณ 4 เมตร หน้าตาเหมืนเส้นก๋วยเตี๋ยว ที่น่าจะเอาไว้ใช้ตากผ้าได้แถวเดียว


นี่ยังดีนะคะ ที่ตอนสร้างตึกแถวหลังนี้ แม่ระบุให้มีระเบียงด้านหลังด้วย ไม่งั้นก็จะโล้นๆ เหมือนบ้านอื่น แต่ก็นะ พื้นที่น้อยขนาดนี้ เอาเก้าอี้ไปตั้งตัวเดียวก็เต็มละ


อย่ากระนั้นเลย ทุบค่ะ 555+ ทุบผนังเก่าแล้วขยายส่วนของระเบียงให้กว้างขึ้น เห็นแนวกระเบื้องบนพื้นใช้มั้ยคะ นั่นล่ะค่ะ เราจะกั้นผนังให้เข้ามาจนถึงแนวกระเบื้องตรงนั้นเลย


ส่วนผนังใหม่ 80 เปอเซ็นต์จะเป็นกระจกบานเลื่อนค่ะ ทำให้ได้รับทั้งแสงและลมอย่างเต็มที่ บ้านที่เคยแลดูอึดอัด ทึบทึม ก็แลดูโปร่งสบายขึ้น ของแถมก็คือ คิดว่าหน้าร้อนคงทำให้สามารถระบายอากาศได้ดีกว่าเดิม ไม่ร้อนอุดอู้เหมือนเตาอบอย่างที่เคยเป็น


ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ฝนตกเกือบทุกวัน ก่อนกลับช่างก็เอาผ้าใบตีปิดไว้ให้ ช่างชุดนี้ดีนะคะ ก่อนกลับมีการเก็บกวาด จัดเรียบวัสดุสิ่งของได้เรียบร้อยดี ไม่รกรุงรังให้เจ้าของบ้างปวดใจเล่น

มาถึงส่วนของการก่อผนังห้องแต่งตัวกันบ้างค่ะ จริงๆ บ้านนี้ไม่มีคนชอบแต่งตัวนะคะ 555+ แต่อยากให้มีที่เก็บของเยอะๆ มีพื้นที่เก็บเสื้อผ้าแบบที่ไม่ต้องเอาออกมาพาดให้รกรุงรังตรงโน้นตรงนี้ สรุป ของมันต้องมีจริงๆ ไอ้ห้องแต่งตัวนี่ 555+


เอ้า...ก่อผนังใหม่ด้วยอิฐมวลเบาค่ะ ก่อบนคานเดิมเพื่อความปลอดภัยนะคะ ตรงนี้เมื่อก่อนเป็นตู้บิ้วอินติดผนังที่ทุบไปก่อนหน้านี้แล้ว


ส่วนห้องนอนก็ก่อปิดหน้าต่างบานเกร็ดภายในที่เคยให้แสงสว่างมาถึงห้องโถงไปเลย เพราะเราได้แสงจากหลังบ้านเพิ่มขึ้นมาละ

พรุ่งนี้เรามาดูความคืบหน้าของการรีโนเวทชั้นสองของตึกแถวหลังนี้กันต่อนะคะ